การปลูกมะเขือเทศเชอรี่ของไทย เริ่มจากพื้นที่ภาคเหนือเพราะมีอากาศเอื้ออำนวย แต่เนื่องจากมะเขือเทศปลูกไม่ยาก และผู้บริโภคนิยมรับประทาน จึงได้มีเกษตรกรหลายรายให้ความสนใจ และได้พยายามนำมะเขือเทศเชอรี่สีแดง มาปลูกในพื้นที่อื่นๆ

หนึ่งในเกษตรกรที่สามารถนำมะเขือเทศเชอรี่ มาปลูกที่พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีได้ผลสำเร็จ คือ เกษตรกร Young Smart Farmer จาก อ.ศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี ชื่อ “ปิยะ กิจประสงค์” โดยเขาได้นำมะเขือเทศเชอรี่มาปลูกยังพื้นที่แห่งนี้ ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยการใช้เทคนิคการปลูกในโรงเรือน และใช้วัสดุปลูกแทนการปลูกในดิน และใช้เทคนิคการปรุงแต่งรสชาติด้วยฮอร์โมน

ปัจจุบันมะเขือเทศเชอรี่ที่ไร่ ของหนุ่ม Young Smart Farmer มีรสชาติหวานกรอบ ต่างจากมะเขือเทศเชอรี่ จากไร่อื่นๆ ที่ปลูกในประเทศไทย ทำให้สามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 100บาท ในขณะที่มะเขือเทศเชอรี่ จากไร่อื่นๆ ขายได้ในราคากิโลกรัมละ60 บาท

และเขาไม่ต้องเดินทางไปขายมะเขือเทศยังพื้นที่ห่างไกล เพราะมีลูกค้าประจำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี พอถึงสัปดาห์ ก็นำมะเขือเทศ ไปส่งให้กับลูกค้าที่สั่งไว้ และบางส่วนลูกค้ามาซื้อที่บ้าน และการที่มีลูกค้าประจำให้เก็บมะเขือเทศไปส่งลูกค้าแบบสดๆ ช่วยให้ลูกค้าได้กินมะเขือที่ใหม่สดเสมอ

เขาเล่าว่า สำหรับผลผลิตที่ได้ ในหนึ่งสัปดาห์ มีผลผลิตออกไปส่งให้ลูกค้าจำนวน 100 กิโลกรัม บนพื้นที่การปลูก 300 ตารางเมตร มะเขือเทศ จำนวน 600 ต้น ซึ่งถ้าเป็นช่วงฤดูร้อน ผลผลิตก็จะหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะมะเขือเทศเชอรี่เป็นไม้เมืองหนาว ไม่ชอบอากาศร้อน

ปกติช่วงฤดูร้อน เกษตรกรทั่วไป ไม่มีผลผลิตออกมาแลย แต่ของเราสามารถทำให้ออกได้ครึ่งหนึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ต้องการผลผลิตที่ออกได้ทุกฤดู เพราะต้องมีผลผลิตส่งลูกค้าทุกวัน ในขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลอง ร่วมกับ ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการหาวิธี ช่วยเพิ่มผลผลิตมะเขือเทศ ในช่วงฤดูร้อน

การปลูกมะเขือเทศเชอรี่ โดยใช้เทคนิคการปลูกระบบปิดในโรงเรือน ช่วยให้การควบคุมดูแลคุณภาพของผลผลิตง่ายขึ้น เช่น เราใช้เทคนิคการปรุงแต่งดิน การปรุงแต่งรสชาติของมะเขือเทศด้วยฮอร์โมน การให้น้ำ เพื่อควบคุมอุณหภูมิ การป้องกันแมลงศัตรูของพืช

ทุกอย่างทำได้ผลดี สำหรับการปลูกในโรงเรือน ที่สำคัญทำให้เราได้มะเขือเทศที่ปลอดภัยผู้บริโภค เพราะไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง แต่ไม่ปลอดเคมี เนื่องจากฮอร์โมนที่เราใช้ เป็นเคมีอยุู่

วิธีที่ทำให้ได้เมล็ดที่ดีมาปลูก คือ เลือกซื้อมีมะเขือเทศพันธุ์ที่ดีมา แล้วผ่านำเมล็ดมาล้างน้ำแล้วนำไปผึ่งในกระชอนตาถี่หรือบนผ้ามุ้งกันแมลงนำไปไว้ในบ้านตรงที่ๆคิดว่าไม่ร้อนทิ้งไว้ 2-3 วัน แล้วใส่ถุงแช่ เย็นไว้สัก 1 อาทิตย์ แล้วค่อยนำมาปลูกถ้าล้างแล้วจะนำมา ปลูกเลยก็ได้แต่อัตราการงอกจะไม่ดีสู้พักเมล็ดไว้หน่อยการงอกจะดีกว่า

เมล็ดพันธุ์สามารถเก็บจากมะเขือเทศที่เราปลูกในครั้งแรกได้ ถ้าเราปลูกแล้วเก็บเมล็ดแล้วก็นำเมล็ดที่เก็บไปปลูกแล้วเก็บเมล็ดมะเขือเทศรุ่นหลังๆ จะมีเมล็ดน้อยลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายแล้วมะเขือ เทศรุ่นท้ายๆจะไม่มีเมล็ดเลยเพราะฉนั้นถ้าเราทำตามข้อที่ 3 แล้วไม่มีเมล็ดหรือมีน้อยแสดงว่าคนปลูกเขาเก็บเมล็ดจากต้นเขาเอง

วิธีปลูกมะเขือเทศเชอรี่ทั่วไป

1.เพาะเมล็ดในวัสดุปลูกโดยใช้ถาดเพาะหรือถุงขนาดเล็ก ใช้น้ำสารและธาตุอาหาร EC 1.2 pH 7.0 รดเช้า-เย็น

ให้แดดพอประมาณจนต้นกล้าอายุ 15-25 วัน ย้ายปลูก การย้ายปลูกถ้าย้ายเร็วต้นจะไม่โทรม

2.นำวัสดุปลูกใส่ถุงปลูกให้เต็มควรนำถุงวางบนร้านอย่างที่ เห็นเพราะเวลามะเขือเทศออกลูกมากๆ แล้วโดนฝนติดต่อ

กันหลายๆ วันลูกจะได้ไม่แตกเพราะน้ำจะระบายได้เร็วและ มะเขือเทศจะบังคับหวานง่าย

3.นำต้นกล้ามาปลูกลงถุงปลูก

4.รดด้วยน้ำสารละลาย EC 1.7 pH 6.5 เช้า-เย็น รดจน น้ำไหลออกก้นถุงแล้วพอ

5.เมื่อมะเขือเทศโตคอยแขวนกิ่งด้วย

6.คอยแต่งกิ่งหรือใบแก่ล่างๆออกบ้าง

7.เมื่อมะเขือเทศออกดอกให้ใช้ไม้เล็กๆ พันด้วยฟองน้ำ เคาะที่ต้นให้ต้นสั่นเพื่อให้เกสรผสม

8.เมื่อติดลูกแล้วลูกใกล้แดงจะเร่งหวานมีสองวิธีคือให้น้ำน้อยลงหรือเพิ่ม EC แต่อย่าเร่งหวานมากเพราะต้นจะหยุดโต ดอกจะน้อยผลจะเล็ก

อย่าลืมมะเขือเทศชอบแดดค่อนข้างจัดแต่ไม่ชอบร้อน การปลูกวิธีนี้ใช้ปุ๋ยที่ปลูกผักสลัดได้หรือใช้น้ำสารละลายที่ถ่ายออกจากการปลูกผักก็ได้ ถ้าอากาศเย็นไม่มีโรคและ แมลงรบกวนมะเขือเทศจะเลื้อยไปเรื่อยๆมีอายุหลายเดือน ห้ามคนที่สูบบุหรี่เข้าใกล้แปลงปลูกห้ามใช้ยาฉุนกับมะเขือเทศเพราะจะนำโรคมา ควรปลูกในมุ้งกันแมลงน้ำสารละควรด้วย

Leave a comment