เมื่อเอ่ยถึงชื่อ Yamaha หลายคนคงนึกว่าเป็นแค่ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ แต่ในวงการรถยนต์รู้กันว่าบริษัทตราส้อมเสียงนี้ ถนัดนักเรื่องการทำเครื่องยนต์ชั้นดี โดยบทความนี้ได้รวบรวม 10 สุดยอดเครื่องยนต์ในรถยนต์ 4 ล้อ ที่ออกแบบหรือสร้างโดยบริษัทรถสองล้อแห่งนี้ ซึ่งบางคันถูกสร้างโดยยามาฮ่ามากกว่าเครื่องยนต์ด้วยซ้ำไป โดยการจัดอันดับครั้งนี้ ไม่ได้เรียงตามความสำคัญใดๆ เพราะทุกเครื่องยนต์ล้วนมีจุดประสงค์ต่างกันไปเป็นของตัวเอง โดยเริ่มตั้งแต่ 4 สูบเรียง จนถึง V12 ซึ่งมีดังนี้

เครื่อง Ford SHO V6

พัฒนาโดยยามาฮ่าทั้งตัว เป็นเครื่องเบนซิน 3,000 ซีซี. V6 ทำมุม 60 องศา วางขวางขับหน้า หายใจเองไม่มีอัดอากาศช่วย มีกำลัง 223 แรงม้า กับแรงบิด 271 นิวตัน-เมตร เป็นจุดเริ่มต้นของความแรงไซส์เล็ก ประหยัดน้ำมันกว่าคู่แข่ง แถมมีแรงม้าสูสีกับพวก V8 หลายตัว

เครื่อง Ford SHO V8

นี่ก็เป็นตัวแรงอีกบล็อค ที่ฟอร์ดไว้ใจให้ยามาฮ่าทำ หลังจากเห็นผลงานดีๆ จากบล็อก V6 มาแล้ว คราวนี้ปลดปล่อยพลังเต็มที่กับ V8 ซึ่งพื้นฐานเดิมจากสำนัก Cosworth ที่ถูกยามาฮ่าปรับฝาบนใหม่ โมให้รอบจัดขึ้นเป็น 7,000 รอบ/นาที ทำให้เครื่อง 3,400 ซีซี. มีกำลัง 238 แรงม้า กับแรงบิด 312 นิวตัน-เมตร แถมยังมีความทนทานเป็นเยี่ยม จนได้รับความนิยมจากชาวอเมริกันมากในช่วงนั้น

เครื่อง 2UR-GSE

บล็อกเบนซินที่วางใน Lexus IS-F ใช้พื้นฐานเดิมจาก 2UR-FSE มาโมดิฟายพอร์ตไอดีแบบ High-flow ใหม่หมด ส่งผลให้เครื่องเบนซิน 5,000 ซีซี. V8 ทำมุม 90 องศา มีกำลังได้ถึง 473 แรงม้า และแรงบิดทำได้ 530 นิวตัน-เมตร วางยาวขับหลัง ร่ำลือกันว่านี่จะเป็นบล็อค V8 ที่จะได้รับความนิยมในหมู่เชียงกง ฮิตต่อเนื่องจาก 1UZ กันเลยทีเดียว

เครื่อง B8444S

วางอยู่ในรถ Volvo S80 และ XC90 โดยความฉลาดอยู่ตรงที่ ยามาฮ่าจัดการยัดบล็อก V8 ความจุ 4,400 ซีซี. ลงไปในห้องเครื่องแบบตามขวาง โดยลูกสูบทำมุม 60 องศา และต้องออกแบบจุดศูนย์ถ่วงใหม่ ให้นิ่งเทียบเท่า V8 ตามยาว มีกำลัง 315 แรงม้า พร้อมแรงบิด 440 นิวตัน-เมตร นับเป็นความเจ๋งที่เครื่องขนาดใหญ่แบบนี้ สามารถนำมาวางขวางขับหน้าได้อย่างไม่เสียสมดุลย์ตัวรถ

เครื่อง 1LR-GUE

เป็นเครื่องยนต์ที่วางใน Lexus LF-A แบบเบนซิน V10 มีจุดเด่นตรงที่มี Firing order เท่ากันทั้งสองฝั่ง ทำให้เสียงราบลื่นหู มีการใช้วัสดุอะลูมิเนียม, แม็กนีเซียม และไทเทเนียมอัลลอยด์ เพื่อลดหนักได้เบากว่า V6 บางบล็อค มีลิ้นเร่งอิสระแยกแต่ละสูบ และทำรอบสูงถึง 9,500 รอบ/นาที ได้ง่ายๆ ให้กำลัง 560 แรงม้า กับแรงบิด 480 นิวตัน-เมตร เครื่องนี้เป็นที่ยอมรับว่าเจ๋งที่สุดของเลกซัส

เครื่อง 4A-GE

พัฒนาต่อยอดจาก 4A-FE โดยให้ยามาฮ่าพัฒนาฝาสูบใหม่ พอร์ตใหม่ เริ่มต้นจากฝา 16 วาล์ว 125 แรงม้า ต่อมาพัฒนาเป็น 20 วาล์ว 160 แรงม้า และยังมีรุ่นซุปเปอร์ชาร์จ 4A-GZE ให้กำลัง 173 แรงม้า อีกด้วย ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องที่เล็กน้ำหนักเบา จูนง่าย อะไหล่เยอะ สมรรรถนะดี

เครื่อง 3S-GE

เป็นอีกหนึ่งบล็อกยอดนิยมของ Toyota นิยมใช้ในรุ่น Corona, RAV4, Celica ฯลฯ เป็นบล็อก 4 สูบ 2,000 ซีซี. มีทั้งแบบหายใจเอง 135 แรงม้า จนไปถึงรุ่นแรงติดเทอร์โบอย่าง 3S-GTE และมีรุ่นยอดฮิตที่รู้จักในชื่อ 3S BEAM ที่ทำแรงม้าได้สูงถึง 210 แรงม้า พร้อมแรงบิด 216 นิวตัน-เมตร และยังโมต่อได้อีก

เครื่อง 2ZZ-GE

จากโตโยต้า ขาประจำเรื่องเครืองยนต์ยามาฮ่า โดยใช้พื้นฐานจากเครื่อง 1ZZ ในอัลติส E120 เดิมอยู่แล้ว มาพัฒนาให้เร่งรอบได้สูง รีดแรงม้าได้จี๊ดๆ โดยไม่ใช้ระบบอัดอากาศช่วย วิธีทำก็คือวาล์วแปรผันองศาใหม่ กับอัตราส่วนกำลังอัด 11 ต่อ 1 พร้อมลูกสูบฟอร์จเบา ทำให้เร่งได้ถึง 7,800 รอบ/นาที ทำกำลังได้ 190 แรงม้า เป็นอย่างต่ำ และยังถูกโมดิฟายโดย Lotus ติดซูเปอร์ชาร์จให้กำลังไป 200 กว่าแรงม้าก็มี

Toyota 2000GT

คราวนี้ มาทั้งคันจากยามาฮ่าเลย กับรถสปอร์ตในยุค 60 ซึ่งยามาฮ่าทำให้โตโยต้าแทบทุกชิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 2,000 ซีซี มีกำลัง 150 แรงม้า และแรงบิด 175 นิวตัน-เมตร อาจจะไม่มากเท่าไหร่ แต่ให้เสียงท่อเพราะจนนักเล่นรถต้องหลงใหล

Yamaha OX99-11

รถซูเปอร์คาร์ตัวฉกาจจากยามาฮ่า เป็นรถต้นแบบเครื่องวางกลางในต้นยุค 90 ตัวถังส่วนใหญ่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งถือว่าล้ำมากในยุคนั้น ใช้เครื่องยนต์ V12 ทำมุม 70 องศา ความจุ 3,500 ซีซี. หายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศช่วย ปั่นกำลังได้ 400 แรงม้า ลาดเรดไลน์ได้ถึง 10,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.ภายใน 3.2 วินาที ถ้าผลิตออกมาได้จริง จะถือว่าเป็นซูเปอร์คาร์ได้เลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก Visioracer