สาววัย 28 ปี เลี้ยง ‘ด้วงสาคู’ แบบบ้านๆ สร้างรายได้เกือบแสนต่อเดือน

0
1193

ซึ่งทางทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณทิติยา คำเถื่อน หรือคุณญา อายุ 28 ปี เจ้าของ ‘ด้วงสาคูฟาร์มมาดี‘ จ.เพชรบุรี ที่เลี้ยงด้วงสาคูจนประสบความสำเร็จอย่างมากอีกหนึ่งราย พร้อมเผยถึงวิธีการเลี้ยง และเทคนิคดีๆในการเพาะเลี้ยงเจ้า ‘ด้วงสาคู‘

ทำอย่างไรให้ผลผลิตออกมาดีและมีคุณภาพ…!!?? โดยคุณญา ได้เปิดเผยว่าเดิมทำธุรกิจร้านหมูกระทะในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 8 ปี แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจ จึงเริ่มมองหาธุรกิจใหม่ทำ จนได้มาศึกษาและสนใจ ‘ด้วงสาคู‘ ซึ่งเป็นคนที่ชื่นชอบการทานแมลงอยู่แล้ว

จึงไปตามฟาร์มเลี้ยงและเข้าอบรม จนกระทั่งปี 59 ตัดสินใจซื้อพ่อแม่พันธุ์ มาประมาณ 50 คู่ แบ่งเป็น 10 กะละมัง กะละมังละ 5 คู่ โดยนำมาเลี้ยงที่บ้านใน จ.นนทบุรี จนผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก จึงเริ่มที่จะส่งขาย

โดยเริ่มจากสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กจนกลุ่มลูกค้าเริ่มขยายตัวมากขึ้น หลังจากนั้นจึงตัดสินใจย้ายแหล่งผลิตมาที่ จ.เพชรบุรี เนื่องจากมีพื้นที่เพียงพอต่อการเลี้ยง และต่อยอดได้อีกเป็นจำนวนมาก

คุณญา บอกก็ทีมข่าวว่า จริงๆแล้วเจ้า ‘ด้วงสาคู‘ เป็นแมลงที่เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งอยากเท่าไหร่นัก โดยสูตรอาหารของทางฟาร์มจะใช่สัดส่วนดังนี้ 1.หัวอาหารสัตว์ และรำข้าว อย่างละ 3 ขีด /

2.มันสดบด 1 กิโลกรัม / 3.เปลือกมะพร้าวสับละเอียด 1 – 1.5 กิโลกรัม / 4.กากน้ำตาล 100 ซีซี นำมาใส่ภาชนะที่จะเลี้ยง โดยแนะนำว่าควรเป็นกะละมังขนาดประมาณ 50 เซนติเมตร

เมื่อเตรียมส่วนประกอบครบถ้วนแล้วน้ำมาผสมกันในกะละมัง โดยเติมน้ำลงไปให้พอแฉะๆ และใช้เปลือกมะพร้าวปิดหน้าอาหารไว้ พร้อมนำกล้วยน้ำว้า 2 ลูก มาวางไว้ เป็นอาหารสำหรับพ่อแม่พันธุ์ พร้อมนำฝามาปิดโดยให้มีรูระบายอากาศถ่ายเท

โดยจะเลี้ยง 5 คู่ ต่อ 1 กะละมัง ซึ่งปกติแล้วด้วงสาคูจะไข่ทุกวัน หลังจากปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงไปทิ้งระยะเวลาประมาณ 15 วัน เมื่อลูกตกแล้ว ให้จับพ่อแม่พันธุ์ไปเลี้ยงในกะละมังอันใหม่เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป โดยวงจรชีวิตของเจ้าด้วงสาคู สามารถอยู่ได้ประมาณเดือนกว่าๆ ก็จะตาย

หลังจากนั้นก็หมั่นดูหน้าอาหารไม่ให้แห้ง ซึ่งถ้าหน้าอาหารแห้งก็ให้พรมน้ำ เลี้ยงจนตัวหนอนโตประมาณเท่านิ้วโป้ง ใช้เวลาประมาณ 25 วัน ก็สามารถจับส่งขายได้แล้ว แต่หากต้องการเลี้ยงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์

ต้องเลี้ยงไปอีกประมาณ 20 วัน ตัวหนอนก็จะเริ่มเข้าฝัก คล้ายดักแด้ หลังจากนั้นอีกประมาณ 10 วันก็จะออกมาเป็นตัวด้วงสาคู ส่วนการดูเพศนั้นตัวผู้จะมีงวงสั้นกว่าตัวเมีย และงวงของตัวผู้จะมีขนเล็กๆอยู่ ขณะที่ตัวเมียงวงจะเรียวยาว

สำหรับวิธีการส่งขายตัวหนอนด้วงสาคู ก่อนจะนำส่ง 1 วัน ทางฟาร์มจะทำการล้างท้องตัวหนอน ด้วยการให้หนอนด้วงกินกะทิ หรือแช่น้ำและใส่พริกไทยไว้ 1 คืน เพื่อเพิ่มรสชาติ ซึ่งหากไม่ล้างท้องกลิ่นของตัวหนอนก็จะมีลักษณะเหมือนสูตรอาหารที่เลี้ยงไว้

โดยใน 1 กะละมัง จะได้น้ำหนักตัวหนอนประมาณ 8 ขีด หรือประมาณ 100-150 ตัว ส่วนราคาขายจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือแบบขายเป็นตัวสดๆ จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาท และแบบแช่ฟรีซ สามารถอยู่ได้ 7-8เดือน

ราคาจะอยู่ที่ 350 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังสามารถขายพ่อแม่พันธุ์ได้อีกด้วย โดยจะส่งขายเป็นชุดเลี้ยงประกอบด้วย พ่อแม่พันธุ์ 10 ตัว อาหาร 3 กิโลกรัม พร้อมคู่มือการเลี้ยง จะขายในราคาพร้อมส่งอยู่ที่ 400 บาท ปัจจุบันทางฟาร์มของคุณญา

มีชุดเลี้ยงอยู่ประมาณ 500 ชุด สามารถผลิตตัวหนอนได้มากกว่า 300 กิโลกรัมต่อเดือน ส่งขายทั่วประเทศ จนสร้างรายได้เกือบแสนบาทต่อเดือน ทั้งนี้มองว่าอนาคตของด้วงสาคู จะโตขึ้นอีกอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มพ่อค้าต่างชาติให้ความสนใจมากขึ้น โดยหนอนด้วงสาคู สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด อาทินำไป คั่ว ทอด แกงหน่อไม้ แกงเห็ด ย่าง หรือรับประทานสดๆ ก็ได้เช่นกัน

ทั้งนี้หากใครสนใจอยากซื้อหนอนด้วงสาคู พ่อแม่พันธุ์ หรืออยากได้ความรู้เพิ่มเติม ซึ่งทางฟาร์มก็มีเปิดคอร์สอบรมเทคนิควิธีการเลี้ยงอย่างละเอียดให้กับผู้ที่สนใจ สามารถเดินทางไปได้ที่ด้วงสาคูฟาร์มมาดี จ.เพชรบุรี หรือเบอร์โทรศัพท์ 092-532-4544 คุณญา

คลิป