บุพเพสันนิวาส “แท็กซี่จิตอาสา” ทำดี จนได้ภรรยาเป็นหมอ

เรื่องราวความรักสุดเหลือเชื่อของแพทย์หญิงจำเนียร เเละสุวรรณฉัตร พรหมชาติ หากพูดถึงสังคมบอกเลยว่าแตกต่างชนิดเรากับฟ้าและดินความรักสร้างอะไรต่อมิอะไรได้อย่างมากมายหรือเชื่อบางครั้งมักเล่นบทร้ายบางครั้งสร้างเรื่องราวสุดหวานเซอร์ไพรส์บางคู่มีเรื่องราวจุดเริ่มต้นอย่างน่าเหลือเชื่อแบบไม่มีใครคาดคิด

เหมือนเรื่องราวคู่รักต่างสถานะ  ที่เรียกว่าทั้งคู่ต่างกันมากเลยทีเดียวแพทย์หญิงจำเนียร เเละสุวรรณะฉัตรพรหมชาติ ทั้งสองคนล้วนมีสถานภาพทางสังคมที่แตกต่างกันโดยฝ่ายหญิง เป็นถึงคุณหมอ ระดับบริหารโรงพยาบาลในขณะที่ฝ่ายชายนั้นพื้นเพเป็นบุรุษจากแดนสะตอมีอาชีพเป็นแท็กซี่ ซึ่งโด่งดังในโลกโซเชียลเพราะถูกยกย่องเป็นโชเฟอร์ใจบุญโซเฟอร์พ่อพระ จากการทำหน้าที่แท็กซี่จิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง คนแก่คนชราคนพิการอยู่เป็นประจำ

โดยคุณหมอจำเนียร ภรรยาของสุวรรณะฉัตร โชเฟอร์พ่อพระ ได้เปิดเผยว่าปัจจุบันคุณหมอมีอายุ 52 ปี เป็นคนอำเภอพนมสารคามจังหวัดฉะเชิงเทราจบการศึกษามัธยมต้นจากโรงเรียนสตรีวิทยากรุงเทพฯมัธยมปลายโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยจังหวัดเชียงใหม่และสอบชิงทุนของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จนได้เข้าเรียนหมอที่นั่นแถมยังเป็นนักเรียนทุนของมูลนิธิ จุมภฏพันธุ์ทิพย์อีกด้วย

หลังเรียนจบแล้วจึงได้เริ่มทำงานเป็นหมอที่โรงพยาบาลดอนตาลจังหวัดมุกดาหารประจำการอยู่ที่นั่น 6 ปีจนได้ขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลังจากนั้นทำงานในตำแหน่งผอโรงพยาบาลได้ 3 ปีคุณพ่อของคุณหมอป่วยจึงทำการขอย้ายมาประจำใกล้บ้านโดยเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลพนมสารคามก่อนขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการของโรงพยาบาล ดำรงตำแหน่งแพทย์ชำนาญการพิเศษด้านเวช ปฏิบัติทั่วไปรวมแล้วทำงานวิชาชีพหมอมานานกว่า 25 ปี

ต่อมาในวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออกเกษียณก่อนกำหนดเพื่อมาทำจิตอาสาเต็มตัวอย่างเต็มที่ตามที่ตัวเองได้เคยตั้งใจเอาไว้ สาเหตุที่ตัดสินใจลาออก คุณหมอได้เปิดเผยว่าเมื่อชีวิตคนเราเดินทางมาถึงจุดหนึ่งก็อยากทำอะไรหลักหลายเพราะรู้สึกว่าที่ผ่านมาทำงานหนักและรู้สึกกดดันอยู่หลายเรื่องทำให้ชีวิตรู้สึกทั้งเครียดและล้าส่วนหนึ่งเหตุผลก็คือหลังจากที่เราแต่งงานกับสามีคุณเดี่ยวสุวรรณะฉัตร พรหมชาติก็ต้องเดินทางไปมา ซึ่งส่วนตัวแล้วในฐานะภรรยาก็อยากดูแลกันให้มากขึ้นพอดีกับที่อายุการทำงานครบ 25 ปีพอดีจึงอยากจะลาออกเพื่อทำจิตอาสากับสามี

ทั้งนี้คุณหมอได้เผื่อว่าตอนเด็กๆไม่เคยคิดว่าจะได้เรียนแพทย์จะได้เรียนหมอเพราะที่บ้านคุณพ่อคุณแม่นั้นมีอาชีพทำนาคุณพ่อคุณแม่จึงกังวลมากท่านจะส่งลูกเรียนได้หรือเปล่าโชคดีที่เหมาะสอบชิงทุนมชได้และยังได้ทุเรียนจากมูลนิธิอีก คุณหมอจำเนียรได้เปิดเผยว่า เคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้วโดยคุณหมอมีลูกชาย 2 คนแต่ทุกคนโตหมดแล้วส่วนสาเหตุของการหย่าร้าง โดยแต่ละคู่ก็มีแต่ผลก็ต้องออกไปไม่ใช่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ดีแต่พอมาถึงจุดจุดหนึ่งเมื่อพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถเดินต่อไปได้ก็ต้องจบกันซึ่งคู่ของเธอนั้นก็จบแล้วจากกันด้วยดี

พบรักครั้งใหม่จนกลายเป็นตำนานรักได้อย่างไร

คุณหมอจำเนียรหรือเปิดเผยว่าเธอได้ติดตามการทำงานของคุณเดี่ยวสุวรรณชาติที่มีคนโพสต์เรื่องราวและถูกแชทต่อทาง Facebook กับการทำงานจิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้พิการทำด้วยใจ เป็นคนชอบทำงานจิตอาสาเนื่องจากในสมัยเรียนแพทย์ก็ทำกิจกรรมในลักษณะนี้อยู่แล้วจึงทำให้เกิดความสนใจในตัวผู้ชายคนนี้ขึ้นมาคุณหมอยังเปิดเผยอีกสมัยเรียนแค่ช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดเธอและกลุ่มเพื่อนจะออกไปทำค่ายอาสาตามหมู่บ้านบนดอยอยู่ตลอด แต่ก็ไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะได้ทำงานนี้เต็มตัวแถมยังเป็นภรรยาของชายที่ได้ชื่อว่าโซเฟียแท็กซี่จิตอาสา

ตอนแรกก็คิดเหมือนกับคนอื่นว่าคนเดียวเขาทำดีจริงหรือเปล่าแค่สร้างภาพเท่านั้นพอรับส่งคนป่วยฟรีๆซึ่งเราก็ไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้มาก่อนนี่เป็นแท็กซี่ด้วยแล้วส่วนใหญ่ก็ต้องหารายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวจึงได้พยายามหาข้อมูลของคุณเดี่ยวช่วยเหลือสังคมจริงหรือไม่ก็ติดตามเขาอยู่ไปเรื่อยๆตามดูอยู่หลายเดือนก็เห็นว่าเขาช่วยคนอื่นจริงๆ แต่ตอนนั้นแค่อยากร่วมทำบุญอยากให้เขาทำความดีต่อไปจึงโทรศัพท์ไปบอกเขาว่าเดี๋ยวจะต่อยอดทำความดีด้วยการจ่ายค่าโทรศัพท์รายเดือนให้ 500 บาทนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้รู้จักกันคุณหมอจำเนียรกล่าว

ทางคุณหมอได้ช่วยเหลือคนเดียวมานานแรมปีแต่คุณหมอแล้วคุณเดี่ยวก็ไม่เคยพบกันเลยแม้แต่สักครั้งเดียวต่อมาคุณหมอคิดว่านอกจากช่วยค่าโทรศัพท์แล้วเธอน่าจะช่วยอะไรได้มากกว่านี้ มองว่าคนไข้บางคนไม่รู้สิทธิ์ของตนเองว่าสามารถใช้สิทธิ์เบี้ยคนพิการได้คนละ 800 บาทและลูกหลานก็สามารถลดหย่อนภาษีได้เธอจึงเข้าไปช่วยคนเดียวทำงานในเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับคนป่วยให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เมื่อคุณหมอได้มาเจอกับคนเดียวในครั้งแรกตอนไปเยี่ยมคนไข้ที่ถูกเจาะคอครั้งแรกที่เห็นนั้นเขาดูเป็นคนใจดีมากพูดจาสุภาพเรียบร้อยและหมอก็ไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นคนขับแท็กซี่ จะมองที่การกระทำของมากกว่าเพราะไม่ว่าเขาทำสาขาอาชีพใดก็ต้องเจอคนดีและคนไม่ดีทั้งนั้นต่อมาก็ตัดสินใจศึกษาดูใจกันประมาณ 1 ปีเพราะเชื่อมั่นว่าคุณเป็นคนดีจริงๆใช้ชีวิตเรียบง่ายกับคุณหมอและที่สำคัญ 2 คนก็อายุไม่น้อยแล้วแถมยังผ่านการมีครอบครัวมาแล้วทั้งคู่จึงคิดว่าอาจเป็นช่วงจังหวะของชีวิตที่ทำให้คุณหมอต้องมาเจอกับผู้ชายคนนี้จึงได้ตัดสินใจ ตกลงใช้ชีวิตคู่กับเขาจนถึงตอนนี้จดทะเบียนอยู่กินกันมา 4 ปีแล้วชีวิตก็ไม่ได้ว่าอะไรจะเป็นเหมือนเพื่อนกันมากกว่า

คุณหมอจำเนียรเล่าต่ออีกว่าเธอและสามีมาถึงวันนี้ได้ก็ต้องต่อสู้กับสายตาผู้คนรอบข้างสังคมแม้กระทั่งคนใกล้ตัวญาติพี่น้องที่ไม่เห็นด้วยแต่คุณหมอคิดว่าตนเองมั่นใจในตัวผู้ชายคนนี้การตัดสินใจเลือกชายคนนี้มาเป็นคู่ชีวิตเพราะว่าสามารถฝากชีวิตไว้กับคนคนนี้ได้ไปตลอด เคล็ดลับการประคอง รัก ให้อยู่รอดมาได้จนถึงวันนี้ เกิดขึ้นแค่คำสามคำก็คือ เชื่อมั่น เชื่อใจ และอดทน

คุณหมอเล่าเรื่องนี้พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุขตอนจะบอกว่าชีวิตตอนนี้มีความสุขดีจากเดิมที่อยู่นิ่งๆก็กลับมีสีสันทำให้เจอเรื่องราวต่างๆที่ไม่เคยได้สัมผัสทุกวันก็จะไปหาจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดคุณเดียวไปออกทีวีหรือไปไหนจะพาคุณหมอไปด้วยทุกครั้งพอเจอคน พอเจอคุณหมอบ่อยบ่อยก็เลยรู้จักคุณหมอเพิ่มขึ้น

สุดท้ายคุณหมอจะกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ได้ยินว่าจะทำทุกวินาทีให้ดีที่สุดเพราะวันพรุ่งนี้ไม่รู้จะมีหรือเปล่าจึงต้องเตรียมด้วยการมีชีวิตอย่างมีสติตลอดเวลาและคิดเพียงว่าอะไรเกิดขึ้นข้างหน้าหรือวันพรุ่งนี้ก็ขอให้มันเกิดไป ขอแค่ให้วันนี้ สุขใจก็พอแล้ว

Facebook Comments
👉ฝากติดตาม กลุ่มคนทำเกษตร ด้วย