“เบนซ์ เรซซิ่ง” พ้นคุก!! กราบเท้าแม่ ลั่นไม่แยกกันอยู่กับแพท คืนนี้เจอกัน! เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่เรือนจำคลองเปรม เบนซ์ เรซซิ่ง เปิดใจครั้งแรก

หลังศาลให้ประกันตัวคดีฟอกเงินยาเสพติดว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความยุติธรรมและให้ประกันตัวออกมาสู้คดี ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเรือนจำ 1 ปี 3 เดือนต้องขอขอบคุณครอบครัวที่ไม่ทิ้งกัน

วันนี้เป็นเพียงคำตัดสินของศาลชั้นต้น ยังคงต้องต่อสู้คดีกันต่อไป โดยยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และจะต่อสู้คดีนี้จนถึงที่สุด เมื่อถามถึงภรรยาและดาราสาว แพท ณปภา ที่ไม่ได้เดินทางมารอรับในวันที่ได้ออกจากเรือนจำ

เบนซ์ เรซซิ่ง กล่าวว่า แพทติดงานอยู่ แต่จะไปหาและเจอกันคืนนี้เลย เมื่อถามว่าจะกลับไปอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ เบนซ์ กล่าวว่า ยังปกติเหมือนเดิม ไม่ได้มีปัญหา เมื่อถามว่า สิ่งแรกที่อยากทำหลังออกจากเรือนจำ เบนซ์ กล่าวว่า

อยากกินข้าวฝีมือแม่ ข้างในก็ไม่ได้ลำบาก แต่อยู่บ้านอุ่นใจกว่า ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต ไม่อยากให้ใครมาอยู่แบบนี้ อะไรเกิดขึ้นแล้วก็ต้องแก้ไข เมื่อถามถึงกำไลอีเอ็มที่ติดอยู่ข้อเท้า เบนซ์ กล่าวว่า ไม่เป็นปัญหา

แต่จะมีปัญหาเรื่องแข่งรถและขึ้นเครื่องบินมากกว่า สามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศ หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาศาลอาญามีคำตัดสินจำคุก 8 ปี เบนซ์ เรซซิ่ง หรือว่านาย อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช

สามีของนักแสดงและพิธีกร แพท ณปภา ในคดีร่วมฟอกเงินเครือข่าย บอย นาคคำ แต่ศาลยกฟ้องข้อหาสนับสนุนทำผิดยาเสพติด โดยอัปเดตล่าสุด ศาลอนุมัติให้ประกันตัว เบนซ์ เรซซิ่ง วงเงิน1 ล้าน ใส่กำไลข้อเท้าEM

ห้ามออกนอกประเทศ และทำการปล่อยตัวค่ำนี้ ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ย่านคลองเปรม โดยทีมทนายความของนาย อัครกิตติ์ วรโรจน์เจนิญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง จำเลยที่ 1 ในคดี ร่วมสมคบฟอกเงิน ที่ศาลสั่งจำคุก 8 ปี

ได้จัดทำคำร้องประกอบการยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์คดี โดยมีพี่ชายของนายอัครกิตติ์ เป็นผู้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินย่านดินแดง เนื้อที่ 2 งาน 25 ตารางวา มูลค่ากว่า 44 ล้านบาท

โดยในคำร้องยังแสดงความประสงค์ต่อศาลพิจารณาขอติดอุปกรณ์ EM ที่เป็นกำไลข้อเท้า และยืนยันว่าพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลทุกประการ และต่อมาในเวลา 16.25 น. ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นายอัครกิตติ์

จำเลยที่ 1 ประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดให้ติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) กับจำเลยด้วย และห้ามมิให้จำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ส่วนทางด้านมารดาของนายอัครกิตติ์ เปิดเผยหลังทราบคำสั่งศาลว่าดีใจมาก รอมานานกว่า 1 ปี และสู้คดีมาโดยตลอด พร้อมยกมือท่วมหัว ส่วนญาติที่มาให้กำลังใจก็แสดงความดีใจเช่นกัน

คลิป