รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กำกับ. เผยแก้ปัญหาจราจรเตรียมแก้กฎหมายให้ สนช.พิจารณา เพิ่มโทษ ปัดตอบลงพื้นที่หวังผลทางการเมือง

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอแผนแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ภายใน 3 เดือนนั้น

ขณะนี้เตรียมเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. แก้ไขกฏหมายจราจรเพื่อเพิ่มโทษผู้กระทำผิด เช่น ไม่มีใบขับขี่ หรือมีใบขับขี่แล้วไม่พก นอกจากนี้ มีอีกหลายประเด็นที่กำลังพิจารณาอยู่

เช่นเดียวกับการเชื่อมต่อระบบ รถ ราง เรือ ที่กำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งจะเร่งรัดดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะนายกรัฐมนตรีกำหนดระยะเวลาไว้ 3 เดือน ในการปรับปรุงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำให้แล้วเสร็จ และยังตอบไม่ได้ว่า ต้องใช้ระยะเวลาแค่ไหน ในการแก้ปัญหาจราจรที่เห็นผลเป็นรูปธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากครบกำหนด 3 เดือนที่นายกฯระบุ จะเห็นการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “คุณก็รู้พอๆกันกับผมนั่นแหละ”

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าการจัดประชุมครม.สัญจรที่ภาคใต้ครั้งนี้ มีเหตุผลเรื่องการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มว่า “โธ่” เมื่อถามถึงความคืบหน้าเรื่องการหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อคลายล็อกให้พรรคการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวสั้นๆว่า “กำลังดูอยู่”

พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ตามกฎหมายใหม่ ที่กรมฯนำเสนอได้มีการแก้ไขปรับเพิ่มโทษสำคัญๆ ใน 3 มาตรา ประกอบด้วย

1.มาตรา 64 ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แต่กฎหมายใหม่เสนอให้ปรับเพิ่มโทษเป็น จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

2.มาตร 65 ขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมลงโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่กฎหมายใหม่เสนอให้เพิ่มโทษจำคุกเข้ามาด้วย คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ส่วนโทษ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

3.มาตรา 66 ขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ตามกฎหมายใหม่ เสนอให้ปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

อ่านข่าวต้นฉบับ