สัปดาห์นี้ชวนปลูกดอกไม้ของแม่ “มะลิ” สร้างรายได้หลักให้ครอบครัวชาวสวน เก็บขายได้ทุกวันๆ ละ 2-3 กก. ราคา กก.ละ 300 บาท ปลูกอย่างไรไปดูกัน

“ดอกมะลิ” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของ “วันแม่” ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจึงนิยมนำมาจัดตกแต่งบนพานพุ่มหรือร้อยเป็นมาลัยนำไปกราบแม่เพื่อขอรับพรที่เป็นมงคลชีวิต หรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ด้วย การปลูกผลิตดอกมะลิขายในสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ จึงเป็นทางเลือกสร้างเสริมรายได้ให้ครอบครัวมีวิถีมั่นคง

“มะลิ” เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ปลูกง่าย มีความสูง 1-2 เมตร ลำต้นเล็กกลม แตกกิ่งก้านสาขารอบลำต้น ลำต้นสีขาวนวล ใบเป็นใบเดี่ยว แตกใบเรียงกันเป็นคู่ตามกิ่งก้าน ใบมนป้อม โคนใบสอบเรียว ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นมัน สีเขียวเข้ม กว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร

ดอกออกเป็นช่อตามส่วนยอดหรือง่ามใบ ขนาดเล็กสีขาวนวล มี 6-8 กลีบ เรียงกันเป็นวงกลมหรือซ้อนกันเป็นชั้นแล้วแต่พันธุ์ ดอกบานเต็มที่ 2-3 เซนติเมตร ผลเป็นรูปกลมรีเล็ก สุกมีสีดำ ภายในมีเมล็ด

เมื่อทำความรู้จัก “มะลิ” กันไปแล้ว วันนี้ “อบต.กบ” จะพาไปดูวิธีการปลูกพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ของชาวสวนที่จังหวัดสงขลา ที่ “สวนมะลิ” หมู่ที่ 4 บ้านห้วยขันธ์ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ของ “พี่ประสงค์ นิชลานนท์” อายุ 56 ปี เกษตรกรชาวสวนยางพารา

หลังจากโค่นต้นยางพาราในพื้นที่ 4 ไร่ เพราะยางหมดอายุ จึงแปรงสภาพมาทำ “สวนมะลิ” แทน โดยปลูกมะลิกว่า 3,000 ต้นในเนื้อที่ 3 ไร่ มา 3 ปีแล้ว ใช้เวลาปลูก 45-60 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ส่วนอีก 1 ไร่ปลูกพืชผักแบบผสมผสาน

สำหรับ “ดอกมะลิ” สามารถเก็บขายได้ทุกวันๆ ละ 2-3 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 300 บาท ส่วนในช่วงเทศกาลสำคัญโดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา ตลาดต้องการสูงมาก แต่ยังคงขายราคาเดิมที่กิโลกรัมละ 300 บาท เนื่องจากมีข้อตกลงกับลูกค้าไม่ว่าจะช่วงไหนจะถูกหรือแพงก็ยืนพื้นที่กิโลกรัมละ 300 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่ต้องเสี่ยงและอยู่ได้

นายประสงค์ บอกว่า ก่อนหน้านี้คิดว่าแค่ปลูกมะลิเป็นอาชีพเสริม แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำและน่าจะหมดยุคทองของยางพาราแล้ว “ดอกมะลิ” กลับกลายเป็นรายได้และอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวในปัจจุบัน

ซึ่งมีรายได้ต่อเนื่องทุกวัน ต่างจากยางพาราที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและมีช่วงหยุดพัก การทำ “สวนมะลิ” จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจมาก ที่สำคัญใช้เวลาปลูกแค่ 45-60 วันก็ออกดอกเก็บขายได้แล้ว

“มะลิ” นอกจากจะเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่แล้ว ยังเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ของชาวสวน ทำให้ผู้ปลูกมีรายได้มั่นคง รวมถึงประชาชนมีดอกมะลิสีขาวนวล กลิ่นหอม ไปกราบแม่เพื่อเชิดชูและเคารพต่อผู้มีพระคุณ ก็จะได้รับพรที่เป็นมงคลชีวิต.