ใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว วินมอเตอร์ไซด์รายนี้ ประวัติไม่ธรรมดา ชื่อจริง พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ “ลุงอู๊ด”

เส้นทางชีวิตของคนเราใช่ว่าจะเรียบง่ายและไร้อุปสรรคเสมอไป “ลุงอู๊ด” เล่าให้ทีมข่าวสปริงนิวส์ฟังว่า ตัวเองจบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519 และ รับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี ปัญหาแรกที่เจอคือเงินเดือนจากการเป็นข้าราชการตำรวจ ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่มี เพราะเป็นแค่ข้าราชการชั้นผู้น้อย และมีบุตรถึง 3 คน

เมื่อการเงินฝืดเคืองประกอบกับนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้ยึดติดกับการเป็นข้าราชการ หรือ หัวโขนของการเป็นตำรวจ ทำให้ “ลุงอู๊ด” ที่ขณะนั้นมียศ สิบตำรวจโทเท่านั้น ตัดสินใจคุยกับ นางลำไพ พบศิลา หรือ”เจ๊กุ้ง” ภรรยา ช่วยกันมองหาหนทางทำมาหากิน สร้างครอบครัวให้มีความมั่นคงทางการเงิน หรือ อย่างน้อยก็ให้เอาตัวรอดจากสภาวะเศรษฐกิจให้ได้

โดยที่ไม่ต้องไปทำเรื่องอะไรที่ไม่ควรจะต้องทำ ซึ่งทั้งสองพบว่า การขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง มีเวลาดูแลลูกๆได้เต็มที่เท่าที่ต้องการ และสร้างรายได้ให้มากพอจนไม่ต้องใช้ชีวิตลำบากมากนัก จึงตัดสินใจทำอาชีพเสริมขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างกันทั้งสองคน

นับจากวันนั้นมาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว แม้ “ลุงอู๊ด” จะสอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้ ก็ยังคงไม่ทิ้งอาชีพการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง นอกจากขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง “ลุงอู๊ด” ยังใช้เวลาว่างรับจ้างเป็นยามเฝ้าโรงน้ำแข็งในเวลากลางคืนอีกด้วย

ในบางวัน เขาก็รับจ้างเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยให้กับร้านทองในบริเวณใกล้เคียง ช่วงแรกหลายกิจการปฏิเสธไม่ยอมจ้าง “ลุงอู๊ด” เพราะมียศที่สูงเกินไป แต่ “ลุงอู๊ด” ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ได้มาขอทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย หรือ ผิดทำนองคลองธรรม

“ลุงอู๊ด” บอกว่า สิ่งที่ทำให้มาถึงวันนี้ได้ นอกจากหน้าที่ข้าราชการที่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ อีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องทำ คือการดูแลครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เป็นแรงผลักดันให้สู้เรื่อยมา ปัจจุบัน “ลุงอู๊ด” เลือกเกษียณอายุราชการก่อนเวลา ( เออรี่รีไทร์ )

ในตำแหน่งสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ ตำแหน่งพันตำรวจโท และได้รับบำเหน็จโดยการเชิดชูเกียรติ์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มยศให้อีก 1 ชั้น เป็นพันตำรวจเอก เพื่อออกมาทำอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอย่างเต็มเวลา ร่วมกับ “เจ๊กุ้ง” ภรรยาคู่ทุกคู่ยากที่ร่วมเดินในเส้นทางเดียวกันมาตลอด

วันนี้ “ลุงอู๊ด” ยินยอมให้นำประวัติเส้นทางนักสู้มาเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ โดยเฉพาะสังคมตำรวจ เพื่อเป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิต คนที่ไม่เคยคิดจะยอมแพ้ต่อโชคชะตา คนที่รู้ว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิต และ ลุงอู๊ดอยากฝากบอกทุกคนโดยเฉพาะตำรวจว่า อย่ายึดติดกับยศ และ ตำแหน่งมากเกินไป เป็นเหมือนหัวโขน เวลารุ่งเรืองก็มีคนสรรเสริญเยินยอ เวลาตกทุกข์หมดอำนาจวาสนาก็มีคนดูถูก ไม่มีใครจริงใจ อาชีพสุจริต เป็นอาชีพที่สูง ขอให้ดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่อยู่กับเราเสมอคือครอบครัวของเรานั่นเอง