ช่างภาพไม่ทน!

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่โซเชียล กำลังให้ความสนใจกันอย่างจำนวนมาก จากกรณีลุงพล และป้าแต๋นแห่งบ้านกกก

ที่สื่อหลายสำนักไม่ว่าจะเป็นสื่อกระแสหลักหรือคือกระแสรอง ต่างพากันประโคมข่าว

ไม่ว่าลุงพลและป้าแต๋นจะทำอะไรก็ตามก็มักจะถูกนำเสนอผ่านสื่ออยู่แทบทุก ล่าสุด ช่างภาพของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ได้ประกาศตัดสินใจลาออก เพื่อรับผิดชอบ เราต้องทนทำข่าวรวมพลป้าแต๋น จนกลายเป็นกระแสเรียกเรตติ้งให้กับสถานีโทรทัศน์บางแห่ง

และกลายเป็นว่าถูกตราหน้าจากสังคมถึงอาชีพที่ตกต่ำลง จนช่างภาพรายดังกล่าวไม่สามารถทนได้อีกต่อไปประกาศถอนตัวขอลาออกจากวงการ

โดยโพสต์ดังกล่าวถูกระบุรายละเอียดเอาไว้ดังนี้

ขอโทษกับความเน่าเฟะกรณีลุงพลป้าแต๋น และบ้านกกกอก จากกรณีน้ำมือของสื่อมวลชนอย่างพวกเรา ที่หยิบยื่นให้กับสังคม ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา

ผมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของช่างภาพข่าว ในสถานีโทรทัศน์ ที่นำเสนอข่าวนี้มาโดยตลอด ผมทำงานที่นี่มา 6 ปี ตั้งแต่วันแรกของการออกอากาศ จนวันนี้ไม่สามารถทนกับเรื่องที่เกิดขึ้น และได้ตัดสินใจเดินออกมาแล้ว

จากคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ที่ถูกนำเสนอโดยสื่อมวลชน กลุ่มหนึ่ง และผมคือหนึ่งในนั้น ที่มีส่วนร่วมทำให้คดีความ 1 คดี คดีกลาย คดีกลายเป็น Reality ชีวิต ลุงพลและป้าแต๋น สร้างความแตกแยกของครอบครัวครอบครัวหนึ่ง ชีวิตคนในหมู่บ้านกกๆ เรื่องไสยศาสตร์ ความงมงาย

เราขายข่าวรายวัน เราหน้าไม่อาย เราไม่สนจะถูก เราไร้จรรยาบรรณ คือสิ่งที่สังคมตั้งคำถาม และมันถูกต้องทั้งหมด

เรานำเสนอเรื่องราวที่ห่างไกลจากสิ่งที่เราควรจะเป็น จนกูไม่กลับ หาผลประโยชน์และปล่อยให้คนกลุ่มที่ต้องการผลประโยชน์จากเรื่องนี้เข้ามารุมทึ้ง

เราอยากได้กระแสและต้องการเพียงแค่ยอดคนดู ยอดคนไลน์ ยอดแชร์

บางคนแก้ต่างว่าสิ่งที่เกิดขึ้น สื่ออย่างพวกผม ทำไปเพื่อ ความกระหายใคร่รู้ของคนในสังคม หรือช่วยเหลือชาวบ้าน 2 คนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

มันไม่ใช่สิ่งที่แน่นอนมันคือผลประโยชน์ทั้งนั้น

ยอมรับกันสักทีเถอะว่า เราคือตัวแปรสำคัญ

และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความบิดเบี้ยวทั้งหมดนี้ เพราะเราหิวกระหายเรตติ้งกันเหลือเกิน

Rating คือทุกสิ่งทุกอย่าง

Rating คือปัจจัยที่บอกได้ว่าคุณอยู่หรือไป

และRating ก็กลายเป็นข้ออ้างที่ทำให้คนบางกลุ่มยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา

ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับรู้เรื่องราวที่ถูกสร้าง ปั้นแต่งและถูกนำเสนอผ่านหน้าจอมาโดยตลอด และตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า

พวกเราทำอะไรกันอยู่ มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ มันไม่ใช่ความแปลกใหม่ ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น

วันนี้ ซึ่งอะไรนึกเสมอว่า ระลึกเสมอว่า เป็นฟันเฟืองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ และพยายามจะแก้ไขอะไรบ้าง แต่สุดท้าย ผมขอยอมแพ้กับความบิดเบี้ยว และยอมรับว่าตัวเองไม่สามารถท้วงติง หรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่เกิดขึ้นจากต้นทางได้

ทุกอย่างยังดำเนินต่อไปด้วยเหตุผลที่สรรค์สร้างกันมา

ผมขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้ง หมด และหวังว่าเมื่อเหตุการณ์จบลง ทั้งเราและคนดูบางกลุ่มน่าจะได้บทเรียนอะไรจากเรื่องนี้บ้าง

และขออย่าเหมารวมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือภาพทั้งหมด ของสื่อมวลชน ผมยืนยันว่าในสภาวะที่มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเผชิญ วันนี้ยังคงมีเพื่อนสื่อมวลชน ที่ยังคงพยายามทำหน้าที่ของตัวเอง ทำหน้าที่ของสื่อ อย่างที่ควรจะเป็นให้ได้ดีที่สุด

ผมขอบคุณและให้กำลังใจ เพื่อนสื่อมวลชนที่ยั่งยืนหยัดทำหน้าที่อย่างถูกต้องต่อไป

.

.

.

.

.

.

.

Facebook Comments
👉ฝากติดตาม กลุ่มคนทำเกษตร ด้วย