16 ส.ค.61 จากกรณี นายพิภพ ไขแจ้ง อายุ 60 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวัดโบสถ์ หมู่ 5 ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ออกมาเปิดเผยถึงสรรพคุณอันน่าทึ่งของ “ต้นอังกาบหนู” ที่มีปลูกอยู่ในวัดโบสถ์ (เมืองโบราณบางขลัง) สามารถรักษาโรคมะเร็งระยะสุดท้ายให้หายได้ เพียงแค่เด็ดกิ่งก้านใบมาต้มดื่มเหมือนน้ำชา โดยกินติดต่อกันไม่กี่เดือนก็จะเห็นผลทันที

พร้อมเผยว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 2 และได้กินยาสมุนไพรตัวนี้แค่เดือนเดียว อาการหายใจติดขัด เจ็บหน้าอก ปวดหลัง ก็หายทันที พอถึง 3 เดือนไปเอ็กซเรย์ปอดที่กรุงเทพฯ ก็พบว่าจุดดำเริ่มจางลงและหายโรคในที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก พบว่ามีประชาชนจากหลายจังหวัด ทั้งอุดรธานี นราธิวาส ตาก แพร่ กำแพงเพชร ลำปาง กรุงเทพฯ ชลบุรี ฯลฯ ขับรถยนต์มาขอกิ่งต้นอังกาบหนูเพื่อนำไปปลูกขยายพันธุ์ ตั้งแต่เช้ายันค่ำตลอดสองวันที่ผ่านมาหลังเป็นข่าว บางคนถึงขนาดมุดต้นแบบไม่กลัวหนามตำ แย่งกันเอาใบไปกิน เอากิ่งไปปลูก จนต้นอังกาบหนูที่มีอยู่ 17 กอใหญ่ๆ กิ่งใบโกร๋นเหลือแต่ตอกับราก หมดเกลี้ยงวัดแล้วในตอนนี้

ขณะที่นายเฉลิม คงคีรี อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.หนองบัว อ.ศรีนคร หนึ่งในผู้ป่วยที่หายโรคมะเร็ง กล่าวยืนยันว่า ตนเองป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่คอ ซื้อยาขวดละ 1,000 กว่าบาท มากินตั้งหลายขวดก็ไม่หาย

จนแผลเน่า นอนเตียงไม่รู้สึกตัว ญาติเตรียมตัวเตรียมใจกันแล้ว แต่โชคดีที่ได้ใบอังกาบหนูมาต้มกิน ไม่กี่เดือนก็หายโรค มีชีวิตอยู่รอดมาได้ถึง 10 ปีแล้ว ล่าสุดไปตรวจร่างกายก็ไม่พบเชื้อมะเร็ง ที่มั่นใจว่ากินต้นอังกาบหนูแล้วหายป่วย ก็เพราะว่าไม่ได้กินยาอื่นเลย กินยานี้ตัวเดียวเท่านั้น

นางอำนวย มาภู อายุ 63 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 ต.บ้านไร่ อ.ศรีสำโรง ผู้ป่วยมะเร็งอีกราย เปิดเผยว่า ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 3 จนต้องตัดนมทิ้งหนึ่งข้าง เคยรักษาและให้คีโมครบแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น เลยหันมาลองกินน้ำต้มใบอังกาบหนูเพียงอย่างเดียว พร้อมควบคุมเรื่องอาหารการกินด้วย ปรากฏว่าอาการดีขึ้นอย่างมาก พอไปตรวจร่างกายตามที่หมอนัดถึง 6 ครั้ง หมอถึงกับยิ้มแล้วถามว่า “ยายไปกินอะไรมา ดีใจด้วยนะ ไม่พบเชื้อมะเร็งแล้ว”

นางประคอง บัวชื่น อายุ 60 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.คลองมะพลับ อ.ศรีนคร เปิดเผยว่า ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบีจนตับแข็ง ทางโรงพยาบาลให้ยาต้านไวรัสมากิน แต่ตนเองกินควบคู่พร้อมกับน้ำต้มใบอังกาบหนู กินติดต่อกันเป็นปี ล่าสุดไปตรวจร่างกายอาการป่วยไม่มีแล้ว ไม่แน่ใจว่ายาตัวไหนกันแน่ที่ช่วยรักษา อาจจะทั้งสองตัวก็ได้ แต่หมอที่ช่วยรักษาบอกว่า “เพิ่งเจอยายเป็นคนแรก ที่กินยาต้านแล้วหายป่วยเร็ว” ขณะที่ชาวบ้านรายอื่นๆ บอกว่า เหตุที่ชอบกินน้ำต้มใบอังกาบหนู เพราะมันช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ ล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย ป้องกันมะเร็ง และแก้เบาหวานด้วย

ด้าน พระครูพิพัฒน์สุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (เมืองโบราณบางขลัง) กล่าวว่า หลังจากเป็นข่าวออกไปแล้วก็มีญาติโยมจากทั่วสารทิศมาขอตัวยา เราก็ให้โดยไม่คิดราคาอะไร อยากสร้างกุศลด้วย แต่ผ่านไปสองวันก็หมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่รากกับตอ ทางวัดจึงขอเวลาปักชำขยายพันธุ์เพิ่ม อีก 2-3 เดือนค่อยมากันใหม่ อย่างไรก็ตาม ต้นอังกาบหนูนั้นมีอยู่ทุกจังหวัด ลองเสาะหาดูก่อน จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางมา แต่ต้องเป็นพันธุ์ที่มีดอกสีเหลืองเท่านั้น จึงจะมีสรรพคุณทางยา และก่อนกินต้องดูสภาพร่างกายของตัวเองด้วย ถ้ากินครั้งแรกแล้วร่างกายไม่รับต้องหยุดกินทันที และควรปรึกษาแพทย์