ลาตำเเหน่ง ผู้จัดการห้างดัง! พัฒนาพื้นที่ดินเสื่อมโทรมจนเป็น ‘อุโมงค์มัลเบอรี่’

0
1638

สัปดาห์นี้ตามติดชีวิตหนุ่มที่ยอมละทิ้งตำแหน่งผู้จัดการห้างดัง ผันตัวเป็นเกษตรกรยุคใหม่ ฉายไอเดียปลูกอุโมงค์มัลเบอรี่ นักท่องเที่ยวแห่ชม ทำอย่างไรไปดูกัน .

จากความตั้งใจและประสบการณ์ จึงได้นำความรู้พร้อมกับคิดแนวใหม่ทางการท่องเที่ยวมาผสมผสาน พัฒนาสวนเกษตรบนพื้นที่ 2 ไร่ ที่บ้านเสี้ยวน้อย ต.บ้านเล่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จัดเป็นสวน “มัลเบอรี่”

แล้วจัดเป็นสวนอุโมงค์ให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยการตั้งชื่อเก๋ๆ ว่า “ PK KADEN” หรือ “สวนเกษตร ผักบุ้งกับกุ้งนาง มัลเบอรี่ ชัยภูมิ”

พัฒนาจากพื้นที่ดินเสื่อมโทรม ตามความฝันอยากเป็นเจ้านายตัวเอง ด้วยการน้อมนำคำสอนของ “พ่อหลวงรัชกาลที่ 9” มาลงมือทำอย่างจริงจัง ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พัฒนาที่ดินที่รกร้างและเสื่อมโทรม จนเป็นสวนเกษตร ทั้งนี้ยังได้แปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในชุมชนและในจังหวัด รวมทั้งขายให้กับนักท่องเทียวอีกด้วย

ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายของสวนเกษตรแห่งนี้ ทำให้มีผู้สนใจแวะเวียนเข้ามาเที่ยวชมและศึกษาวิถีเกษตร ของแต่ละวัน เป็นจำนวนมาก

นายกิจจา อนุรักษา อายุ 37 ปี เล่าว่าเดิมตนเป็นคนจังหวัดสระบุรี จบการศึกษาสายช่างอุตสาหกรรม แต่งงานและมีครอบครัว อาศัยบนพื้นที่ 2 ไร่ ที่บ้านเลขที่ 149 บ้านเสี้ยวน้อย ม.11 ต.บ้านเล่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ก่อนนั้นเคยเป็นผู้จัดการห้างดัง มีเงินเดือน 4 – 5 หมื่นบาท

ต่อมาลาออกจากงาน เพราะชอบทำการเกษตรมากกว่า จากนั้นได้เข้ากลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ จนได้รับการคัดเลือกเป็น “แกนนำเกษตรกรรุ่นใหม่” ของจังหวัดชัยภูมิ หรือที่เรียกกันว่า “Young Smart Farmer”

ด้วยวิธีทางเกษตรผสมผสาน ผนวกกับการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวที่จังหวัดชัยภูมิ พร้อมกับหมู่บ้านเสี้ยวน้อย ซึ่งมีจุดแข็งและมีชื่อเสียง

ด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อยู่แล้ว ตนจึงได้นำหม่อนสายพันธ์กินผล นำมาทดลองปลูก ปรากฏว่าต้นสูงมาก จึงจัดการปลูกเป็นแถวแล้วดึงยอดมาผูกใส่กันให้เป็นอุโมงค์ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชม

ถือเป็นแนวคิดที่ได้ผลดี เพราะมีนักท่องเที่ยวแห่มาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งยังสร้างโรงเรือนแปรรูปผลไม้ เช่น น้ำผลไม้มัลเบอรี่ กล้วยอบจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนมไทยๆ ใส่น้ำผลไม้มัลเบอรี่ เช่น “ขนมเปียกปูนใบหม่อนกะทิสด” หนึ่งเดียวในประเทศไทย และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ทางภาครัฐได้ให้การสนับสนุนมา ส่วนวัตถุดิบก็ได้จากชาวบ้านในชุมชนที่ปลูกกันเองนำมาแปรรูปจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างดี

คาดว่าในปีต่อไปจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและซื่อสินค้าของชุมชน เช่น ผ้าไหมบ้านเสี้ยวน้อย ผักผลไม้ปลอดสาร และผลไม้แปรรูปจากชุมชนเป็นจำนวนมากแน่นอน

ที่ผ่านมาทางผู้นำชุมชน อย่างเช่น นายเภาลีนา โล่ห์วีระ นายก อบต.บ้านเล่า พร้อมคณะผู้บริหาร อบต.บ้านเล่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้บริหารระดับจังหวัดชัยภูมิ ได้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

จึงเชื่อมั่นว่าปีต่อๆไป ทางชุมชนจะต้องเตรียมแผนรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมแนวทางเกษตรกรยุคใหม่ ของบ้านเสี้ยวน้อยของเรา

และประทับใจเพราะทางชุมชนมีความพร้อมที่จะเป็นต้นแบบด้านการบริหารจัดการให้กับเกษตรกรยุคใหมในการเข้า “สู่ไทยแลนด์ 4.0”

หากสนใจจะเดินทางไปเที่ยวชมการบริหารจัดการของ “เกษตรกรรุ่นใหม่ชัยภูมิ” สามารถติดต่อได้ที่คุณกิจจา อนุรักษา โทร.09-8626-7848 หรือทาง FB : สวนเกษตร ผักบุ้งกับกุ้งนาง มัลเบอรี่ ชัยภูมิ หรือ ID Line : 0986267848

ชมคลิป

เกษตรกรชัยภูมินำหลักเศรษฐกิจพอเพียงพลิกฟื้นที่ดินเสื่อมโทรมสร้างอุโมงค์ปลูกต้นหม่อน “มัลเบอรี่”

เกษตรกรชัยภูมินำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมภูมิปัญญาชาวบ้านพลิกฟื้นที่ดินเสื่อมโทรมสร้างอุโมงค์ปลูกต้นหม่อน “มัลเบอรี่” แห่งแรกรับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรคึกคักที่ชัยภูมิ /// ที่บ้านเสี้ยวน้อย ต.บ้านเล่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เกษตรกรรุ่นใหม่ “Young Smart Farmer” ได้รวมกลุ่มมาพัฒนาชุมชน โดยยึดแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการนำความรู้สมัยใหม่ พร้อมภูมิปัญญาชาวบ้าน ผสมผสานแนวคิดรุ่นใหม่ ทำการเกษตรพร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้แก่ชุมชน นายกิจจา อนุรักษา อายุ 37 ปี เล่าว่า เดิมตนเป็นคนจังหวัดสระบุรี ได้แต่งงานและมีครอบครัว อาศัยบนพื้นที่ 2 ไร่ ที่บ้านเลขที่ 149 บ้านเสี้ยวน้อย ม.11 ต.บ้านเล่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ตนจบการศึกษาแค่ ม.ปลาย สายช่างอุตสาหกรรม ก่อนนั้นเคยเป็นผู้จัดการห้างดัง มีเงินเดือน 4~5 หมื่นบาท ต่อมาได้ลาออกจากงานเพราะชอบทำการเกษตร ได้เข้ากลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ จนได้รับการคัดเลือกเป็นแกนนำเกษตรกรรุ่นใหม่ของจังหวัดชัยภูมิ