เตือนครูเบี้ยวหนี้! เตรียมรอรับสภาพบุคคลล้มละลาย-ออกจากราชการ

0
266

การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มวิชาชีพครูเรียกร้องขอยุติการชำระหนี้เงินกู้ ช.พ.ค. ตั้งแต่ 1 สิงหาคมนี้ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ว่าเหมาะสมต่อวิชาชีพหรือไม่ ขณะที่กระทรวงยุติธรรมเตือนครูที่เบี้ยวหนี้อาจกลายเป็นบุคคลล้มละลาย

กรณีกลุ่มครูได้รวมตัวกันและออกประกาศปฏิญญามหาสารคาม เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสิน พักหนี้โครงการสวัสดิการเงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. ทุกโครงการ และจะยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าหนี้เกิดจากนิติกรรม สัญญา การที่เรามีหนี้สินมากและไม่สามารถชำระคืนกับเจ้าหนี้ได้ อาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย

โดยผลที่ตามมาคือกรณีของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากถูกพิพากษาให้ล้มละลาย จะขาดคุณสมบัติในการเป็นข้าราชการ / ตามมาตรา 30 ของกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรและบุคลากรทางการศึกษา ปี 2557 และเมื่อคุณสมบัติไม่ถูกต้องแล้ว มาตรา 110 ก็กำหนดให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้น ออกจากราชการได้

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า มีครูไม่ถึงร้อยละ 10 ที่ติดตามมาชำระหนี้ไม่ได้ ส่วนใหญ่มีวินัยในการชำระหนี้ที่ดี เชื่อว่ากรณีนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ครู ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือหนี้ครูอย่างต่อเนื่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุด้วยว่า ครูกลุ่มที่ออกมาแถลงปฏิญญานี้ ได้ถูกสังคมประนามไปแล้วและขณะนี้ครูกลุ่มนี้ก็ถอยแล้ว ส่วนจะผิดจริยธรรมหรือไม่ ก็อยู่ที่คุรุสภาจะพิจารณา แต่เท่าที่ทราบครูที่ออกมาเรียกร้องส่วนใหญ่เกษียณอายุแล้ว

ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยที่กลุ่มครูเรียกร้องให้รัฐบาลพักหนี้ ช.พ.ค. โดยได้สอบถามจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้มีการเจรจากับทางธนาคารออมสิน ได้ข้อยุติหลายอย่าง เช่น การลดดอกเบี้ย การแก้ไขเรื่องประกันชีวิต

นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า ครูส่วนใหญ่ชำระหนี้ดี ดังนั้นขออย่าให้เป็นเรื่องใหญ่โต ขอให้เข้าใจกันทุกฝ่าย