อดีตช่างเย็บผ้า หันมาเลี้ยงปลาช่อน ส่งขายลูกค้านานกว่า 20 ปี

ปลาช่อน ปลาที่เรารู้จักและทุกคนรู้จัก ปลาน้ำจืดที่มีอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย สามารถหาได้ง่ายตามแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ทุกวันนี้การหาปลาช่อนนั้นยาก เพราะจำนวนเหลือไม่มากเท่าที่ควร มีหลายๆคน ซื้อลูกปลาช่อนมาปล่อยไว้ในสระน้ำในนา พอถึงเวลาเค้าก็สูบน้ำจับปลา ตามวิถีชาวบ้าน หรือบางคนก็เลี้ยงเพื่อขายส่งตลาดซึ่งค่อนข้างต้องการสูง และราคาดี

คุณมานิตย์ โสภณ อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาช่อนมากว่า 20 ปี โดยรับซื้อลูกปลาช่อนมาจากอำเภอสองพี่น้อง หรือชาวบ้านบาง รายเลี้ยงไว้ภายในร่องสว นเองเมื่อปลาช่อนมีลูกก็จะนำมา ส่งขายให้กับเธออี กหนึ่งช่องทาง

คุณมานิตย์ เล่าต่อว่า เมื่อก่อนนั้นมีอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า แล้วมีปัญหาเรื่องสึขภาพ จึงกลังวลว่าจะทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงมองหาอาชีพใหม่กับสามี เพื่อมาทำแทนช่างเย็บผ้าที่ทำอยู่ จึงมีความคิดที่อยากจะเลี้ยงปลาช่อนขาย แล้วก็เพาะพันธุ์ ส่งลูกปลาช่อนขาย

“ช่วงแรกที่มาทำ ก็เริ่มจากเล็กๆ ก่อน ปักตาข่ายเลี้ยง ในคลองก็ทำแบบง่ายๆ ใช้ไม้หลักแค่ 4 เสา ตอนนั้นมีอยู่ ประมาณ 4 กระชัง พอได้ทดลองขายก็มีกำไรเกิดขึ้น ทีนี้ก็มองไปว่าน่าจะมีกำไรหากจะทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง หลังจากนั้นมาก็ค่อยๆ ขยับขยายและพัฒนามาเรื่อยๆ โดยทำเฉพาะปลาช่อนเพียงอย่างเดียว” คุณมานิตย์ เล่าถึงที่มา

โดยลูกปลาช่อนที่นำ มาอนุบาลส่วนใหญ่ คุณมานิตย์ บอกว่า จะเป็นปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และถ้าในช่วงเดือนเมษายนที่ปลาเริ่มวางไข่น้อยลง ชาวบ้านที่อยู่ ในย่านนี้ก็จะเพาะพันธุ์เองแบ บกึ่งธรรมชาติ โดยนำพ่อแม่พันธุ์ที่มีอยู่มาฉีดฮอร์โมนเข้าไป จากนั้นนำไปปล่อยไว้ในนาข้าวหรือร่องน้ำที่มีอยู่บริเวณสวน เมื่อผ่านไปได้ 7 วัน ก็จะมีลูกปลาช่อนออกมาให้เห็น จากนั้นก็จะช้อน ส่งมาขายให้กับเธอ เพื่อนำมา อนุบาลในขั้นตอนต่อไป

เสร็จแล้วก็จ ะนำลูกปลาทั้งหม ดชั่งกิโล โดยรับซื้ออ ยู่ที่ราคา กิโลกรัมละ 500-600 บาท ทางฟาร์มก็จะมีการฝึกให้กินอาหารเม็ด เพื่อที่เกษตรกรผู้นำไปเลี้ยงจะได้มี การจัดการที่ง่ายขึ้น

นำลูกปลาช่อน ที่รับซื้อมาใส่เลี้ยงใน มุ้งเขียว ขนาด 3×4 เมตร ความลึก 1.50 เมตร ปล่อยลูกปลาช่อนเลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 60,000 ตัว เมื่อเลี้ยงไปไ ด้สักระยะลูกปลาช่อนจะเห ลืออยู่ประมาณ 30,000 ตัว โดยประมาณ

“อาหารของลูกปลาช่วงนี้ จะเน้นเลี้ยงเป็นอาหารบด ที่มีส่วนผสมของปลาทะเล นม วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ให้กิน วันละ 4 มื้อ เพื่อให้โครงสร้างของลูกปลาดี ต้องค่อยๆ ให้กิน จนกระทั่งลูกปลาช่อนเริ่มกินอาหารเป็น ตัวปลาก็จะใหญ่เท่ามวนบุหรี่ จากนั้นก็จะเริ่มเปลี่ยน ฝึกให้กินอาหารเม็ดเล็ก พอลูกปลาช่อนกินจนคุ้นชินก็จะเปลี่ยนเป็นอาหาร เบอร์ 1 เลี้ยงต่อไปอีกระยะหนึ่ง อาหารก็เปลี่ยนให้กิน วันละ 2 มื้อ จนไปถึงขายได้” คุณมานิตย์ อธิบาย

เมื่อเลี้ยงลูกปลาช่ อนจนอายุได้ประมาณ 45 วัน จะนำลูกปลาช่อนทั้งห มดมาคัดแยกขนาดไซซ์ ตัวไหนที่มี ขนาดประมาณ 2-3 นิ้วขึ้นไป จะเป็นไซซ์ข นาดที่ตลาดต้องการ โดยส่วนใหญ่เริ่มขา ยลูกปลาอยู่ที่ไซซ์นี้

ในเรื่องของ โรคที่เกิดกับ ลูกปลาช่อนนั้น คุณมานิตย์ บอกว่า ยังไม่ค่อยพบปั ญหามากนัก เพราะปลาที่นำมาอนุ บาลใช้ระยะเวลาสั้น บวก กับน้ำที่อยู่ในคลองสองพี่น้องยั งมีความสะอาดอยู่ จึงทำให้ปัญหาเรื่องโรคยังไม่เกิดขึ้นกับลูกปลาช่อน หรือหากถ้ามีก็จะแก้ไขตามอาการที่เป็นในช่วงฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง

ตลาดยังมีความต้องการลูกปลาช่อน

ในช่วงเริ่ม แรกที่อนุบาลลูกปลา ช่อนใหม่ๆ นั้น คุณมานิตย์ บอกว่า มีเท่า ไรลูกค้าต้องการทั้งหมด โดยไม่พอขายกันเ ลยทีเดียว แต่เมื่อเวลาผันผ่า นมาถึงยุคปัจจุบัน การเพา ะพันธุ์ลูกปลาช่อนก็ทำได้ง่าย จึงทำให้มีคู่แข่งมากขึ้นตา มไปด้วย แต่สิ่งที่ ทำได้ดีที่สุดก็คือ เรื่องของคุณ ภาพยังคงรักษาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

“ความจริงไซซ์ขนาดที่ เหมาะสมก็จะอยู่ที่ 2-3 นิ้ว แต่หลังๆ มา ลูกค้ามีความต้องการที่ห ลากหลาย เราก็จะทำให้มีความหล ากหลายไซซ์มากขึ้น ตามที่ลูกค้ าต้องการ ราคาที่ขายอยู่ก็มีหลายขนาดไซซ์ ถ้าขนาดนิ้วครึ่ง ราคาอยู่ที่ 1 บาท ขนาดไซซ์ 2-3 นิ้ว อยู่ที่ราคา ตัวละ 2 บาท ถ้าเป็นขนาด 3-4 นิ้ว ก็อยู่ที่ ตัวละ 3 บาท ซึ่งลูกค้าก็มีสั่งหลายพื้นที่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น พม่า สิงคโปร์ จีน มีทั้งเราไปติดต่อส่งจำหน่ายเอง และก็มีคนมารับซื้อไปส่งจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง” คุณมานิตย์ กล่าวถึงเรื่องการตลาด

สำหรับผู้ที่สนใจอ ยากเลี้ยปลาช่อนเป็นอาชีพ คุณมานิตย์ บอกว่า สา มารถนำไปทดลองเลี้ยงตา มร่องสวนหรือบ่อที่มีอยู่ก่อน เมื่อท ดลองจนประสบผลสำเร็จแล้วก็สามารถ ขยับขยายทำเป็นธุรกิจ ต่อไปได้ โดยนำปลาที่เลี้ยงมาแปรรูปเป็นสินค้าขายเอง ก็จะช่วยให้เพิ่มมูลค่าได้ยิ่งขึ้น

ซึ่งท่านใดที่สนใ จอยากจะเรียนรู้เพิ่มเติมเ กี่ยวกับการเลี้ยงปลาช่อน ให้ประสบผลสำเร็จ ตลอดไปจนถึงขั้นตอ นการแปรรูปเป็นอาชีพ คุณมานิตย์ บอกว่า สามารถเข้าม าสอบถามหรือเรียนรู้ได้ที่ฟาร์ม ทางเธอยินดีให้คำแนะนำทุกขั้นตอน ติดต่อ คุณมานิตย์ โสภณ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ (081) 981-3292

Facebook Comments
👉ฝากติดตาม กลุ่มคนทำเกษตร ด้วย