สัปดาห์นี้พากันไปเก็บเห็ดป่าที่ จ.ชัยภูมิ สร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้านวันละ 1 พันบาท แต่ต้องระวังเห็ดพิษ!! ไปฟังภูมิปัญญาชาวบ้านง่ายๆ กันว่าสังเกตอย่างไร อังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น.

ขณะที่ จ.ชัยภูมิ หลังจากที่มีฝนตกลงทำให้ “เห็ดป่า” ออกเป็นจำนวนมาก ในช่วงนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงใช้เวลาว่างจากการทำนาไร่พากันแห่ออกเก็บเห็ดป่ากันอย่างคึกคัก เพื่อหวังมีรายได้เสริมในช่วงนี้เฉลี่ยวันละ 1,000 บาท โดยเฉพาะบริเวณจุดป่าชุมชนเขาวงและริมถนน 2 ข้างของถนนสายชัยภูมิ-นครสวรรค์

จากช่วงบ้านโคกสะอาด ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว ไปจนถึงจุดชมวิวเขาพังเหย รอยต่อ อ.ภักดีชุมพล และ อ.เทพสถิต ที่เริ่มมี “เห็ดป่า” ออกให้เห็นชุกชุมเพื่อให้ออกไปเลือกเก็บไปบริโภคและเหลือก็นำไปจำหน่ายได้อีกจำนวนมาก ซึ่งช่วงนี้พอชาวบ้านทราบกันจำนวนมากจึงพากันแห่เดินทางเพื่อไปเก็บเห็ดในจุดนี้กันอย่างคึกคัก เพื่อหวังนำมาจำหน่ายสร้างรายได้เสริมเข้าครอบครัวในแต่ละวัน ซึ่งรายได้ไม่น้อยกว่าวันละ 700- 1,000 บาท

“พี่หนูเจตน์ แขขุนทด” อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184 หมู่ 10 บ้านวังน้ำเขียว ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เป็นหนึ่งในผู้ที่ชอบออกเก็บ “เห็ดป่า” และนำมาวางขายในจุดขายของป่าหน้าบริเวณ จุดขายของป่า ริมถนนสายชัยภูมิ-นครสวรรค์ บ้านท่าโป่ง ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิเป็นประจำทุกปี

พี่หนูเจตน์ เปิดเผยว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เห็ดป่าออกมากโดยเฉพาะ “เห็ดระโงกขาว” “เห็ดระโงกเหลือง” และเห็ดรวมทุกชนิด ซึ่ง “เห็ดป่า” ในช่วงนี้จะมีรสชาติอร่อยและดอกสวยส่งผลให้ตนเองมีรายได้เข้าครอบครัวถึงวันละกว่า 700- 1,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งตนและเพื่อนบ้านได้ออกหาในป่าชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ไว้

การออกหาเก็บ “เห็ดป่า” ในแต่ละวัน ตนเองและครอบครัวจะเก็บได้ไม่น้อยกว่า 7-10 กิโลกรัมต่อวัน โดยจะออกจากบ้านเข้าไปในป่าตั้งแต่เช้ามืด พอช่วงสายก็จะนำออกมาขาย บางส่วนก็จะเก็บไว้ประกอบอาหารที่บ้านรับประทานเองโดยส่วนที่เหลือก็จะนำใส่ถุงๆ ละ 1 กิโลกรัม

นำไปขายให้เพื่อนบ้านบ้าง และนำมาวางขายที่ริมถนนบริเวณจุดขายของป่าบ้าง บางส่วนก็จะมีแม่ค้าในตลาดมารับซื้อไปขายต่ออีกครั้งในกิโลกรัมละ 150-300 บาทขึ้นไป อยู่ที่ความสวยของดอกเห็ดด้วย ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงดอกสวยดี และมีเห็ดให้เก็บได้ต่อเนื่องจำนวนมาก ทำให้ตนเองมีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวพอสมควร

ที่สำคัญเห็ดหน้านี้จะมีรสชาติที่อร่อยมาก โดยเฉพาะ “เห็ดระโงกขาว” สามารถนำไปต้มหรือผัดเผ็ดอร่อยมากเลย แต่ก็ต้องระวังเช่นกัน บางที่อาจมีเห็ดพิษปะปนมาควรสังเกตดีๆ ก่อนนำมารับประทาน

โดยให้สังเกตที่ดอกเห็ดถ้าเห็ดระโงกจะสังเกตที่ขา เมื่อหักขาดูจะมีรู ถ้าเห็ดเมามีพิษจะมีขาตันไม่มีรู หรือไม่เวลาต้มก็นำเอาเม็ดข้าวแช่ดู หากเม็ดข้าวเปลี่ยนสีก็แสดงว่ามีเห็ดพิษไม่ควรกินเข้าไปอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของเราได้ ซึ่งวิธีสังเกตต่างๆ เหล่านี้ก็ได้จำมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่บอกต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นที่ใช้สังเกตเห็ดพิษ ในแต่ละปีใช้ทดสอบติดต่อกันมาเป็นเวลานาน

“เห็ดป่า” นั้นมีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษกินไม่ได้ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เห็ดที่ทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่า เห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก มีความคล้ายคลึงกับ “เห็ดระโงกขาว” หรือ “ไข่ห่าน” ที่สามารถกินได้ แต่ “เห็ดระโงกพิษ” จะมีก้านสูง มีกลิ่นเอียนและค่อนข้างแรง

สำหรับเห็ดพิษชนิดนี้มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกดีแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้ นอกจาก “เห็ดระโงกพิษ” แล้วยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรงอีก คือ “เห็ดเมือกไครเหลือง” และ “เห็ดหมวกจีน” จะเป็นเห็ดที่คล้ายกับเห็ดโคนขนาดเล็กของบ้านเรา หลีกเลี่ยงการเก็บ เห็ดไข่ห่านเห็ดโม่งโก้ง เห็ดระโงก หรือเห็ดระงาก

ขณะที่ยังเป็นดอกอ่อนซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนกลมรี คล้ายไข่ มารับประทานเนื่องจากจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าเป็นเห็ดมีพิษหรือไม่มีพิษ เพราะลักษณะดอกตูมภายนอกจะเหมือนกัน เมื่อกินเห็ดพิษเข้าไปแล้วจะทำให้ผู้ป่วยคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องหรือถ่ายอุจจาระเหลว เบื้องต้นให้ผู้ป่วยล้วงคอหรือกรอกไข่ขาว เพื่อให้อาเจียนเอาเศษอาหารออกมาให้ได้มากที่สุด จากนั้นรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันทีแล้ว รีบแจ้งประวัติการกินเห็ดพร้อมกับตัวอย่างเห็ดพิษ.