มท. แจงปม “น้องหม่อง ทองดี” อดีตแชมป์เครื่องบินกระดาษเมื่อ 9 ปีก่อน ยังไม่ได้สัญชาติไทย ชี้ ที่ผ่านมายังไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนด

จากกรณีการขอสัญชาติไทยให้เด็กต่างด้าว กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอยู่ในตอนนี้ โดยการยกเคสเด็ก ๆ และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จ.เชียงราย ที่ล่าสุดมีการอนุมัติสัญชาติไทยไปแล้ว 4 คน คือ ด.ช.พรชัย คำหลวง หรือ น้องตี๋, ด.ช.อดุลย์ สามออน หรือ น้องอดุลย์, ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม หรือ น้องมาร์ก และ พระวิสารโทภิกขุ หรือ โค้ชเอก มาเปรียบเทียบกับเคสของ “หม่อง ทองดี” ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเมื่อ 9 ปีก่อน โดยคว้าอันดับ 3 การแข่งขันพับเครื่องบินกระดาษ หรือโอกามิ ที่ประเทศญี่ปุ่น เหตุใดยังไม่ได้สัญชาติไทย

ล่าสุด (9 สิงหาคม 2561) รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง 3 ได้สอบถามไปยัง นายวีนัส สีสุข ผู้อำนวยการสำนักทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เผยว่า ว่าด้วยมติ ครม. วันที่ 7 ธันวาคม 2559 ได้กำหนดให้เด็กต่างด้าวที่เกิดในไทย ที่จะได้สัญชาติไทย ต้องมีเกณฑ์ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. กรณีเด็กมีพ่อแม่เป็นชนกลุ่มน้อย ชาติพันธ์ุ ไทยลื้อ ชาวเขา จะได้สัญชาติไทยก็ต่อเมื่อพ่อแม่ต้องเข้ามาอยู่ในไทยเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี เคสนี้ ด.ช.พรชัย หรือ น้องตี๋ และ ด.ช.มงคล หรือ น้องมาร์ก ที่เป็นลูกไทยลื้อ อยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 15 ปี จึงเข้าเกณฑ์ และได้สัญชาติไทย

ข้อ 2. กรณีเด็กต่างด้าวที่เป็นเด็กไร้รากเหง้าพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ซึ่งเงื่อนไขต้องอยู่ในไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี และต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. นั้น ซึ่งเคสดังกล่าว ด.ช.อดุลย์ หรือ น้องอดุลย์ ก็เข้าหลักเกณฑ์

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ทั้งสองข้อข้างต้น น้องหม่อง ที่มีพ่อแม่เป็นแรงงานต่างด้าว มีหลักฐานว่าเป็นชาวเมียนมา จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ลูกชนกลุ่มน้อย น้องหม่องจึงยังไม่ได้สัญชาตินั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันน้องหม่องจะเข้าหลักเกณฑ์ ข้อ 3. ที่กำหนดไว้ว่า เด็กที่เป็นบุคคลต่างด้าว ต้องจบปริญญาตรี และต้องทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ซึ่งน้องหม่องก็เคยทำแล้ว และขณะนี้น้องหม่องก็กำลังเรียนในชั้นปริญญาตรี หากเรียนจบปริญญาตรีก็จะสามารถขอสัญชาติได้

ส่วนขั้นตอนต่อไป ทางกรมการปกครองจะประสานกระทรวงวิทยาศาสตร์เพื่อทำหนังสือรับรองการทำคุณประโยชน์ของน้องหม่อง และแจ้งไปยังจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นน้องหม่องก็จะสามารถนำหนังสือไปขอสัญชาติไทยได้ทันที

ส่วนกรณี พระวิสารโทภิกขุ หรือ โค้ชเอก จะเข้าหลักเกณฑ์ กฎหมายสัญชาติไทย มาตรา 23 ปี 2551 กรณีของคนต่างด้าวที่เกิดในไทย และไม่ได้สัญชาติไทย เนื่องจากเกิดมีคณะปฏิวัติปี 2515-2535 ตามมาตรา ระบุให้คืนสัญชาติให้พ่อโค้ชเอก ซึ่งได้เสียชีวิตแล้ว แต่ตกถึงลูกด้วย และมีหนังสือรับรองคลอดในอำเภอแม่สาย เพราะฉะนั้นโค้ชเอกจึงเข้าข่ายได้สัญชาติไทย