ชาวสงขลาแห่ปลูกกันใหญ่ ผลไม้แปลกราคาแพง สมความอร่อย เชื่ออนาคตรุ่ง

0
1733

มะเดื่อฝรั่ง เป็นผลไม้แปลกที่มีราคาแพงในปัจจุบัน เนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูงสุดติดอับดับ 1 ใน 10 ของโลก กำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มคนรักสุขภาพ รวมทั้งยังมีสรรพคุณทางยามากมาย ในตลาดต่างประเทศ

“มะเดื่อฝรั่ง” จัดเป็นผลไม้แปลกที่มีราคาแพง มีสายพันธุ์ที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ พันธุ์รับประทานสด พันธุ์ทำแห้ง และพันธุ์บรรจุกระป๋อง เนื่องจากมะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและเป็นผลไม้ที่ไม่มีธาตุโซเดียมและคอเลสเตอรอลดังนั้น ในการโฆษณาขายมะเดื่อฝรั่งในตลาดต่างประเทศจึงมักใช้สโลแกนที่เป็นภาษาอังกฤษที่ว่า “No Sodium No Clolesterol” ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย


แรกเริ่มในไทยได้มีการนำมะเดื่อมาปลูกเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กับชาวไทยภูเขาทดแทนการปลูกฝิ่นแต่ดั้งเดิม แต่ขณะนี้กลุ่มเกษตรใน จ.สงขลา เริ่มนำมาทดลองปลูกในเชิงพาณิชย์เพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ในอนาคต และเป็นที่นิยมในเวลาต่อมา


นายสมชาย จันทะสะระ อายุ 44 ปี หนึ่งในเกษตรกรในชุมชนป่ากล้วย บ้านฉลุง หมู่ 7 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ลงทุนซื้อต้นพันธุ์มะเดื่อฝรั่งจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ต้นละ 500 บาท จำนวน 40 ต้น มาปลูกร่วมกับผลไม้ในท้องถิ่นและพืชผลชนิดอื่น ๆ ในแปลงเดียวกัน ปลูกระยะห่างประมาณ2 เมตรต่อต้น และเริ่มเห็นผลเพราะหลังจากปลูกมาแค่ 3 เดือน มะเดื่อฝรั่ง ก็เริ่มให้ผลผลิตแล้วในรุ่นแรก และให้ผลผลิตเต็มที่ตั้งแต่ 6 – 8 เดือนขึ้นไป และเป็นการปลูกมะเดื่อฝรั่งแบบเกษตรอินทรีย์ หรือปลอดสารพิษทั้งหมด


นายสมชาย บอกว่า ตนได้รวมกลุ่มกับเพื่อนอีก 10 คน ทดลองปลูกเป็นแห่งแรกและเป็นที่เดียวในภาคใต้ หลังจากนำมาปลูกในสวนร่วมกับผลไม้อื่น ๆก็เติบโตดีมากแม้จะปลูกในที่โล่งแจ้งหรือปลูกในบ่อซิเมนต์ ส่วนการดูแลมะเดื่อฝรั่งไม่แตกต่างจากผลไม้ชนิดอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยหมักที่ทำขึ้นเองเดือนละครั้งรดน้ำสม่ำเสมอ ส่วนโรคแมลงก็มีบ้าง เช่น หนอนชอนเปลือกและราสนิมแต่ก็สามารถแก้ไขได้


ส่วนราคาขายจะขายในราคาประกันกิโลกรัมละ 120 บาทและเป็นการขายกันในกลุ่มที่ปลูกมะเดื่อฝรั่งอยู่แล้ว แต่หากราคาขายในท้องตลาดที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 300-700 บาท


ขณะนี้ตนเริ่มตอนกิ่งพันธุ์เองเพื่อขยายพื้นที่การปลูกเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ที่สนใจมาดูลู่ทางและวิธีการปลูกมะเดื่อฝรั่ง ก็มาดูได้ที่สวนของตนติดต่อได้ที่หมายเลข 082-2898238

 

จะเห็นได้ว่า มะเดื่อ เป็นไม้ผลอีกชนิดหนึ่งที่น่าปลูกและควรส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีการขยายพื้นที่ปลูกในอนาคต โดยจะสรุปถึงความน่าปลูกของมะเดื่อฝรั่งได้ดังต่อไปนี้

1. เป็นไม้ผลที่ให้ผลผลิตเร็ว โดยปกติแล้วกิ่งพันธุ์มะเดื่อฝรั่งที่มีการซื้อ-ขาย กันในปัจจุบันจะเป็นประเภทกิ่งตอน ราคาซื้อ-ขาย กิ่งพันธุ์มะเดื่อฝรั่งจะมีราคาเฉลี่ยกิ่งละ 500 บาท เมื่อนำต้นมะเดื่อฝรั่งกิ่งตอนมาปลูกลงแปลงหรือบางสายพันธุ์ปลูกในกระถางได้ จะให้ผลผลิตเมื่อต้นมีอายุได้เพียง 5-6 เดือน หลังจากปลูกลงดิน

2. ไม่พบปัญหาเรื่องไม่ออกดอกและติดผล สายพันธุ์มะเดื่อฝรั่งเกือบทั้งหมดที่มีการนำมาปลูกในบ้านเราขณะนี้ไม่พบปัญหาเรื่องของการไม่ออกดอกและติดผลกล่าวคือเมื่อนำมาปลูกแล้วมั่นใจได้ว่าให้ผลผลิตได้แน่นอน เพียงแต่คัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมเท่านั้น


3. จัดเป็นผลไม้แปลกและหายาก คนที่ไม่เคยรับประทานมะเดื่อฝรั่งทุกคนมักจะคิดไปว่าเป็นผลไม้ไม่อร่อย เนื่องจากยังติดกับภาพมะเดื่อพื้นบ้านหรือมะเดื่อป่าของไทยที่ผลมีแต่ยางและบางครั้งยังพบหนอนอยู่ในผล ซึ่งความจริงแล้วมะเดื่อฝรั่งจัดเป็นไม้ผลที่รู้จักกันมานานแล้ว แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักเท่านั้นเอง


4.นอกจากรสชาติที่อร่อย และเป็นผลไม้ที่บริโภคเป็นอาหารและยา มีข้อมูลที่เป็นวิชาการและยอมรับกันทั่วโลกว่า มะเดื่อฝรั่งมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก โดยเฉพาะปริมาณของธาตุแคลเซียม ไม่มีธาตุโซเดียมที่เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนั้น ในผลไม้ชนิดนี้ไม่มีคอเลสเตอรอล ในบางตำราถึงกลับบอกว่า ถ้ามีการบริโภคมะเดื่อฝรั่งเป็นประจำจะช่วยในการป้องกันโรคนิ่วในไต ป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและยังช่วยฟอกตับและม้าม หลายคนทราบดีว่าปัจจุบันคนไทยหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น ตลาดผลไม้สุขภาพจึงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง


5. มะเดื่อฝรั่งนำมาปลูกในระบบปลอดสารพิษได้ ถึงแม้จะมีข้อมูลในต่างประเทศว่า มะเดื่อฝรั่งมีศัตรูระบาดทำลายอยู่หลายชนิด แต่ยังจัดได้ว่าน้อยกว่าผลไม้เศรษฐกิจหลายชนิดที่จะต้องมีการฉีดพ่นสารปราบศัตรูพืชเป็นประจำ
เนื่องจากพบว่าศัตรูที่สำคัญมีเพียงนกและมดเท่านั้น ซึ่งหาวิธีการป้องกันได้ไม่ยากด้วยการห่อผล สำหรับปัญหาเรื่องแมลงวันทองจะใช้วิธีการห่อผลในช่วงที่ผลเริ่มเข้าสี เพียง 3-5 วัน เท่านั้น