“ดีเดย์” ปลูกข้าวโพด…เลิกทำนาปรัง รัฐยันรายได้มากกว่า พร้อมจ่ายประกันเพิ่ม 2-3 พันบาทต่อไร่

16 สิงหาคม 2561“กฤษฏา”เผยรัฐซื้อประกันภัยเกษตรกรเลิกทำนามาปลูกข้าวโพดไร่ละ 65 บาท รวม 2 ล้านไร่ กล่อมสมาคมประกันวินาศภัย จ่ายค่าภัยพิบัติไร่ละ 2-3 พันบาท

เพิ่มจากเดิมนาข้าวไร่ละ 1.5 พันบาท ดีเดย์พื้นที่ภาคกลางตอนบนเปลี่ยนปลูกข้าวโพด เลิกทำนาปรัง เดือนพ.ย.นี้ ชึ้รายได้เพิ่มขึ้นกว่าทำนา 3 พันบาทต่อไร่”

นายรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการหารือกับสมาคมประกันวินาศภัย และคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ในมาตรการประกันผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ว่าในประเด็นค่าประกันภัยเดิมจ่ายให้นาข้าวไร่ละ 90 บาท โดยรัฐจ่ายให้เกษตรกรผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)สำหรับโครงการปลูกข้าวโพดหลังนาปีลดนาปรังรอบสอง 2 ล้านไร่ ที่จะเริ่มเดือนพ.ย.นี้

ได้พื้นที่ชัดเจนแล้วในเขตชลประทานภาคกลางตอนบน ไม่ใช่ภาคกลางตอนล่างเพราะเป็นดินเหนียวไม่เหมาะกับปลูกข้าวโพด ซึ่งรัฐบาลมีเงินชดเชยให้เกษตรกรอยู่แล้วไร่ละ 2 พันบาท

ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯจะไม่ของบประมาณเพิ่มโดยจะหักจากงบไร่ละ 2 พันบาทมาจ่ายค่าประกัน

แต่ได้ต่อรองกับสมาคมประกันวินาศภัย ในอัตราไร่ละ 65 บาทต่อรอบการผลิตระยะเวลาปลูกจนเก็บเกี่ยว 4 เดือน

ทั้งในเรื่องการประกันภัยพิบัติ จะใช้ตามหลักเกณฑ์ใช้ประกาศภัยพิบัติของผู้ว่าราชการจังหวัด เช่นน้ำแล้ง น้ำท่วม โรคระบาดจากแมลง เดิมบริษัทประกันภัยจ่ายนาข้าว 1,500 บาทต่อไร่ โดยตนได้ต่อรองว่าอัตรานี้ถูกไปได้ขอเพิ่มเป็น 2-3 พันบาทต่อไร่

“เป้าหมายปรับเปลี่ยนพื้นที่นา 2 ล้านไร่ ได้คุยกับภาคเอกชน สมาคมอาหารสัตว์ สมาคมผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ไทย ที่ไปขายให้เกษตรกรจะสอนวิธีการปลูกการดูแล และราคาลดลงจากทั่วไป

ส่วนสมาคมอาหารสัตว์ จะดูรายชื่อเกษตรกร ที่ดินบริเวณนั้นมาประสานกับกระทรวง และทำสัญญารับชื้อ

ผมกลัวว่าเกษตรกรจะเสียเปรียบให้ทำผ่านกลุ่มสหกรณ์เกษตร กำหนดมีราคารับซื้อ และประกันราคาขั้นต่ำ 5 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะมีรายได้มากกว่าปลูกข้าวแน่นอน

ผมลงไปดูพื้นที่จริงเกษตรกรทำนาได้กำไรไร่ละพันกว่าบาท ส่วนปลูกข้าวโพด ได้ 3 พันบาทต่อไร่”นายกฤษฏา กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก : คมชัดลึก