คนเราเกิดมาไม่ได้เก่ง ไปหมดซะทุกอย่าง

บ้างคนอาจเรียนเก่ง.. บ้างคนอาจเล่นกีฬาเก่ง  บ้างคนอาจวาดรูปเก่ง

‘ แต่สิ่งสำคัญ..เราจะหาความเก่ง ความถนัดนั้นเจอหรือไม่ ‘

ยิ่งเมื่อคุณยังหาความถนัด ที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวคุณไม่เจอ แต่กับเจอเพียงเสียง บ่นด่า ติฉินนินทา ว่าทำไม เรียนได้เกรด 1 กว่าๆ จะไปทำมาหากินอะไร

มันเหมือนมีดที่คมกริต ที่ทิมแทงไปใน “หัวใจ” ให้เจ็บช้ำน้ำใจ เสมือนว่าเราไร้ค่าสิ้นดี เป็นจุดดับของมนุษย์เราที่ต้องเผชิญบนโลกที่แท้จริงไปให้ได้หากแต่ ถ้าเราไม่ยอมแพ้

ต่อเสียงของคนอื่น.. ลุกขึ้นสู้ ค้นหา “ความสามารถ ในตัวเราให้เจอ แล้วแสดงแสงยานุภาพ ให้โลกประจักษ์ ว่าข้าก็เก่งเหมือนกัน เมื่อนั้นคุณก็ยืนหยัด  บนโลกใบนี้ ได้อย่างภาคภูมิ

วันนี้จำนำเสนอธุรกิจเล็กๆของ น้องหยก(จุลเทพ บุณยกรชนก ) เด็กชายที่หัวทึบที่สุดในโรงเรียน ที่ผู้เป็นพ่อบอกว่าลูกของเขาที่หนึ่งนะ แต่เป็นที่หนึ่งจากข้างหลัง หยกจบ ม.6 ด้วยเกรด 1.7

ซึ่ง ไม่สามารถใช้เป็นใบเบิกทางเรียนต่อที่ไหนได้เลย แต่เด็กหนุ่มฉลาดพอที่จะค้นพบทางเดินของตัวเองตั้งแต่วันที่เขาเดินออกจากรั้วโรงเรียน เขารู้ว่าเขามีต้นทุนอะไร และจะนำต้นทุนนั้นมาต่อยอดอย่างไร

น้องหยก เกิดครอบครัวธรรมดา คุณพ่อ(ปริญญา สำนักนี้)จบช่างยนต์ แต่อยากทำเกษตร จึงหันเห..มาทำอาชีพเกษตร ตั้งแต่ ปี 2547 , โดยมุ่งเน้นไปด้านการทำปุ๋ยอินทรีย์ขาย ปลูกผักเองบ้าง

แต่เฉพาะไว้รับประทานเท่านั้น , สมัยนั้นน้องหยกยังอายุน้อย อยู่แค่ชั้นป.6  แต่ก็เริ่มเข้าช่วยงานทางบ้าน ชีวิตจริงที่เริ่มรับรสชีวิตเกษตรมาตั้งแต่เด็กๆ.. บ้านเล็กๆที่มีเนื้อที่ 1 ไร่ ครึ่ง , ถูกจัดสรรเป็นที่ทำปุ๋ยอินทรีย์

และยังมีแปลงทดลองปลูกผักอินทรีย์ ควบคู่มาด้วยกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้น้องหยกมองไปที่ “เกษตรอินทรีย์”การปลูกผักสลัด อินทรีย์ขาย จึงเป็นเป้าหมาย ที่น้องหยกจะต้องทำให้ได้

น้องหยกเล่าว่า  “การปลูกผักสลัด ของผมไม่เหมือนใครเลย” ตอนลงมือทำที่แรก คนอื่นก็คิดว่าเรามัน ไก่อ่อน เค้าทำกันแบบนี้ แต่มันดันกลับทำอีกอย่าง   แต่สุดท้าย ผักที่ได้ออกมามันก็เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจน

4  เคล็ดลับ ทฤษฎี “มังกรหยก คุณชายผักสลัด”แหวกแนวชาวบ้าน

รดน้ำตอนกลางวัน น้องหยกเล่าว่า… ในตอนกลางวันแดดจะแรงมาก ผักยิ่งจะต้องปรับตัวสู้ความร้อน หากไม่มีน้ำค่อยช่วยให้ความชุ่มชื่น ผักจะสร้างยาง และทำให้โครงสร้างภายนอก แข็งกระด้าง อีกทั้งยังมีผลต่อรสชาติของผัก ผักจะมีรสขมมาก

ให้ปุ๋ยน้ำอินทรีย์ทุกวัน ในการให้ปุ๋ยน้ำอินทรีย์ กับ ผักสลัด โดยทั่วไป เขาจะให้.. 7 วัน 1 ครั้ง , แต่ทฤษฎีน้องหยก ให้ปุ๋ยทุกวัน ทั้งนี้ชน้องหยก เล่าชพี่ลองคิดดูซิครับ คนเรากินข้าว 3 มื้อ , ผักกับได้กินแค่ 7 วัน/ครั้ง , ยิ่งผักของผมมีอายุ 55 วัน จะได้แค่ 7 ครั้ง , แล้วจะได้ผักที่คุณภาพได้ไง

รดสมุนไพรไล่แมลง ตอนเย็น (ทุกวัน) การให้สมุนไพรไล่แมลงก็เหมือนกัน น้องหยกใช้การทดลอง เปรียบเทียบ 2 แปลง , โดยแปลงที่ A รดสมุนไพร 7 วัน/ครั้ง กับ แปลงที่ B รดสมุนไพรทุกวัน ผลปรากฏว่า แปลงที่รดทุกวัน ผักออกมาสวย ต้นงาม แข็งแรง มีแมลงกัดกันบ้าง แต่น้อยมากๆ

สู้เชื้อรา ก่อน 7 โมง (ทุกวัน) เชื้อราบนใบผัก น้องหยกต้องใช้ จุลินทรีย์หน่อกล้วยที่น้องหยกก็ผลิตขึ้นเอง ที่สำคัญต้องรดในช่วงเช้า ก่อน 7 โมง

ขณะที่เพื่อนๆรอเปิดเทอมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หยกใช้เวลา4เดือน หลังเดินออกจากรั้วโรงเรียน สร้างกิจการผักสลัดอินทรีย์ของตัวเองที่มีออเดอร์เบื้องต้นเดือนละ 1 ตัน กับ 200 กิโล ซึ่งทำให้เขามีรายรับเดือนละ แสนกว่าบาท เงินที่ใช้ลงทุนทั้งหมด มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ที่ได้มาจากการเปิดอบรมให้ความรู้ผู้ใหญ่ เกี่ยวกับการปลูกผักสลัด แต่กับเด็ก ใครก็ได้ที่สนใจ นอกจากจะสอนฟรี เขายังแจกตำราที่เขียนด้วยตัวเอง พร้อมทั้งเมล็ดพันธุ์ให้ฟรี

เขาบอก “มีคนเคยบอกว่า สติปัญญาของผมนั้นราคาวันละ 20 บาทยังแพงเกินไป แต่ผมไม่เคยใช้คำดูถูกดูแคลนมาเป็นแรงขับ เพราะนั่นเท่ากับผมรับเอาสิ่งนั้นมาไว้ในใจ ผมไม่สนใจ ผมใช้ความพยายาม และ ความรัก…”

ปัจจุบัน หยกนอกจากจะขยายพื้นที่ปลูก หยกยังกำลังทดลองหาความรู้อย่างไม่หยุดยั้ง เขามีสูตรทำดิน ปุ๋ย สารป้องกันและกำจัดแมลง รวมทั้งเคล็ดลับในการดูแลผักสลัดของตัวเอง

ผักของเขาได้รับใบรับรองมาตรฐานอินทรีย์จากหน่วยงานของรัฐ เขาหาตลาดเอง บริหารการปลูก ไปจนเก็บเกี่ยวเอง ทำการตลาดเอง

“…ผมยังไม่ได้ทำอะไรสำเร็จ ผมเพิ่งเริ่มต้น…”คุณชายผักสลัดบอก”…เพราะถ้าคิดว่าสำเร็จเสียแล้ว อาจจะหลงและหยุดพัฒนา”