เตรียมขยายช่องมุ่งสู่พัทยาบีช เนื่องจากเป็นช่องทางเดียวเท่านั้นที่ซีลจะเข้าไปได้

0
474

เมื่อเวาลา 14.59 น. ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ผู้ใช้งานเฟสบุคชื่อ ราชสีห์ จิตอาสา หนึ่งในเจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยช่วยเหลือ 13 ชีวิต ได้มีการโพสเฟสบุค เพื่ออัปเดตสถานะการณ์การช่วยเหลือ จากศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวง กรมประชาสัมพันธ์ ดังนี้

#เตรียมขยายช่องมุ่งสู่พัทยาบีช ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

 

หน่วยซีลตั้งกองบัญชาการที่โถง 3 ถึงสามแยกแล้ว เตรียมขยายช่องมุ่งสู่พัทยาบีช ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือ การทำงานคืบหน้าไปได้ดี และหวังว่าวันนี้จะคืบหน้าไปได้อีก หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม

ขณะนี้หน่วยซีลไปถึงบริเวณโถงสามแยก ตั้งกองบัญชาการที่ตั้งไว้ที่โถง 3 ในถ้ำมีระบบน้ำ โทรศัพท์ ไฟฟ้า สื่อสารติดต่อกับด้านนอกได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันได้นำขวดออกซิเจนเข้าไปเมื่อวานกว่า 200 ขวด วันนี้จะนำเข้าไปอีกกว่า 300 ขวด ซึ่งซีลจะสามารถปฏิบัติงานได้ โดยที่ไม่ต้องออกมาด้านนอก

สำหรับวันนี้จะต่อจากสามแยกไปยังพัทยาบีช แต่จุดที่วิกฤติที่สุดคือจุดไปต่อจากสามแยกทางซ้าย ซึ่งเป็นหลุมแคบและลึกมาก มีช่องทางเดียวเท่านั้นที่จะเข้าไปได้ วันนี้หน้าที่หลักคือเปิดและรักษาช่องนี้ให้ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผ่านไปปฏิบัติงานได้ ถ้าผ่านเข้าไปได้ก็จะต้องวางกำลังให้เพียงพอ เมื่อวางกำลังด้านซ้ายได้เพียงพอแล้ว จะนำกำลังไปสำรวจฝั่งขวาด้วย ตามที่มีผู้แนะนำ ซึ่งโดยปกติแล้วฝั่งขวาการอาศัยอยู่ยากลำบาก แต่ก็จะไปพิสูจน์ให้เห็น

ส่วนเรื่องปล่องโพรงมีมากกว่า 10 ปล่อง ปล่องที่มีศักยภาพประมาณ 6 ปล่อง มี 2 ปล่องที่คาดว่าอาจเชื่อมโยงกับถ้ำภายใน ปล่องแรกลงไปได้ลึกสุด 200 เมตร ส่วนอีกปล่องลงไปลึกที่สุด 60 เมตร ก็จะหาวิธีการดำเนินการต่อเนื่อง สำหรับการระบายน้ำ ทำได้มาก เป็นที่น่าพอใจ แม้ว่าประชาชนจะยินดีให้ปล่อยน้ำลงไป ก็จะพยายามเบี่ยงทางน้ำให้ทางช่องทางธรรมชาติให้มากที่สุด


นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกรณีทีมขุดเจาะน้ำบาดาล ที่บอกว่าไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ กรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทำตามคำสั่งผู้บัญชาการศูนย์ฯ ไม่มีการเจาะน้ำบาดาลในถ้ำ การปฏิบัติงานในภาวะวิกฤติ การเคารพกติกาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุกชีวิตมีความสำคัญและต้องทำงานแข่งกับเวลา ดังนั้นทีมต่างๆ ที่จะเข้ามาต้องปฏิบัติตามกฎที่วางไว้ และมารายงานตัวกับกองอำนวยการร่วม ซึ่งจะพิจารณาส่งปฏิบัติงานร่วมกับทีมต่างๆ ตามแผน

ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมฯ ยังได้ยกเมตตาธรรมปรารภของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เกี่ยวกับการช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ยังความปลาบปลื้มมาสู่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง
***********
ศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวง กรมประชาสัมพันธ์
ศูนย์อำนวยการร่วมฯ 2 ก.ค.61 เวลา 10.45 น.
รส.

.

.

 

นอกจากนี้เมื่อเวาลา 17.38 น. ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ยังได้โพสรายงานการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ที่จะรับดูแลผูป่วยหลังจากที่สามารถช่วยทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำได้แล้ว ดังนี้

ผอ. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ #เตรียมความพร้อมทางการแพทย์หากพบ ทีมหมูป่า 13 ชีวิตจาก ถ้ำหลวง

(วันที่ 2 ก.ค.) นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมืองเชียงราย ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้เตรียมความพร้อมทางการแพทย์เพื่อให้การรักษา 13 ชีวิตจากถ้ำหลวง อ.แม่สาย เรียบร้อยทุกด้าน ทั้งคณะแพทย์ และสถานที่รักษาพยาบาล

 

.

ทันที ที่ 13 ชีวิตจากวนอุทยานถ้ำหลวง มาถึงโรงพยาบาลฯ ส่งถูกส่งตัวเข้าหอเตรียมผู้ป่วยที่คัดแยกปลอดเชื้อ จะเจาะเลือดตรวจรักษา เตรียมยารักษาที่จำเป็น จากนั้นจะคัดแยกส่งตามหอผู้ป่วยต่างๆ พร้อมอุปกรณ์ทำการรักษา เตรียมการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อจากกระทรวงสาธารณสุขมาเป็นที่ปรึกษา พร้อมมีขั้นตอนการเยียวยาญาติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้