ตำนานที่มีอยู่จริง!! เปิดเรื่องเล่าจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

0
1697

อยู่ที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีความสูงจากระดับนำทะเลปานกลาง คือ 453.00 เมตร

ถ้ำหลวง เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ปากถ้ำเป็นห้องโถงกว้างมาก ภายในถ้ำจะพบกับความงามของเกล็ดหินสะท้อนแสง หินงอก หินย้อย ธารน้ำและถ้ำลอด ถ้ำหลวงยังรอคอยการสำรวจจากนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา เพราะสำรวจไปได้ไม่ถึงที่หมายก็ต้องถอยออกมาด้วยพบกับอุปสรรคความยากลำบากภายในถ้ำ และยังมีถ้ำเล็กๆ อีก 3 แห่งในบริเวณเดียวกัน

โดยอยู่ในการดูแลของวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ค่อนข้างน้อย จากการสอบถามเจ้าหน้าที่พบว่า หากมีคณะนักเรียนหรือผู้มาเยือนเป็นกลุ่มใหญ่จะมีการประสานไปทางชาวบ้านเพื่อช่วยมาทำหน้าที่ไกด์ท้องถิ่น หากคณะนักท่องเที่ยวต้องการไกด์ชาวบ้านในการพาเข้าพื้นที่ถ้ำ และหากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินเที่ยวเองทางเจ้าหน้าที่ก็อนุญาต

ประวัติ ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน

ด้วยปากถ้ำที่สูง โถงถ้ำแรกที่เปิดกว้างระดับพื้นดินต่ำกว่าปากถ้ำมากเนื่องจากเป็นร่องทางน้ำที่ไหลออกจากถ้ำ โดยมีร่องน้ำผ่านระหว่างโถงที่1 และทางขวามือของร่องน้ำจะเป็นโนนดินที่สูงขึ้น มีร่องรอยหลุมยุบ และเป็นโถงที่2 ต่อจากโถงที่1 มีร่องรอยหินถล่มด้านซ้ายมือ

เมื่อสิ้นสุดบันไดจากบริเวณปากถ้ำ จะเป็นทางเดินดินสั้นๆ ต่อจากนั้นเป็นขั้นบันไดที่เทด้วยปูนซิเมนต์จำนวน 5-6 ขั้น ยกระดับขึ้นทอดเข้าสู่ความยาวของตัวถ้ำ

โดยที่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมภายในถ้ำ และบริเวณร่องน้ำโถงที่1 ดังนั้นจึงไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี ภายในถ้ำ

ตำนาน และ ความเชื่อ ของถ้ำหลวงนางนอน

ตำนานถ้ำหลวง เล่าต่อกันมาว่า เมื่อนานมาแล้ว ณ เมืองเชียงรุ้ง สิบสองปันนา มีเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งซึ่งมีพระสิริโฉมงดงามเป็นอย่างยิ่ง ได้แอบรักกับชายเลี้ยงม้าในวัง อันเป็นการผิดกฎตามโบราณราชประเพณี จึงจำต้องหลบหนีตามกันมา จนกระทั่งถึงที่ราบแห่งหนึ่งใกล้แม่น้ำโขง

ช่วงเวลาที่ทั้งคู่หลบหนีมาด้วยกันนั้นเจ้าหญิงทรงพระครรภ์ได้หลายเดือนแล้ว จึงเสด็จต่อไปไม่ไหว นางจึงบอกพระสวามีว่าจะประทับรออยู่ที่นี่ ส่วนพระสวามีก็บอกนางว่าจะไปหาอาหารมาให้ อย่าไปไหนนะ ว่าแล้วชายหนุ่มก็ออกเดินทางไปหาอาหารในป่านั้น

แต่ทว่าพระสวามีจากไปนานแล้วไม่กลับมาเสียที เจ้าหญิงได้มาทราบข่าวอีกทีก็ปรากฏว่าพระสวามีนั้นได้ถูกฆ่าโดยทหารของพระราชบิดาของเจ้าหญิงไปเสียแล้ว ซึ่งทหารได้สะกดรอยตามมาโดยตลอดนั่นเอง ด้วยความเสียพระทัย นางจึงใช้ปิ่นปักผมแทงที่พระเศียรของพระองค์จนโลหิตไหลออกมาเป็นสาย และถึงแก่พระชนม์ชีพ สายพระโลหิตที่หลั่งไหล่ออกมานั้นได้กลายมาเป็นต้นแม่น้ำแม่สายในทุกวันนี้ ส่วนพระวรกายของพระองค์ที่นอนเหยียดยาวจาก ทิศใต้จรดทิศเหนือ ก็กลายเป็นดอยนางนอนจวบจนทุกวันนี้ และส่วนของพระอุทร(ท้อง) ก็เป็นดอยตุง

เส้นทางที่จะไปยังอำเภอแม่จันนั้น มีขุนเขาทอดตัวคล้ายผู้หญิงนอนเหยียดยาว จึงเรียกว่า “ดอยนางนอน” เดิมชื่อ ดอยตายสะ หรือดอยสามเส้า

ซึ่งสอดคล้องกันกับตำนานลาวจกเทวบุตรอย่างแนบแน่น ดอยส่วนศีรษะ เรียกว่า ดอยจ้อง หรือดอยจิกจ้อง (เดิมเรียกดอยนี้ว่า ดอยท่าหรือดอยต้า) เป็นดอยของลูกชายปู่เจ้าลาวจกที่รอคอยพ่อ ดอยลูกถัดมาเรียกว่า ดอยย่าเฒ่า ซึ่งเป็นภรรยาของปู่เจ้าลาวจก ส่วนดอยอีกลูกหนึ่งคือ ดอยดินแดง หรือดอยปู่เจ้าลาวจก หรือเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ ดอยตุง


เชื่อกันว่า ดอยทั้ง 3 นี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของลาวจักราช ผู้เป็นต้นราชวงศ์ของพญามังราย ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมาสร้างเมืองหิรัญนครเงินยาง เหนือดอยดินแดงเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุดอยตุง อันถือเป็นปฐมธาตุแห่งแรกของภาคเหนือ

สภาพธรณีวิทยา ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน


เป็นถ้ำกึ่งแห้ง เนื่องจากบางส่วนยังมีการเกิดของหินงอก และหินย้อยอยู่ และบางส่วนแห้งแล้ว
ปากทางเข้าถ้ำสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 433 เมตร แนวโถงถ้ำมีโถงหลักเพียงโถงเดียว แต่เส้นทางคดเคี้ยว บางช่วงเดินเข้าถึงได้ง่าย บางช่วงมีเพดานต่ำ จนถึงเส้นทางเดินลำบาก มีความยาวรวม 759.76 เมตร และโถงแยกฝั่งตรงข้ามทางเดินเข้าถ้ำ มีความยาว

68.27 เมตร ซึ่งการสำรวจในครั้งนี้ สำรวจจนสิ้นสุดห้องลับแล เนื่องจากทางที่จะไปโถงอื่น ๆ นั้นลำบากมาก
ถ้ำหลวง จะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมพื้นที่ถ้ำ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูฝน เนื่องจากน้ำจะไหลเข้ามาท่วมภายในถ้ำซึ่งจะไม่ปลอดภัย และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของวนอุทยานฯ พบว่า นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมถ้ำส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

อาจเนื่องมาจากภายในถ้ำค่อนข้างเปียกชื้น และทางวนอุทยานฯ ไม่ได้มีการติดตั้งแสงไฟส่องสว่าง นักท่องเที่ยวต้องยืมหรือเช่าไฟฉายจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งถ้ำหลวงอาจไม่ใช่ลักษณะถ้ำที่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวไทย แต่อาจมีความเหมาะสมในเชิงการศึกษาวิจัย ดังนั้นป้ายแสดงเส้นทาง หรือบอกรายละเอียดภายในถ้ำมีบ้างแต่ค่อนข้างชำรุด

กลอนดอยนางนอน

ขุนคีรีนี่หรือคือซากรัก หญิงอกหักธิดาสาวเจ้าเชียงรุ้ง
รักวิบัติจึงพลัดพรากหนีจากกรุง นางหมายมุ่งมาถิ่นดินแดนไทย
ทัพบิดายกมาทันหวาดหวั่นจิต คร่ำครวญคิดคิดถึงคนรักจักทำไฉน
คืนพม่าท่าจะม้วยด้วยอาลัย ยอมตักษัยให้รู้อยู่เชียงราย
นางใช้ปิ่นปักผมทิ่มแทงขมับ ชีพลาลับเลือดกระเซ็นเป็นเส้นสาย
เป็นขุนน้ำนางนอนไหลไม่ขาดคลาย ร่างวางวายกลายเป็นเขาแสนเศร้าเอย

เรื่องเล่า (ต้องฟัง)

เปิดตำนาน ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ขุนเขาแห่งอาถรรพ์สุดสะพรึง แม้แต่เจ้าถิ่นยังไม่กล้าย่างกรายเข้าไป!!

ถ้ำหลวง แห่งดอยนางนอน ถ้ำที่มีตำนานลี้ลับ ที่เชื่อว่าหากใครลบหลู่จะต้องเจอดี ตำนานอาถรรพ์นี้เกิดจากอะไร เเละจะน่าสะพรึงกลัวเเค่ไหน โปรดติดตามรับชมครับ….