สุดยอดลำไยเมืองใต้ ทำแรกๆ ‘เขาว่าบ้า’ พอผลผลิตออกมาคว้าไปเลย 5,000 บาทต่อวัน

0
399

ก่อนที่จะมี Smart Phone เกิดขึ้นมาบนโลกนี้ หรือ ย้อนไปประมาณ 10 กว่าปีก่อน คนไทยเรารู้กันดีว่า ลำไย ลิ้นจี่ นั้นเป็นผลไม้ที่มีปลูกกันมากในเขตภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะในเขตจังหวัดลำพูน และยังไม่พบว่ามีการปลูกในภูมิภาคอื่นที่จะให้ผลผลิตดีเทียบเท่าการปลูกในเขตภาคเหนือ โดยเฉพาะในเขตภาคใต้ที่มีฝนตกฉุกและความหนาวเย็นแทบจะไม่ไปเยือน ยิ่งไม่น่าจะเป็นภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเติบโตของพืชอย่างลำไยได้เลย เพราะด้วยนิสัยของลำไยนั้นมีความต้องการอุณหภูมิต่ำ 10-22 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูหนาว(พฤศจิกายน-มกราคม) เพื่อสร้างตาดอก

โดยเฉพาะในปีที่มีอากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลานาน โดยไม่มีอากาศอุ่นแทรก จะทำให้ลำไยออกดอกติดผลดี แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป สภาพอากาศปรวนแปร ประกอบกับมีการใช้นวัตกรรมอื่นๆ เข้ามาใช้ในภาคการเกษตรกันมากขึ้น และมีการปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ๆ ที่เติบโตดีภายใต้สภาพอากาศในบ้านเราขึ้นมาอีกมากมายทำให้ลำไย พืชที่ใครๆต่างพากันคิดว่าจะไม่มีวันออกดอกติดผลได้ดีในเขตอื่นที่ไม่ใช่เขตภาคเหนือ กลายเป็นพืชที่สร้างรายได้อย่างงดงามในเขตภาคใต้ปลายด้ามขวาน ณ จ.นครศรีธรรมราช ของไทย ที่ติดลูกดก รสชาติดี ไม่แพ้ลำไยภาคเหนือ ที่ทำเงินให้กับเจ้าของได้วันละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท

คุณนุโชติ สิทธิ เกษตรกรวัย 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 9 บ้านทุ่งนาเมืองชัย ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช อดีตมีอาชีพรับจ้างตัดผมและทำสวนยางพาราเช่นเดียวกับเกษตรกรท่านอื่นๆ ในภาคใต้ ในสมัยที่ยางราคาแพงก็มีความเป็นอยู่ที่ดี แต่พอยางราคาตก ความเป็นอยู่ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับคนอื่น เพราะรายได้หลักๆ ของครอบครัวนั้นมาจากการขายน้ำยาง ยิ่งทำไปนานวันราคายิ่งต่ำลงไม่คุ้มค่าจัดการดูแล และค่าใช้จ่ายในครอบครัวก็สูงขึ้นทุกวัน

จนเมื่อปี พ.ศ.2536 มีคนแนะนำให้ตนปลูกต้นลำไยเพราะให้ผลผลิตที่ดี และมีรายได้มากกว่าการทำสวนยางพารา ตนจึงตัดสินใจทำการปรับหน้าดินและเริ่มลงมือทดลองปลูกต้นลำไยพันธุ์อีดอ ลงทุนซื้อต้นพันธุ์มาจากจังหวัดมหาสารคามในราคาต้นละ 35 บาท จำนวน 120 ต้น ปลูกบนเนื้อที่ 6 ไร่ ใช้ระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถวขนาด 8×8 เมตร

แต่เนื่องจากยังเป็นปีแรก ผลผลิตที่ได้จึงมีไม่มากและมีผลขนาดเล็ก คุณนุโชติ จึงบำรุงรดน้ำใส่ปุ๋ยเต็มที่ โดยเน้นการใส่ปุ๋ยคอกตามธรรมชาติ เช่น ขี่วัว ขี่ไก่ และปุ๋ยหมักน้ำชีวภาพ โดยไม่ใช้สารเคมี จนปีต่อมาพบว่า ลำไยให้ผลดกเต็มต้น ผลโต รสหวานฉ่ำ เนื้อกรอบ เปลือกร่อน ใครได้ชิมเป็นต้องเอ่ยปากชมเปราะว่าอร่อยไม่แพ้ลำไยทางภาคเหนือ

และแล้ว”ในปีนี้ต้นลำไยเริ่มให้ผลผลิตออกลูกดกเต็มต้น ผลโต เนื้อมีรสหวาน กรอบ ร่อน จนชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันมาชมสวนลำไยพร้อมกับชิมและซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านกันเป็นจำนวนมากคนละ 2-3 กก.ซึ่งขายในราคากิโลกรัมละ 50 บาท

บางคนถึงกับนำโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเก็บไว้ดูและแชร์บอกต่อกันทางเฟซบุ๊ก จนมีการพูดบอกต่อกันปากต่อปากเป็นเสียงเดียวกัน ถึงรสชาติและคุณภาพที่ดีเยี่ยมไม่แพ้ลำไยจากทางภาคเหนือ ทำให้สร้างรายได้จากการขายลำไยไม่ต่ำกว่าวันละ 5,000 บาท” เกษตรกรผู้พลิกวิกฤติเป็นโอกาสกล่าว

จากที่มีแต่คนบอกว่าบ้า ที่กล้าปลูกลำไยท่ามกลางพื้นที่ปลูกยางพารา กลายเป็นแปลงปลูกลำไยรสชาติดี คุณภาพเยี่ยมไม่แพ้ลำไยภาคเหนือ ที่มีผู้คนทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจขอเข้ามาเยี่ยมชมสวนกันไม่ขาด และกลายเป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส จนทำให้ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นโดยไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างใคร ด้วยรายได้จากการจำหน่ายลำไยที่ได้มากกว่าวันละ 5,000 บาท

ลุงนุโชติกล่าวว่า การที่ผมริโค่นยางหันมาปลูกลำไยซึ่งเป็นพืชที่ไม่ได้รับความนิยมปลูกในเขตภาคใต้ เพราะเชื่อกันว่าจะไม่ออกดอกติดผล เนื่องจากสภาพอากาศ ของภาคใต้ที่เป็นแบบร้อนชื้นสลับฝนนั้นอาจไม่เอื้อต่อการติดดอก ทำให้ใครๆ ต่างมองว่าผมบ้าที่ปลูกลำไยท่ามกลางความไม่เหมาะสมแบบนี้

“ผมคุ้นเคยกับคำว่าคนบ้าจนชินหู แต่ผมไม่ได้ใส่ใจ ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจทำต่อไป จนกระทั้งลำไยในสวนเริ่มให้ผลผลิตนู่นหล่ะที่ทำให้หลายคนที่เคยดูถูกผมไว้และมองผมว่าบ้า หันมาขอดูงาน เที่ยวชมสวน ชิมลำไยและซื้อลำไยติดมือกลับไปไม่ขาดสาย จนกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปภายในเวลาไม่นาน”

นอกจากนี้คุณนุโชติยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกและการดูแลลำไยแก่ผู้ที่สนใจเพิ่มเติม ดังนี้

การปลูกลำไยตามแบบฉบับคุณนุโชติ :

การเตรียมต้นพันธุ์ลำไยก่อนปลูก เพื่อให้กิ่งพันธุ์ลำไยสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมปลูกได้ดีก่อนปลูกประมาณ 1-2 สัปดาห์ ควรย้ายต้นพันธุ์ลำไยออกกลางแจ้งภายนอกโรงเรือน
มีการตัดแต่งกิ่งยอดอ่อนออกบ้าง เพื่อลดการคายน้ำกรณีที่ใช้ต้นลำไยที่ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเสียบกิ่งควรตรวจสอบการเชื่อมติดของรอยแผลให้สมบูรณ์ และใช้มีดกรีดพลาสติกพันแผลออกก่อนนำไปปลูก


การวัดระยะตำแหน่งของหลุมปลูกลำไย เป็นการกำหนดตำแหน่งของหลุมปลูกลำไย ตามที่กำหนดไว้ในแผนผังของพื้นที่ปลูก การวัดระยะเพื่อกำหนดตำแหน่งหลุมปลูกของลำไยควรได้แนวแถวปลูกที่มองทุกด้านเป็นแนวเส้นตรงในทุกทิศ อุปกรณ์ที่จำเป็นในการวัดระยะตำแหน่งของหลุมปลูกลำไยเช่น เทปวัด ไม้หลักเล็งแนว ไม้หลักกำหนดจุด เชือก และ อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ค้อน จอบ มีด การทำสวนในพื้นที่ขนาดใหญ่อาจใช้กล้องช่วยเล็งแนวเข้ามาช่วยในการวางแนว ก็จะทำให้การปฏิบัติงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น


การขุดหลุมปลูกลำไย ขนาดของหลุมปลูกพิจารณาได้จากสภาพโครงสร้างของดิน ถ้าในสภาพพื้นที่ที่มีดินปลูกเป็นดินร่วนและมีความอุดมสมบูรณ์ดี ขนาดของหลุมปลูกอาจเล็กลงได้โดยปกติจะใช้ขนาด 30 X 50 เซนติเมตร การทำสวนลำไยในพื้นที่ขนาดใหญ่การขุดหลุม ปลูกต้องใช้แรงงานจำนวนมากทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูง การนำแทรกเตอร์ติดสว่านเจาะดินมาใช้ช่วยในการขุดหลุมจะประหยัดเวลาและแรงงานได้มากกว่า แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในสภาพดินที่ค่อนข้างชื้น

ศัตรูสำคัญของลำไยช่วงเก็บผลผลิต คือ ค้างคาว ที่จะเข้ามากัดกินผลลำไยให้ได้รับความเสียหาย วิธีป้องกันที่ได้ผลดีและมีต้นทุนไม่มาก ให้ใช้ตาข่ายขนาดตา 2.5-3 ซม. ขึงสูงจากพื้นดินประมาณ 2-3 เมตรหรือความสูงพอๆ กับยอดไม้ ขวางทางบินของค้างคาวหรืออาจใช้ตาข่า ยคลุมทั้งต้นก็ได้

ต้นทุนการผลิต :
เริ่มต้นจากการซื้อกิ่งพันธุ์มาจำนวน 20 กิ่งต่อไร่ โดยกิ่งพันธุ์ราคากิ่งละ 35 บาท หากใช้กิ่งพันธุ์ในเนื้อที่ จำนวน 6 ไร่ ต้องใช้กิ่งพันธุ์ทั้งหมด 120 กิ่ง เมื่อรวมค่าปุ๋ย ค่าไฟฟ้า ค่าวางระบบน้ำ ค่าวัสดุอื่นๆ ที่ต้องใช้ในการจัดการสวนลำไยคุณนุโชติบอกตกอยู่ประมาณ 150,000 บาท/ไร่ ระยะเวลาที่ปลูก 6 ปีจึงเก็บเกี่ยวผลลำไยได้ ซึ่งการจัดการดูแลจนกระทั่งเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลเพาะปลูก(หลังจากต้นเริ่มให้ผลผลิต) จะอยู่ในช่วง ม.ค.-มี.ค. โดยใน 1 ปี คุณนุโชติจะแบ่งการผลิต(การบังคับผลผลิตออกนอกฤดู) ออกช่วงๆ คือ ปีหนึ่งจะทำได้ 3 รอบการผลิต

แผนการตลาด ของลุงนุโชติ :
ลุงนุโชติ จะทำการตลาดเอง คือเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วไปวางขายที่ร้านตัดผมของตนเอง และต่อมาก็นำไปขายที่หน้าบ้านมีคนขับรถผ่านไป-ผ่านมา หมดทุกวัน ไม่พอขาย ลุงจะขายกิโลกรัมละ 50 บาท ต่อมามีการสั่งซื้อเข้ามาและเข้าไปซื้อถึงสวนเอง ลุงนุโชติ จะปลูกลำไยเป็น 3 รุ่น และคิดจะปลูกเพิ่มขึ้นอีก รายได้จะได้วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท หากรวมเป็นปีที่เก็บเกี่ยวครบ 3 รุ่น ก็จะมีรายรับรุ่นละประมาณ 300,000 บาท

หากเกษตรกรคนใดสนใจที่จะเรียนรู้เรื่องการปลูกลำไยในพื้นที่ภาคใต้ คุณนุโชติยินดีให้คำปรึกษา หรือ โทรมาสอบถามข้อมูลได้ที่ 089-593-1200

บทสรุปและข้อเสนอแนะ จากลุงนุโชติ :
การริเริ่มปลูกลำไยในภาคใต้ของ ลุงนุโชติ นั้น อาจดูเหมือนจะทำไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเช่นกัน หากเกิดสภาพอากาศแปรปรวนร้อนสลับกับฝนและมีอุณหภูมิที่ไม่แน่นอน

ยิ่งถ้าฝนตกหนักก็จะทำให้ลำไยติดดอก ติดผล ลูกเน่า จึงต้องอาศัยสภาพอากาศต่อการปลูกร่วมด้วย และในส่วนของผลผลิตที่ออกมา ก็จะมีปัญหาจำพวกโรคและแมลงกัดกินผลลำไย อย่างเช่น ค้างคาว หนู กระรอก และสัตว์ที่ชอบความหวาน แต่ทุกวันนี้ผลผลิตในภาคไต้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ซึ่งการปลูกให้ได้ผลดีนั้นต้องอาศัยความเอาใจใส่ ต้องมีต้นทุนและความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีตลอดจนการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด จึงจะประสบความสำเร็จและไม่ต้องกลัวว่าใครจะคิดยังไงเรามั่นใจในสิ่งที่เราทำ ผลที่ออกมามักจะประสบความสำเร็จกันเสมอ

นายนุโชติ ยังกล่าวต่อว่า ตนในฐานะเกษตรกรชาวสวนยางคนหนึ่งที่หันมาปลูกพืชทดแทนการทำสวนยางพารา เห็นว่าเพิ่มรายได้ดีกว่าการทำสวนยางเป็นอย่างมาก

จึงอยากจะเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางหันมาปลูกพืชทดแทนเพื่อเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทำสวนยาง เนื่องจากปัจจุบันราคายางพาราเริ่มตกต่ำลงและมีแนวโน้มว่าจะตกต่ำลงไปอีก หากเกษตรกรคนใดสนใจที่จะเรียนรู้เรื่องการปลูกลำไยเหมือนอย่างตนก็ยินดีที่จะแนะนำให้ หรือจะแวะมาเยี่ยมชมถึงในสวนก็ตามแต่จะสะดวก หรือจะโทรศัพท์มาสอบถามข้อมมูลได้ที่เบอร์ 08-9593-1200