สื่อต่างประเทศสำนักใหญ่ทั่วโลกยังคงพุ่งความสนใจมาที่อำเภอแม่สาย ในจังหวัดเชียงรายของไทย หลังภารกิจค้นหาและให้ความช่วยเหลือสมาชิก 13 คนของทีมฟุตบอลท้องถิ่น “หมูป่า อะคาเดมี” แบ่งเป็นเด็กชาย 12 คน อายุระหว่าง 11-16 ปี และผู้ฝึกสอนอายุ 25 ปี ประสบความสำเร็จเมื่อทีมนักดำน้ำนานาชาติพบตัวทั้ง 13 คนแล้ว

เมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น หลังติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของทางการไทยมีแผนฝึกสอนให้สมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คนเรียนรู้วิธีการดำน้ำ เพื่อดำน้ำออกมาจากถ้ำพร้อมทีมค้นหาจากนานาประเทศ

.

นำโดยหน่วยซีลของกองทัพไทย มิเช่นนั้นอาจต้องรอ “อีกนานหลายเดือน” กว่าระดับน้ำจะลดลงจนถึงเกณฑ์ปลอดภัย ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ระดมสรรพกำลังสูบน้ำออกไปแล้วมากกว่า 1.6 ล้านลิตร

อย่างไรก็ตาม นายอันมาร์ เมียร์ซา จากคณะกรรมการกู้ชีพในถ้ำแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวกับซีเอ็นเอ็น แสดงความวิตกกังวลว่า การดำน้ำภายในถ้ำเป็นวิธีที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายอย่างมาก

แม้แต่กับผู้ที่มีประสบการณ์สูงเช่นทีมช่วยเหลือ การนำทั้ง 13 คน ซึ่งไม่เคยได้รับการฝึกฝนเรื่องนี้มาก่อนให้ดำผุดดำว่ายออกจากถ้ำแม้มีอุปกรณ์ครบครันรวมถึงถังอากาศที่ติดตั้งไว้ตลอดเส้นทาง แต่ความผิดพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาทีอาจส่งผลถึงแก่ชีวิตของทั้ง 13 คน

เมียร์ซาเสนอว่าทางที่ดีควรเดินหน้าการส่งเสบียงเข้าสู่ภายในถ้ำ และการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เพื่อให้สภาพร่างกายของทั้ง 13 คนดีขึ้นก่อน จนกระทั่งระดับน้ำลด หรือการค้นพบทางเข้า-ออกใหม่


ขณะที่ฐานทัพอากาศคาเดนะ บนเกาะโอกินาวา ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมปฏิบัติการค้นหาหลังได้รับการประสานงานจากรัฐบาลไทย ร่วมแสดงความยินดีที่ทุกฝ่ายร่วมกันค้นพบสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน

เช่นเดียวกับนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ซึ่งกล่าวว่าไม่ได้เป็นข่าวที่น่ายินดีเฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสำรวจชาวโลกอีกหลายล้านคนซึ่งร่วมติดตามข่าวนี้มาตลอด

สื่อต่างชาติ รายงานว่า กระบวนการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน
เว็บไซต์ นิวส์ ดอต คอม ดอต เอยู ของออสเตรเลีย รายงานว่า แม้มีข่าวน่ายินดีที่พบตัวเด็กๆ ทั้ง 12 คน และโค้ช ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนแล้วหลังติดอยู่นานกว่า 9 วัน

แต่กระบวนการช่วยเหลือยังคงต้องใช้เวลา ผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำของออสเตรเลีย เตือนว่า ทั้ง 13 ชีวิต อาจต้องอยู่ภายในถ้ำอีกหลายเดือน และหน่วยซีลได้นำอาหารเพียงพอสำหรับเข้าไปปฏิบัติการในถ้ำนาน 4 เดือน พร้อมกับจะฝึกให้เด็กๆ ดำน้ำ เพื่อให้สามารถพาพวกเขาออกจากถ้ำที่สลับซับซ้อนได้

ปีเตอร์ วูลฟ์ ผู้อำนวยการสามาคมนักดำน้ำในถ้ำของออสเตรเลีย เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ว่า เด็กๆ จะยังไม่สามารถออกจากถ้ำได้เร็วๆ นี้ เพราะพวกเขาไม่สามารถว่ายน้ำได้ แต่โชคดีที่นักดำน้ำภายในถ้ำที่มีประสบการณ์มากที่สุดในโลกรวมตัวกันอยู่ในถ้ำสำหรับภารกิจกู้ภัยครั้งนี้ จะสามารถช่วยฝึกฝนการดำน้ำให้พวกเขาได้

https://www.news.com.au/world/asia/incredible-footage-emerges-of-the-moment-13-trapped-boys-were-found-in-flooded-cave/news-story/5b74e466ac5706f53b5a5285fa384746

ขณะเดียวกัน บีบีซี รายงานอ้างการเปิดเผยของกองทัพไทยว่า เด็กๆ อาจต้องหัดดำน้ำ หรือรออีกหลายเดือนให้น้ำลด จึงจะสามารถออกจากถ้ำได้

ขณะนี้ทีมปฏิบัติการกู้ภัยยังคงต้องต่อสู้กับระดับน้ำที่สูงขึ้นภายในถ้ำ และหาทางลำเลียงอาหารและอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าไปให้ทั้ง 13 ชีวิต โดยมีการตระเตรียมอาหารสำหรับดำรงชีวิตในถ้ำได้นานอย่างน้อย 4 เดือน

https://www.bbc.com/news/world-asia-44692813

บีบีซี ระบุด้วยว่า ปกติแล้วถ้ำหลวงจะมีน้ำท่วมเป็นประจำระหว่างฤดูฝนที่จะยาวถึงเดือน ก.ย. หรือ ต.ค. ซึ่งหากต้องการจะพาเด็กออกมาก่อนหน้านั้น ก็จะต้องฝึกให้พวกเขาเรียนรู้วิธีดำน้ำขั้นพื้นฐาน เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดผ่านกระแสน้ำที่มีทั้งโคลนและความมืดภายในถ้ำออกมาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ความพยายามสูบน้ำออกจากถ้ำ เท่าที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ

.