มาแน่ เตรียมเก็บเงินประกันสังคมเพิ่ม จาก 750 เป็น 1000 ชี้จ่ายเยอะประโยชน์เยอะ

0
177

วันที่ 3 ก.ย. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ครบรอบ 28 ปี โดยมีพิธีทำบุญ และมอบโล่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อ สปส. จำนวน 23 คน แบ่งเป็นด้านวิชาการ ด้านการแพทย์ ด้านนวัตกรรม และด้านสนับสนุนเครือข่ายประชาสัมพันธ์และอื่นๆ โล่รางวัลสถานพยาบาลในดวงใจ และโล่สถานพยาบาลต้นแบบการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 5 รางวัล

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตลอด 28 ปีของ สปส.มีความก้าวหน้าอย่างมาก เช่น พัฒนารูปแบบการให้บริการกรณีทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร จาก 400 บาท เป็น 600 บาท ต่อเดือน เพิ่มค่าฝากครรภ์กรณีคลอดบุตร เพิ่มสิทธิประโยชน์และค่าทดแทน โดยจัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ. เงินทดแทน (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบแล้ว เตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไป คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2561 เป็นต้น

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า สำหรับก้าวต่อไปของ สปส.ที่ตนมอบนโยบาย คือ 1.เพิ่มจำนวนผู้ประกันตนเข้ามาในระบบให้มากขึ้น โดยขณะนี้มีผู้ประกันตนประมาณ 15 ล้านคน ส่วนแรงงานนอกระบบซึ่งมี 22 ล้านคน แต่เข้ามาเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพียง 2.5 ล้านคน โดยปี 2561 เข้าสู่ระบบประมาณ 3 แสนกว่าคน

ซึ่งปี 2562 ตั้งเป้าไว้ต้องเพิ่มอีก 2-3 ล้านคน ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกันตนตามาตรา 40 จะเป็นผู้ใดก็ได้ที่มีอายุ 15 – 60 ปี ไม่เคยเป็นลูกจ้างตามมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ประกอบอาชีพอิสระ และไม่เป็นผู้ทุพพลภาพในปัจจุบัน

ซึ่งเราต้องการให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างมาก เพราะการเข้ามาสู่ระบบจะได้รับการคุ้มครองอย่างดีมาก ทั้งการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ ชราภาพ สงเคราะห์บุตร ก็ได้ทั้งหมด เป็นไปตามหลักยุทธศาสตร์ 20 ปีด้านแรงงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ประกันสังคมจะมีการปรับโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับภาระงาน

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า 2.บริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลตอบแทนต่างๆ ต้องมีประสิทธิภาพ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ประกันตน ซึ่งยืนยันว่า การลงทุนนั้นมีความโปร่งใส มีคณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งแต่ละปีได้ผลตอบแทนหลายหมื่นล้านบาท

โดยปี 2560 ได้ผลตอบแทน 5.8 หมื่นล้านบาท 3.การปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้มีความเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องผู้สูงอายุ การสงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ หรือมาตรฐานสถานบริการ และ 4.การเข้าถึงบริการที่ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี ต้องทันสมัย และระบบออนไลน์ต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้านโยบายเพิ่มเพดานเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 20,000 บาทสำหรับเก็บเงินสมทบผู้ประกันตนเพิ่มจากเดิมเพดานสูงสุดที่ 750 บาท เป็นสูงสุดที่ 1,000 บาทต่อเดือน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว จริงๆ ก็ต้องเดินหน้าต่อ เพราะจะดีในแง่ของผู้สมทบเพิ่มก็จะได้เพิ่มในส่วนของเงินบำนาญ และยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆอีก แต่ทุกอย่างก็ต้องอยู่ที่การสร้างความเข้าใจเป็นหลักก่อน โดยขณะนี้สปส.อยู่ระหว่างสร้างความเข้าใจในทุกฝ่าย หากยังมีกลุ่มเห็นต่างก็ต้องสร้างความเข้าใจก่อน

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม มีการกำหนดชัดเจนอยู่แล้วว่า จะต้องมีการเลือกตั้ง แต่ต้องดูความเหมาะสมและความคุ้มค่าด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการ ซึ่งจะใช้วิธีการใดยังตอบไม่ได้ และผู้แทนลูกจ้าง นายจ้างต้องให้ความเห็นด้วย แต่จะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด