ลูกค้าแทบตะลึง!! ช่างซ่อมรถสาวสวย ‘ลาออกงานออฟฟิศ เปิดอู่ซ่อมรถ’

0
85

ลูกค้าทึ่งสาวสวยวัย 24 ปี จบ ป.ตรี ทำงานช่างซ่อมช่วงล่างรถเหมือนชายทุกอย่าง ไม่กลัวเปื้อนมอมแมม เผยรับช่วงกิจการของพ่อ

22 พ.ค.) เป็นที่ฮือฮาที่ร้านสันติผ้าเบรก ริมถนนราชสีมา-จักราช (เพชรมาตุคลา) ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวสวยวัยเพียง 24 ปี ชื่อว่า นางสาว ภาวิดา ใยงูเหลือม หรือน้องข้าวฟ่าง

โดยทุกวันน้องข้าวฟ่างจะต้องทำหน้าที่ถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ ซ่อมเบรก เจียรจานดิสเบรก และซ่อมช่วงล่างรถยนต์ของลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการที่ร้าน

ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของลูกค้าที่ไปใช้บริการ เนื่องจากน้องข้าวฟ่างมีรูปร่างผอมบาง และมีหน้าตาสะสวย แต่กลับสามารถคลุกคลีกับอุปกรณ์ช่าง และน้ำมันเครื่องรถยนต์ จนเสื้อผ้าเนื้อตัวดำมอมแมม และไม่แสดงอาการรังเกียจแต่อย่างใด

จากการสอบถาม น้องข้าวฟ่าง เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้เรียนจบปริญญาตรีด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เมื่อปี 2557 และเมื่อจบใหม่ๆ ก็ได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทเอกชนได้ประมาณ 1 ปี

จากนั้นได้ลาออกจากงานแล้วกลับไปทำธุรกิจร้านรับซ่อมผ้าเบรก และช่วงล่างรถยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน โดยเธอรับช่วงธุรกิจต่อจากคุณพ่อ คือ นายสันติ ใยงูเหลือม อายุ 51 ปี

น้องข้าวฟ่าง ได้เล่าประวัติชีวิตตนเองว่า คุณพ่อคุณแม่มีลูกสาวทั้งหมด 3 คน ตนเป็นลูกสาวคนโต ที่ตัดสินใจกลับไปช่วยงานธุรกิจของครอบครัว เพราะตอนเด็กๆ ตนก็คลุกคลี และเคยช่วยงานของคุณพ่อบ่อยๆ

ทั้งนี้ไม่เคยกลัวเปื้อนน้ำมัน เพราะถ้าหากเปื้อนแล้วได้เงินตนก็ทำได้ ตั้งใจจะทำงานแบบนี้ไปตลอด ซึ่งตนอยากช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อ เพราะคุณพ่อทำงานหนัก และเหนื่อยมานานแล้ว ต่อจากนี้ไปตนจะช่วยงานของที่บ้านเอง และอยากให้คุณพ่อได้พักผ่อนบ้าง

ด้าน นายสันติ ใยงูเหลือม อายุ 51 ปี พ่อของ น้องข้าวฟ่าง เล่าว่า ตอนน้องข้าวฟ่างเรียนอยู่ระดับมัธยม ก็ได้มาช่วยงานในอู่เป็นประจำ ซึ่งตนได้สั่งสอนลูกสาวว่าถ้าคนเรามีความขยัน อดทน และไม่เลือกงานจะไม่มีวันลำบากแน่นอน ดังนั้นจึงได้ให้มาช่วยงานที่อู่

โดยให้ทำทุกอย่างที่ผู้ชายทำ เช่น การทำเบรก เจียรจารเบรก ย้ำผ้าครัช เปลี่ยนลูกหมาก และถ่ายน้ำมันเครื่อง ซึ่งลูกสาวก็พยายามทำช่วยพ่อมาโดยตลอด ต่อมาเมื่อไปเรียนในระดับปริญญาตรี ก็ทิ้งช่วงการมาช่วยงานที่อู่ระยะหนึ่ง เพราะไม่มีเวลา ก่อนที่จะไปทำงานในบริษัทเอกชน และลาออกมาบอกพ่อว่า อยากมาช่วยพ่อทำงานในอู่

ซึ่งตอนแรกตนรู้สึกกลัวว่าลูกสาวจะเสียโอกาสได้ทำงานสบายๆ เหมือนสาวคนอื่น แต่ลูกสาวก็ยังยืนยันว่าจะมาช่วยพ่อทำงานบริหารอู่แห่งนี้ ให้มีการพัฒนาได้มาตรฐานยิ่งขึ้น เพื่อให้พ่อได้พักผ่อนบ้าง จึงรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก โดยตนหวังว่าลูกสาวคนนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เรียนจบมาแล้วตกงานเป็นจำนวนมาก ให้รู้จักว่าถ้าคนเรารู้จักขยัน อดทน และไม่เลือกงานแล้ว ย่อมไม่มีวันอดตายแน่นอน

ที่มา : https://www.sanook.com/news/2235698/

Leave a comment