อ่านบทความต้นฉบับบได้ที่ : https://kasettumkin.com/agro-tourism/article_20060
เรายืนบนเนินสูงที่ร้านกาแฟสดรูปทรงกระทัดรัด ใช้สายตากวาดมองลงเบื้องล่าง จะแลเห็นดอกเบ็ญจมาศหลากหลายสีสีขาว สีเหลือง สีชมพูอมม่วง และแฟนซีบานสะพรั่งตระการตา ชูช่อรอรับคนไปเยือน อยู่ท่ามกลางอ้อมโอบของขุนเขา

ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของสถานที่แปลงเกษตรของเด็กรุ่นใหม่ ที่ชมรมสื่อมวลชนดิจิทัลและเอสเอ็มอีไทยจะไปสัมผัสตามโครงการเกษตรทัศนศึกษาสัญจร ภายใต้แนวคิด “ปากช่องหรรษา” ที่จะทิ้งทวนในยามของทริปนี้ที่ “สวนบิ๊กเต้” ที่บ้านหนองสองห้อง ต.หนองย่างเสือ อ.หมวกเหล็ก จ.สระบุรี ของเกษตรกรเด็กรุ่นใหม่

“กิตติคุณ พรหมพิทักษ์” หันมาทำเกษตรปลูกเบ็ญมาศ มาตั้งแต่อายุเพียง 23 ปี หลังจากที่จบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2550 หรือ 11 ปีก่อน

วันนี้”สวนบิ๊กเต้” ไม่เพียงแต่จะตัดดอกเบญมาศส่งขายลูกค้าโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางแล้ว เขายังเปิดให้”สวนบิ๊กเต้” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้นักท่องเที่ยวเข้าสัมผัสความสวยงามของดอกเบญมาศกว่า 30 สายพันธุ์ได้ตลอดปีอีกด้วย ทำให้”สวนบิ๊กเต้”แห่งสามารถสร้างได้เมื่อปีที่แล้วกว่า 10 ล้านบาท

ที่จริงพื้นเพของครอบครัว กิตติคุณ เป็นชาว จ.สงห์บุรี โดยกำเนิด แต่ไปซื้อที่บ้านหนองสิงห้อง ต.หนองย่างเสือ อ.หมวกเหล็ก กว่า 100 ไร่ และหลังจากที่เขาเรียนจบคณวิศวกรรมศาสตร์แล้ว ทางครอบมีการหารือกันว่า อยากทำสวนเกษตรแบบใหม่ในรูปแบบของ “สมาร์ท ฟาร์มเมอร์”

คือปลูกเอง จัดการแปรรูป และหาตลาดเอง โดยจะอาศัยความรู้ด้านวิศวกรรม มายุกต์กับแปลงเกษตร เพราะต้องการอยู่ในสภาพที่อากาศบริสุทธิ์ ในที่สุดตกลงกันว่า จะปลูกเบญจมาสตัดดอกขาย เพราะเห็นว่า คนปลูกน้อย ตลาดมีความต้องการสูง และไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกด้วย

กว่าที่จะตัดสินใจ และลงมือปลูกจริง กิตติคุณ บอกว่า ไปดูงานหลายที่และดูพืชอย่างอื่นมาเปรียบเทียบด้วย ทั้งที่โครงการหลวงในพื้นที่ภาคเหนือ และที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของการผลิตดอกเบญจมาศในประเทศไทย รวมถึงศึกษาด้านการตลาดควบคู่ไปด้วย

ก่อนมาทดลองปลูกก่อนในพื้นที่ 40 ไร่ เมื่อปี 2550 ครั้งที่เขามีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น ตอนแรกส่งที่ตลาดไท และตลาดสีมุมเมือง ขายในราคาแรกดอกละ 70-80 สตางค์ ต้นเบ็ญจมาศ 1 ต้นจะออกดอกราว 15 ดอก

กระนั้นพอลงมืองจริง จึงพบว่าการเกษตรไม่ง่ายอย่างที่คิด 2 ปีแรกประสบกับการขาดทุนเนื่องจากถูกกระหน่ำด้วยการระบาดของแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะหนอนบอนไซ โรคใบจุด และโรคราสนิมขาว เป็นต้น ทำให้เขาเกือบท้อ แต่ยังปักสู้ หาวิธีแก้ปัญหาด้วยวิธีต่างๆ จนเวลาผ่านไปทุกอย่างเริ่มดีขึ้น พอผ่านไป 5 ปีทุกอย่างอยู่ตัวและเริมมีกำไรจึงขยายพื้นที่เรื่อยๆ

ปัจจุบันขยายเกือบเต็มพื้นที่ 100 ไร่ มีทั้งหมด 120 โรงเรือนมีเบญจมาศทั้งหมดกว่า 30 สายพันธุ์ อาทิ สโนดอนขาว สโนดอนเหลือง เรโซมี เรแกน ฮาวาย เป็นต้น

โดยปลูกหมุนเวียนเพื่อเบญจมาศดอกตลอดทั้งปี ส่งขายเองให้ลูกค้าในพื้นที่ต่างๆหลายจังหวัดกว่า 50 แห่งรวมถึงในกรุงเทพฯโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางในราคากำละ 70-80 บาท

“สวนบิ๊กเต้” ได้เปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยเก็บค่าบริการค่าชมสวนคนละ 20 บาท เพื่อไปถ่ายภาพสวยๆและชมความสวยงามตระการตาของดอกเบ็ญมาศ สายพันธุ์

ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้เข้าชมเฉลี่ยวันละ 80 คน หรือเดือนละราว 500-600 คน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวในเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นเป็นเป็นกรณีพิเศษ ทำให้สวนแห่งนี้สร้างรายปีที่แล้วกว่า 10 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆเขา บอกว่า สามารถอยู่ได้อย่างสบาย

สำหรับเบญจมาศในโลกนี้มีอยู่กว่า 1,000 พันธุ์ ที่นิยมปลูกในประเทศไทย เป็นเบญจมาศตัดดอก มีอยู่ 4 ประเภท คือ Exhibition Type เป็นเบญจมาศที่มีดอกขนาดใหญ่มาก ดอกมีรูปทรงกลม ลำต้นสูงใหญ่ แต่ละต้นเลี้ยงให้มีเพียง 1 ดอก ปกติจะปลูกสำหรับการโชว์

Standard Type เป็นเบญจมาศที่มีดอกขนาดเล็กกว่า Exhibition Type แต่ละต้นเลี้ยงให้มี 3-4 กิ่ง และแต่ละกิ่งให้มีเพียง 1 ดอก, Spray Type เป็นเบญจมาศที่มีดอกขนาดเล็กกว่า Standard Type แต่ละกิ่งมีหลายดอก และมี 3-4 กิ่งต่อต้น หรืออาจมีมากกว่านี้ ตัดดอกขายในลักษณะเป็นกิ่งหรือต้องขายทั้งต้น และpotted Type เป็นเบญจมาศที่มีดอกขนาดเล็กกว่า Spray Type ใช้ปลูกเป็นไม้กระถาง มีทรงพุ่มกระทัดรัด แตกกิ่งก้านได้มากดอกดก

สนใจสัมผัสความสวยงามของดอกเบญขมาศใน “สวนบิ๊กเต้” ไปดูว่าเขาปลูกอย่างดูแลอย่างไร ทาง“ชมรมสื่อดิจิทัลและเอสเอ็มอีไทย” จะจัดโครงการเกษตรทัศนศึกษาสัญจร” ไปยัง ทุเรียนไฮเทค ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยนำ Qr code ที่ไร่มหาลาภ” พร้อมกับสวนอะโวคาโด น้อยหน่า และเบญจมาศ “สวนบิ๊กเต้” ในวันที่ 18 สิงหาคม 2561 นี้ใครสนใจสอบถามที่โทร. 08-9783-5887และ09-3697-1456 รับจำนวนจำกัด