คลัง เสนอนโยบาย “ยกคนพ้นจน” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฟส 3 โอนเงินช่วยผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาท พร้อมเตรียมชง ครม. ให้ผู้ถือบัตรคนจน ใช้ 30 บาทรักษาทุกโรคฟรี คาดเริ่มกันยายน นี้

วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เว็บไซต์สำนักข่าวไทย รายงานว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เสนอนโยบายโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เฟส 3 “ยกคนพ้นจน” ด้วยการจ่ายเงินเพิ่มผ่านบัตรสวัสดิการ ให้ผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาท จำนวน 8.3 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 11.4 ล้านคน โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

1. รายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินโอนจากรัฐบาลที่อัตรา 20% ของรายได้ เช่น มีรายได้ 15,000 บาทต่อปี ก็จะได้รับเงินจำนวน 3,000 บาท

2. รายได้ 30,000-40,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินจำนวน 6,000 บาทต่อปี

3. รายได้ 40,000-100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินที่อัตรา 10% ของรายได้ เช่น มีรายได้ 65,000 บาทต่อปี ก็จะได้รับเงิน 3,500 บาท

ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวได้มีการนำผลศึกษาจากทั้งประเทศจีนและประเทศบราซิล ในการช่วยเหลือปัญหาความยากจนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาพิจารณา

ขณะที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ที่ถือบัตรคนจน จำนวน 11.4 ล้านคน

ให้สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลผ่านโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เพียงแสดงบัตรคนจนกับโรงพยาบาลก็สามารถรับการรับบริการได้ทันที

โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มให้ผู้ถือบัตรคนจน ใช้บริการโครงการ 30 บาทโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้เป็นมาตรการถาวร ไม่ใช่มาตรการชั่วคราว

ส่วนมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้กับผู้ถือบัตรคนจนนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด โดยตั้งเป้าว่าจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2561 ส่วนเพดานการคืนภาษีนั้น ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ต้องรอให้การวางระบบต่าง ๆ เรียบร้อยก่อน

โดยหลักการเบื้องต้น ผู้มีรายได้น้อยจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ดังนั้น การคืนเงินภาษีจะไม่เกินรายละ 7,000 บาท เพราะหากการขอคืนภาษีสูงกว่าจำนวนนี้ ก็แสดงว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นผู้มีรายได้น้อยแล้ว