ชุมพร – เกษตรกรชุมพรจบแค่ ป.4 ส่งลูกชายเรียนจบวิศวกรรมสถาบันดัง 3 คน ไม่สนใจปาล์มน้ำมัน ยางพารา หันมาปลูกเมล่อน พืชหมุนเวียนสร้างรายได้เดือนละกว่า 5 หมื่นบาท วันนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับ นายถาวร รอดพยันต์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/4 หมู่ที่ 1 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร เกษตรกรผู้มีความคิดไม่หยุดอยู่กับที่ประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรสมกับเป็นแบบอย่างในการประกอบอาชีพยุคใหม่กับคนทั่วไป

นายถาวรใช้พื้นที่ทั้งหมดเพียงน้อยนิดจำนวน 400 ตารางวา จัดสรรเป็นบ้านพักอาศัย 200 ตารางวา ส่วนที่เหลืออีก 200 ตารางวา ข้างบ้านได้ปรับสภาพเป็นโรงเรือนเกษตรขนาด 6×15 เมตร จำนวน 3 หลัง โครงสร้างทำด้วยเหล็กมุงด้วยพลาสติกสีขาวกันแสงยูวี ปลูกพืชตระกูลแตงที่เรียกว่า “เมล่อน” สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นกอบเป็นกำเดือนละประมาณ 50,000 บาท

เป็นอาชีพที่อยู่กับบ้านอยู่กับครอบครัวคอยดูแลโรงเรือนเมล่อนข้างบ้านเป็นประจำทุกวัน นายถาวร เล่าว่า อดีตที่ผ่านมาประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านบริเวณอ่าวสะพลี อำเภอปะทิว จ.ชุมพร เป็นเรือประมงชายฝั่งขนาดเล็กออกทำการประมงคนเดียวโดยไม่มีลูกน้อง ตกเบ็ด วางอวนจับปลาเลี้ยงครอบครัวไปวันๆ รายได้จากการประมงในช่วงนั้นสามารถส่งลูกชาย 3 คน เรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี

สาขาวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทั้ง 3 คน ปัจจุบันลูกๆ ทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ส่วนตนจบการศึกษาเพียงชั้น ป.4 หลังจากที่ส่งลูกๆ เรียนจบและทำงานเป็นหลักแหล่งกันหมดแล้ว ตนจึงคิดว่าน่าจะหยุดอาชีพประมงได้แล้วเพราะสภาพร่างกายไม่อำนวย ส่วนภรรยามีอาชีพเป็นแม่ครัวอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร นายถาวร กล่าวต่อว่า

จากนั้นได้หันมาคิดทำการเกษตรข้างบ้านด้วยพื้นที่ซึ่งมีเพียงน้อยนิดจะสร้างสวนยางพาราหรือสวนปาล์มก็คงไม่พอปลูก เพราะต้องใช้พื้นที่เยอะ ประกอบกับราคาผลผลิตไม่แน่นอน จึงศึกษาหาความรู้ทางด้านการเกษตรก่อนจะทำจริงจัง ประกอบกับลูกชายได้นำความรู้ใหม่ๆ ด้านการเกษตรยุคใหม่มาให้ศึกษา จึงคิดทดลองปลูกเมล่อนดู เนื่องจากในจังหวัดไม่มีใครปลูกจะได้ไม่เหมือนใคร

ขณะนั้นตนยังไม่คิดถึงรายได้และการตลาด แค่ทดลองปลูกเพื่ออยากรู้อยากลองเท่านั้น พร้อมกับศึกษาเรียนรู้หาข้อมูลจากทางอินเทอร์เน็ต ทำให้ทดลองปลูกลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนสามารถค้นพบวิธีการที่ดีที่สุดของการปลูกเมล่อนให้ได้ผลดี จนขยายพื้นที่ข้างที่เหลืออยู่ 200 ตาราวา บ้านสร้างเป็นโรงเรือนปลูกเมล่อนจำนวน 3 หลัง จนประสบความสำเร็จ

ส่วนลูกชายได้ช่วยเรื่องการเปิดตลาดทางสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กใช้ชื่อเพจชื่อว่า Green Field ทำให้ผู้คนรู้จักมากมายและติดต่อซื้อขายทางเพจบ้างและมารับซื้อเองที่บ้านบ้าง สั่งจองคิวกันยาวเหยียด จนปัจจุบันผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ถือเป็นอาชีพที่ไม่ต้องดิ้นรนอยู่กับบ้านดูแลแปลงเมล่อนให้รับน้ำอย่างเพียงพอ คอยป้องกันแมลงไม่เข้าไปในแปลง เพราะตนไม่มีใช้สารเคมีในการกำจัดแมลง

เป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ 100% นายถาวร บอกว่า ปัจจุบันตนมีรายได้เดือนละกว่า 50,000 บาท จากการทำเกษตรข้างบ้านดังกล่าวและยังใช้เวลาว่างในการทำเกษตรข้างบ้านอีกหลายอย่าง เช่น เลี้ยงหอยขม ปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด ปลูกกระเจี๊ยบเพื่อส่งให้กับร้านค้าในชุมชน และขายให้พี่ชายซึ่งผลิตน้ำกระเจี๊ยบจำหน่าย และยังมีการทดลองปลูกพืชใหม่อีกหลายชนิดเพื่อใช้หมุนเวียนออกสู่ตลาดอีกด้วย