พลิกชีวิต หันเลี้ยงปูนา สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน

อีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ นั่นก็คือการเลี้ยงปูนา

นายปานศิริ ปาดกุล หรือ ตูมตาม หลังจากเรียนจบปริญญาตรีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ได้ทำงานที่แรกในบริษัทบัญชีแห่งหนึ่ง จากนั้นเขาจึงได้ย้ายไปอยู่โรงงานผลิตอะไหล่โทรศัพท์ในจังหวัดปทุมธานี

ทำงานประจำได้รับเงินเดือนกว่า 20000 บาทอยู่เราราวๆ 5 เดือนพอรู้ว่าพ่อของเขาในวัย 60 ปีได้ประสบอุบัติเหตุจึงได้ตัดสินใจลาออกแล้วกลับมาดูแลพ่อแม่กลับมาเป็นเสาหลักของครอบครัวหาเลี้ยงปากท้องกัน 3 คนครั้งหนึ่งเคยลำบากไม่มีแม้กระทั่งเงินที่จะซื้อข้าวสารกิโลกรัมละ 30 กว่าบาท

ต้องไปกู้ เงินทั้งในและนอกระบบเนื่องจากพ่อไม่สามารถเดินได้ต้องอาศัยการกินอาหารทางสายยาง ดูแลพ่อได้ประมาณ 5 เดือนคุณแม่ก็ป่วย เขาจึงคิดโมเดลธุรกิจขึ้นมาโดยการเลี้ยงปูนาจากส่วนตัวเขาเป็นคนชอบรับประทานปูนามาก

เคยไปตามหาท้องนา 5-6 ชั่วโมงแต่ก็ไม่สามารถหาได้เลยเกิดเป็นไอเดียที่จะเลี้ยงปูนาขายจึงใช้เงินเก็บที่มีอยู่ประมาณ 2,000 บาทลงทุนเลี้ยงปูนาในบ่อปูนบนที่ดินที่มีอยู่ประมาณ 1 ไร่ขับขี่ 44 ตารางวา สั่งปูนาหลายขนาดหลายไซส์มาจาก หลายๆจังหวัดลงทุนครั้งแรกประมาณ 4 ตัน

นายปานศิริได้เปิดเผยต่ออีกว่าแม้การเลี้ยงปูนาครั้งแรกจะไม่สำเร็จทำให้ปูนาทั้งหมดกว่า 4 ตันนั้นได้ตายลงหมดเนื่องจาก เลี้ยงปูนาในบ่อปูนซึ่งมีทั้งความเย็นอีกครั้งแต่น้ำประปาลงไปซึ่งมีคลอรีนผสมอยู่ปูนาปรับสภาพไม่ทันจนตายเกลี้ยง

แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและสั่งปูนมาเข้ามาเลี้ยงอีกครั้งพัฒนาด้วยการเลือกซื้อพ่อแม่พันธุ์ปูนามาเลี้ยงแทนการซื้อปูตัวเล็กๆเพราะปูนาตัวเล็กจะบอบบางและใจง่ายกว่าพ่อแม่พันธุ์มาก

ปัจจุบันนี้เขาเลี้ยงปูนาอยู่ 2 สายพันธุ์ปูนาธรรมดาตัวจะมีขนาดเล็กและปูนาพันธุ์กำแพงตัวจะใหญ่ รสชาติมันครั้งนี้สำเร็จ เลี้ยงมาขายได้ทั้งปูสดปูดองและนำไปแปรรูปทำเป็นน้ำพริกเผากะปิปู ส่งขายตามร้านอาหารอีกทั้งยังมีร้านขนมจีนน้ำยาปูขายอีก

เขาเปิดเผยว่าบางเดือนสามารถสร้างรายได้จากการแปรรูปการเลี้ยงปูนากว่าเดือนละหลักล้านบาท โดยขายปูทั้งตัวเล็กที่ใช้ทำส้มตำสามารถจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 80 ถึง 100 บาท บาทส่วน บาทส่วนปูตัวใหญ่ ที่กำลังจะลอกคราบหรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากกันว่าปูนิ่ม จะสามารถขายได้กิโลกรัมละ 1,200 บาท บาทและ ก้ามปูกิโลกรัมละ 1,000 บาทส่งขายตามร้านอาหารภัตตาคารรวมถึงจำหน่ายพ่อแม่พันธุ์ด้วยคู่ละ 100 บาท

นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าจากประเทศจีนสั่งกระดองปูขาปูนำไปตากแห้งแล้วนำมาบ่นเพื่อไปทำยาสามารถขายได้กิโลกรัมละ 5000 บาทเลยทีเดียว

การเตรียมบ่อ สำหรับเลี้ยงปูนา

การเลี้ยงปูนาในบ่อปูน หนังดูแลง่ายทำความสะอาดง่ายจัดง่ายถ้าเป็นการเลี้ยงในบ่อดินก็สามารถเลี้ยงได้แต่ถ้ามี Order เข้ามา 500 กิโลกรัมการจะไปร่วมกับปูนาที่อยู่ในรูนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แถมเมื่อล้วงมือเข้าไปจับปูในดูแล้วปูนาก็จะมีความสกปรกต้องนำปูนามาพักในบ่อน้ำเพื่อให้ปูนาได้ฟอกตะกอนออกจากตัวมันก่อนซึ่งใช้ระยะเวลานาน 3 ถึง 5 วันจึงจะสามารถส่งให้ลูกค้าได้ ปูนาก็จะมีโอกาสที่จะตายสูง ปัจจุบันเขาจึงหันมาเลี้ยงปูนาในบ่อปูนอย่างเดียว

การเลี้ยงปูนาในบ่อปูนมีขั้นตอนที่ไม่ยากความสูงของบ่อแค่มีอิฐบล็อกประมาณ 2 ก้อนแล้วพื้นด้านในต้องขัดมันให้เรียบป้องกันปูออกจากบ่อ จากนั้นจึงนำมาแช่ด่างทับทิมทิ้งไว้ประมาณ 3 วันหลังจากนั้นจึงล้างทำความสะอาดเติมน้ำมันลงไป ให้ระดับน้ำสูงประมาณ 10 ถึง 15 cm แล้วก็หนักอิฐบล็อกมาวางใส่ผักตบชวา

หลังจากนั้นให้ปล่อยปูนาแต่ระยะช่วง 3-5 วันแรกอาจจะมีโอกาสที่คุณอาจะตายเพราะว่าเมื่อย้ายปูจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งสภาพอากาศมีความแตกต่างกันเพราะฉะนั้นปูนาจะมีปัญหากันตายพอสมควรไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

การเพาะพันธุ์ปูนา

ตามหลักของธรรมชาตินั้นกูลาออกลูกปีละครั้งแต่ปัจจุบันจะมีการบังคับการผสมพันธุ์ให้สังเกตว่าก่อนที่ปูนาจะผสมพันธุ์ตามธรรมชาติในช่วงฤดูร้อนจะต้องจำศีลช่วงเวลาที่จำศีลจะอยู่ในรถใต้ดินลึกมากปูนารู้ได้ยังไงว่าฝนตกเนื่องจากเวลาฝนตกน้ำฝนก็จะซึมลงดินคุณภูมิของดินก็จะต่ำลงมีความชื้นทำให้ปูนารู้ว่าฝนกำลังจะตกแล้วจึงต้องรีบขึ้นมาผสมพันธุ์ถึงและใช้หลักการนี้มาใช้ผสมพันธุ์เทียม ในบ่อปูนให้กับปูนา

บ่อปูนจะต้องมีรูระบายน้ำให้ค่อยๆปล่อยน้ำออกจนน้ำแห้งหลังจากปล่อยให้บอกปูนแห้งสนิทไปเลยโดยที่ไม่ต้องให้อาหารแต่จะต้องสังเกตว่าปูนาจะแห้งปูนาตัวแห้งก็เริ่มหาที่จำศีลเพราะคิดว่ากำลังเข้าสู่ฤดูร้อนก็จะเริ่มเข้าไปอยู่ในรูอิฐบล็อก

หลังจากที่ปูนาเข้าไปอยู่ใน อิฐบล็อก แล้วให้ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์แล้วค่อยๆเติมน้ำลงไปในบ่อนำสแลนมาคุมไว้แนะนำแผ่นสังกะสีมาปิดทับหลังจากนั้นจึงค่อยๆจิบน้ำชาฉีดน้ำจะค่อยๆขี่ให้เป็นฝอยถ้าฉีดแรงเกินไปจะทำให้กูนะตกใจต้องจำลองให้เหมือนฝนกำลังตกอีกครั้งค่อยๆเพิ่มระดับน้ำในบ่อทำให้กูรู้สึกว่ากำลังจะเข้าฤดูฝนก็จะออกมาจากรูอิฐบล็อกเพื่อทำการผสมพันธุ์

ก่อนที่ปูนาจะทำการผสมพันธุ์จะมีสีสันหลากหลายได้แก่สีส้มสีชมพูสีม่วงสีเหลืองสีฟ้าสีแดงสีดำแต่สิ่งที่ปูนาจะผสมพันธุ์ได้ดีที่สุดก็คือสีแดงดำอมม่วง ผ้าปูนาเริ่มเจอน้ำจากที่ตัวมีสีเหลืองม่วงตุ้มก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วงในช่วงฤดูผสมพันธุ์ พ่อเติมน้ำลงไปถึงจุดที่ต้องการคือ 10 ถึง 15 เซนติเมตรหรือมากกว่านั้นก็จะเข้าสู่รอบผสมพันธุ์

กูน่าจะเริ่มจับคู่กันแล้วแยกย้ายอยู่ในรูคู่ใครคู่มัน โดยตัวเมียอยู่ในดูตัวผู้อยู่ปากดูคอยเฝ้าดูแลจนกว่าลูกของมันจะออกมาเป็นตัวใช้เวลาผสมพันธุ์ออกลูกประมาณ 40 ถึง 45 วัน

หลังจากที่ไข่ที่กระดองสมบูรณ์เต็มที่แล้วปูนาถึงจะคล้ายๆที่กรองออกมาไว้ที่หน้าท้องหรือที่เรียกกันว่า จับปิ้ง ขายของผู้นั้นจะมีสีเหลืองอ่อนแล้วเปลี่ยนมาเป็นสีเหลืองแกถึงจะเป็นตัวอ่อนอัตราการรอดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์

อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกปู

หลังจากที่กูออกจากหน้าท้องของแม่ช่วงอายุได้ 3 วันถึง 1 เดือนครึ่งให้หลวงปู่ด้วยไข่แดงต้มสุก พอโตขึ้นก็จะมีการแตกไซส์หลังจากหยุดให้ไข่แดงแล้วจะมี 5 ไซส์คือโป้งชี้กลางนางก้อยให้เลี้ยงต่อไปอีก 1 เดือนครึ่งก็สามารถจับขายได้หลังจากหยุดให้ไข่แดงจะเลี้ยงด้วยอาหารไฮเกรด เดือนครึ่งก็สามารถจับขายได้หลังจากหยุดให้ไข่แดงจะเลี้ยงด้วยอาหารไฮเกรดซึ่ง เดือนครึ่งก็สามารถจับขายได้หลังจากหยุดให้ไข่แดงจะเลี้ยงด้วยอาหารไฮเกรดซึ่งเป็นอาหารสำหรับลูกอ๊อดชนิดเม็ดลอยน้ำเวลาให้อาหารปูก็จะขึ้นมากินเองโดย 1 ตัวกินประมาณ 4-5 เม็ดในทุกช่วงเย็น ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 2.5 ถึง 3 เดือนก็สามารถขายเป็นปูจ๋าที่ใช้สำหรับทอดได้แล้ว

สรุปคือจะใช้เวลาเลี้ยงปูประมาณ 2.5 ถึง 3 เดือนจะขายเป็นปูจ๋าสำหรับทอดแต่ถ้าอายุ 6 เดือนสามารถเริ่มเป็นพ่อแม่พันธุ์ได้อายุไขของกูจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปีแต่พ่อแม่พันธุ์อายุ 6 เดือนจะสมบูรณ์ที่สุด 4-6 ครั้ง ปูนาก็จะเริ่มตาย

ติดต่อได้ที่ ฟาร์มปูนา นายตูมตาม อยู่บ้านเลขที่ 71/2 หมู่ 3 ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เบอร์ติดต่อ โทร.085-420-3813, 062-336-5408

Facebook Comments
👉ฝากติดตาม กลุ่มคนทำเกษตร ด้วย