เรื่องเล่าจากถ้ำหลวงของ “หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี” กับ “13 หมูป่า”

0
167

ภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ของ “หมอภาคย์” ชายที่หลายคนทั่วประเทศยกย่องว่า “มนุษย์ที่แกร่งที่สุดในปฐพี” กับ 9 วันในความทรงจำของผู้ชายคนนี้

เชื่อว่าเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน” หรือ “หมอภาคย์” ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล ที่เข้าไปอยู่ดูแลน้อง ๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เปิดเผยบางช่วงของความรู้สึก 9 วันในความทรงจำกับภารกิจที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกในการสัมภาษณ์ร่วมกับทีมหมูป่าว่า

หลังจากที่พบเด็กทีมซีลก็ดำน้ำเข้าไปหา แล้วมีผม 4 คนที่ดูแลน้อง ๆ เพื่อที่จะเพิ่มพลังงาน อนุบาลร่างกายให้แข็งแรงก่อน ก็พิจารณาแผนที่จะพาตัวทั้งหมดออกไปก็ให้ฝ่ายอำนวยการด้านนอก ได้วางแผนในการทำออกไป แต่สิ่งที่ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ในการพาทั้ง 13 คนออกไปทางเดิม

เพราะตอนที่ดำน้ำเข้ามานั้นค่อนข้างลำบาก ในใจตอนแรกคิดว่าอยากจะให้หาวิธีเจาะโพรง เพราะถ้าเจาะได้น่าจะปลอดภัยที่สุด หรืออีกวิธีหนึ่งคือรอให้ระดับน้ำลดลงไป

แต่ก็อาศัยฟังข่าวจากนักดำน้ำต่างชาติที่มาส่งเสบียงให้ว่าจะอยู่ได้ 1-2 สัปดาห์ แล้วก็บอกแผนการณ์ว่า 1.การคอย 2.การใช้หน้ากากเต็มหน้าดำน้ำพาเด็กออกไป จากนั้นก็การตัดสินใจจากข้างนอก แต่ตอนนั้นก็คิดว่า “ดำน้ำ” จะไหวหรือไม่ เพราะยังเป็นเด็ก ๆ อยู่ทั้งนั้น

ภายในถ้ำก็มีเรื่องราวน่ารักมากมาย อย่างน้องมาร์ค ตอนที่อยู่ในถ้ำมีการละเมอว่าอยากจะกิน “โจ๊ก” ตามกำหนดการเดิมน้องมาร์คจะเป็น 1 ใน 6 ที่ได้ออกจากถ้ำ แต่อุปกรณ์ไม่เพียงพอ และไม่มีหน้ากากขนาดเล็ก ก็เลยเหลือแค่ 4 คน พอวันที่ 2 ก็จัดให้น้องมาร์คออกมาเป็นคิวแรก

แต่หมอแฮร์ริสบอกว่ายังไม่มีหน้ากากขนาดเล็ก เลยต้องมาเป็นวันสุดท้าย แต่ก่อนวันสุดท้ายก็มีการละเมออยากกินโจ๊ก หลังจากผิดหวังที่ไม่ได้ออกจากถ้ำมาสองวันแล้ว ก็เป็นเรื่องน่ารักเรื่องหนึ่งที่เจอภายในถ้ำ นอกจากนี้ยังมีการร่วมเล่นหมากฮอตกัน และหน่วยซีลที่เข้าไปด้วย

จากการสังเกตอาการของพวกขานั้นก็พบว่า พวกเขาน่าจะพร้อมตั้งแต่อยู่ในถ้ำแล้ว อยู่ในถ้ำก็สังเกตดูว่า เมื่อได้อาหารประมาณ 3-4 มื้อก็เริ่มมีพลัง กำลังกายเริ่มกลับมา เริ่มฟื้นตัว เริ่มพูดกันเยอะ เขาก็พูดกันเยอะขึ้น สิ่งที่พูดกันเยอะคือการออกมานอกถ้ำ การออกไปหาอะไรอร่อย ๆ กินนอกถ้ำ การไปเที่ยว และหลายคนสัญญากับตนว่าจะนำอาหารแปลก ๆ มาให้กินด้วย เช่น ไส้อั่วงู รวมทั้งอาหารเมียนมาร์ จึงเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความพร้อมตั้งแต่อยู่ในถ้ำ แม้จะกังวลในการพาตัวออกมาโดยการดำน้ำแต่ท้ายที่สุดทั้ง 13 คนก็ปลอดภัย

“สำหรับ 9 วันของผมที่อยู่ถ้ำรู้สึกสนิทสนมกันทุกคน ไม่ใช่เพราะแค่ผมแต่เป็นหน่วยซีลอีก 3 คนด้วย คือ ใบเตย ไมค์ ป้อม ระยะเวลา 9 วันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องแบ่งปันซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การดูแลว่าจะทำอย่างไรให้เด็กๆอยู่แล้วแล้วสบายใจ ปลอดภัย ผมเองก็มีลูกชาย รวมทั้งหน่วยซีลที่อยู่ด้วยกัน ก็มีลูกกัน ก็มองว่าเด็กๆเป็นลูก อยู่ด้วยกันมันก็ซึมซับกันไป เหมือนครอบครัว”

ขณะที่ก่อนหน้าที่ก่อนการสัมภาษณ์ร่วมกับทีมหมูป่า ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ โพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว “ภาคย์ โลหารชุน” เป็นภาพขณะสวมกอดสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คนภายในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมเล่าเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อเด็กๆ ว่า “เจอกันที่โคราชนะ, ความสดใสซื่อเดียงสา มองโลกในแง่ดี มีขวัญ&กำลังใจดีเยี่ยม

แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมสถานการณ์วิกฤต ทุกวันเด็กๆจะไปขุดโพรงหาทางออกโดยใช้เศษหิน(ได้ลึกถึง 5 เมตรเลย) ทั้งๆที่ไม่ได้กินข้าวกัน มีวินัย…รวมรวมเศษขยะ หลังกินแต่ละมื้อ ทิ้งลงถุงดำ โค้ชเอกสอนเด็กๆเสมอว่าไม่ให้เก็บสิ่งของจากในถ้ำเอากลับไปเป็นของตนเอง…ซึ่งเด็กๆทุกคนก็เชื่อฟังและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี โค้ชเอก จิตใจดีงาม เป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง ผมแอบสังเกตตั้งแต่วันแรก

เอกจะให้เด็กๆอิ่มก่อนโดยแบ่งอาหารในส่วนของตนให้เด็กๆ ผมมั่นใจในการดูแลเอาใจใส่เด็กๆอย่างดีก่อนที่ทีมจะมาพบเด็กๆ เพราะสุขภาพกาย และใจ ของเด็กๆทุกๆคน ดีกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้มากทีเดียว เด็กๆทีมหมูป่าทุกคนทราบถึงความเสียสละของทุกคนในการค้นหาพวกเค้า และ ผมมีความมั่นใจว่าเด็กๆหมูป่าจะเติบโต เป็น ‘บุคลากรที่ยอดเยี่ยมของประเทศ ทำคุณประโยชน์ และ ชื่อเสียงให้ประเทศไทยในอนาคตต่อไป’

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา “หมอภาคย์” ได้เปิดเผยว่า จากการได้อยู่กับเด็ก ๆ ในถ้ำหลายวัน สัมผัสได้ว่าเด็กทั้ง 12 คน รวมทั้ง โค้ชเอก เป็นคนที่มีจิตใจดีงาม ใสซื่อ และไร้เดียงสา ตามประสาเด็ก ๆ และที่สำคัญทุกคนมีวินัยมาก โค้ชเอกเองก็เป็นเยาวชนที่ยอดเยี่ยมมาก แม้อายุเพียงแค่ 24-25 ปีเท่านั้น

แต่ก็สามารถเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเด็ก ๆ ทั้ง 12 คนได้เป็นอย่างดีเยี่ยม เพราะได้อบรมสั่งสอนเด็ก ๆ ทุกคนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อย่างไรในช่วงที่ขาดอาหาร สอนให้รู้จักการเสียสละโดยที่ไม่ต้องพูด เพราะตนสังเกตเห็นแอบเอาอาหารที่เป็นส่วนของตัวเอง ไปให้เด็ก ๆ ได้กินอิ่มก่อน

รวมทั้งสอนให้ทุกคนมีความหวังเสมอ และมีระเบียบวินัยด้วย แม้ว่าจะอยู่ในถ้ำ ดังนั้นทั้งหมดต้องยกความดีให้กับโค้ชเอก ที่สามารถสั่งสอนเด็ก ๆ ให้มีสติ มีความหวัง และมีระเบียบวินัย จนสามารถอยู่รอดได้ถึงวันที่ออกจากถ้ำครั้งนี้