วันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายเชาวลิต สวียานนท์ อายุ 69 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติอังกฤษ ชาวบ้านโคกตาหอม ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

เปิดเผยว่า เดิมบิดาเป็นชาวอังกฤษต้นตระกูล ”สวิซเซอร์ “ ที่เดินทางเข้ามาทำหน้าที่วิศวกรก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายใต้ในสมัยรัชกาลที่ 7

จากนั้นได้แต่งงานอยู่กินภรรยาเป็นชาวไทย และต่อมาได้ตั้งรกรากที่ อ.ทับสะแกโดยมีมีอาชีพทำสวนมะพร้าว และปลูกพืชไร่เป็นอาชีพหลัก

หลังจากจบการศึกษาเพียงชั้นประถมปีที่ 4 ล่าสุดได้เช่าพื้นที่ 13 ไร่ แซมในสวนมะพร้าวน้ำหอม ริมถนนสายเพชรเกษม – โคกตาหอม เส้นทางไปบ้านกรูดแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศชื่อดัง เพื่อปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ขายส่งให้พ่อค้าคนกลางที่ จ.นครปฐม แม้ว่าเมื่อปีที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจปลูกมะละกอฮอลแลนด์ครั้งแรกในชีวิต

แต่เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ทำให้มีโรคระบาดเพราะไม่ทราบวิธีป้องกัน ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหายทั้งหมด ขาดทุน 4 แสนบาท แต่ล่าสุดผลผลิตได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ภายในไร่กลายเป็นสถานที่ศึกษาดูงานและสถานที่ท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ความสนใจ

“ หลังจากลงทุนใหม่เพิ่มอีก 3 แสนบาท ขณะนี้เก็บผลผลิตจำหน่ายมีรายได้ครั้งละ 1 แสนบาท จากการเก็บผลผลิตทุก 3 วัน ขายส่งกิโลกรัมละ 25 บาท เก็บขายแล้ว 2 เดือน ขณะที่ช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมช่วงผลผลิตขาดแคลน

พ่อค้าคนกลางจะรับซื้อกิโลกรัมละ 50 บาท เพื่อนำไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังและส่วนหนึ่งส่งไปขายในประเทศจีนโดยผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานคุณภาพสินค้าจากทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งยอมรับว่ามีตลาดรองรับไม่อั้น ทำให้ปัจจุบันมีผลกำไรดีพอสมควรคุ้มค่ากับต้นทุน แต่ต้องดูแลผลิตเป็นอย่างดีอย่าให้ผิวช้ำ

ผมปลูกครั้งแรกแม้ว่าขาดทุนมากถึง 4 แสนบาท แต่ไม่คิดท้อใจพยายามไปศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตที่ จ.สุพรรณบุรี และอีกหลายพื้นที่เพื่อหาความรู้เพิ่มเติม

สำหรับมะละกอพันธ์ฮอลแลนด์ ซื้อหน่อพันธ์ต้นละ 6 บาท จะให้ผลผลิตเมื่อมีอายุ 8 เดือน และ สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดกระทั่งต้นสูงกว่า 3 เมตรหรือหลังจากปลูกแล้ว 2 ปี จากนั้นจะใช้วิธี”ทำสาว”

โดยตัดต้นเดิมทิ้งเพื่อให้แตกหน่อใหม่ ก็จะเก็บผลผิตได้ต่อเนื่องได้นานถึง 4 ปี จึงจะนำต้นกล้าไปปลูกใหม่อีกครั้ง“ นายเชาวลิต กล่าว

Leave a comment