“ธ.ก.ส.” ไล่พนักงานสาวออก “เหตุแฉพิรุธจำนำข้าวผิดปกติ”ลงโซเซียล!

0
467

ผู้สื่อข่าว รายงานข่าวว่า ในวันที่ 28 ก.ย. นายสันติ เจริญสุข ผู้ช่วยผู้จัดการ ทำการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ออกคำสั่ง ธ.ก.ส.ที่ 11404/2561 เรื่องการเลิกจ้างพนักงาน ระบุว่า ด้วยปรากฏว่า น.ส.ชญาดา ตระกูลรุ่งโรจน์ พนักงานวิเคราะห์งานสินเชื่อ 7 กลุ่มเพื่อการบริหาร สังกัดฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ มีพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืนข้อห้าม หรือคำสั่งของธนาคารอันชอบด้วยกฎหมาย

เป็นการกระทำผิดซ้ำพฤติกรรมที่ถูกลงโทษภาคทัณฑ์และธนาคารได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว โดยเขียนข้อความในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ด้วยการตำหนิ ดูหมิ่นผู้บังคับบัญชา พนักงานผู้อื่นและธนาคาร และนำเอกสารข้อมูลของธนาคารที่ไม่ควรเผยแพร่ ข้อมูลที่ใช้สื่อสารภายในธนาคารโดยเฉพาะ หรือข้อมูลอื่นใดที่จะก่อให้เกิดข้อสงสัยหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับธนาคาร เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้มีบุคคลอื่นมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ทำให้ธนาคารเสื่อมเสียชื่อเสียง

 

นอกจากนี้ยังพบว่า น.ส.ชญาดา มีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ละทิ้งงานในหน้าที่ และไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ธนาคารพิจารณาแล้วเห็นว่า น.ส.ชญาดา มีพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืนข้อห้าม หรือคำสั่งของธนาคารอันชอบด้วยกฎหมาย และกระทำผิดพฤติกรรมที่ธนาคารได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว จนก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของธนาคาร จึงเป็นเหตุสมควรที่ไม่อาจไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. 2509 มาตรา 24 (1) และข้อบังคับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ฉบับที่ 4 ข้อ 20 (2) จึงให้เลิกจ้างแก่ น.ส.ชญาดา โดยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย แต่ไม่จ่ายค่าชดเชยเนื่องจาก น.ส.ชญาดา ได้จงใจฝ่าฝืนข้อห้าม หรือคำสั่งของธนาคารอันชอบด้วยกฎหมาย และธนาคารได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ตามระเบียบธนาคาร ฉบับที่ 34 ข้อ 5 (3) ประกอบประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานั้นต่ำของสหภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ประกาศเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2549 ข้อ 60 (4) อนึ่ง ผู้ถูกเลิกจ้างมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการธนาคารได้โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการธนาคาร ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันรับทราบคำสั่ง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 2561 เป็นต้นไป

โดยก่อนหน้านี้ น.ส.ชญาดา เคย โพสต์คลิปและกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังเปิดโปงข้อมูลว่าพบความผิดปกติตัวเลขสรุปวงเงินโครงการจำนำข้าว เธออ้างว่าเป็นมูลเหตุทำให้ถูกผู้บริหารธนาคารสั่งโยกย้ายตำแหน่งตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดมีการไกล่เกลี่ยว่า จะคืนตำแหน่งให้ภายในเดือนตุลาคมนี้ แต่สุดท้ายก็ถูกไล่ออก

และหลังจากมีรายงานข่าวว่า น.ส.ชญาดา ถูกไล่ออก ทำให้เกิดกระแสในโลกออนไลน์ จนทำให้ ธ.ก.ส.ต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงอีกรอบ ความว่า

จากกรณีที่มีข่าว น.ส.ชญาดา ตระกูลรุ่งโรจน์ อดีตพนักงาน ธ.ก.ส. ถูกเลิกจ้างด้วยเหตุเปิดเผยข้อมูลจำนำข้าวนั้น ล่าสุด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ชี้แจงว่า กรณีที่เลิกจ้าง น.ส.ชญาดา นั้น ไม่ใช่เหตุจากการเปิดเผยข้อมูลจำนำข้าว แต่เกิดจากมีพฤติกรรมจงใจ ฝ่าฝืนข้อห้ามหรือคำสั่งของธนาคารอันชอบด้วยกฎหมาย

เป็นการกระทำผิดซ้ำพฤติกรรมที่ถูกลงโทษภาคทัณฑ์ และธนาคารได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว โดยเขียนข้อความในลักษณะที่ไม่เหมาะสมด้วยการตำหนิ ดูหมิ่น ผู้บังคับบัญชาพนักงาน ผู้อื่น และธนาคาร รวมถึงนำเอกสารข้อมูลของธนาคารที่ไม่ควรเผยแพร่ ข้อมูลที่ใช้สื่อสารภายในธนาคารโดยเฉพาะ หรือข้อมูลอื่นใดที่จะก่อให้เกิดข้อสงสัยหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับธนาคารเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้มีบุคคลอื่นมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ทำให้ธนาคารเสื่อมเสียชื่อเสียง

นอกจากนี้ยังพบว่า มีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ละทิ้งงานในหน้าที่ และไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย จึงเป็นเหตุอันสมควรที่ไม่อาจไว้วางใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

ทั้งนี้ ผู้ถูกเลิกจ้าง หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งธนาคารที่ 11404/2561 เรื่อง การเลิกจ้างพนักงาน ตามที่ น.ส.ชญาดา นำเผยแพร่ อนึ่ง ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาข้อความหรือถ้อยคำ ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทธนาคาร หรือผู้บริหารของธนาคาร เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ กรณีความผิดปกติการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามที่สื่ออ้างนั้น ธ.ก.ส.ขอเรียนว่าผู้ที่ให้ข้อมูลดังกล่าว เป็นหนึ่งในทีมงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจำนำข้าวของธนาคารตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ซึ่งเมื่อตรวจพบข้อมูล ที่บันทึกไม่ถูกต้อง ธนาคารได้มีกระบวนการสอบทานและแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงตามแต่ละกรณีเรียบร้อยแล้ว

“การดำเนินงานดังกล่าว รัฐบาลได้ตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ องค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ และ ธ.ก.ส. ร่วมเป็นอนุกรรมการ และมีการปิดบัญชีทุกปี โดยใช้ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน”

ทั้งนี้ ในปี 2557 มีผู้แทนสภาวิชาชีพบัญชีร่วมเป็นอนุกรรมการด้วย ซึ่งขั้นตอนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ได้มีการนำมาตรฐานทางบัญชีมากำหนดกรอบแนวทางการปิดบัญชี หาก มีเหตุสงสัยกรณีที่ข้อมูลไม่ถูกต้อง ต้องมีการโต้แย้งคัดค้านในคณะกรรมการปิดบัญชีฯ

นอกจากนี้ในส่วนของงบการเงินและรายละเอียดประกอบต่าง ๆ ของ ธ.ก.ส. ได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) การดำเนินงานโครงการ รับจำนำข้าวเปลือกในส่วนที่ ธ.ก.ส.รับผิดชอบ ไม่พบเหตุผิดปกติ ต้องสงสัย ส่อไปในทางทุจริต หรือก่อให้เกิดความเสียหายด้านงบประมาณที่สูงกว่าความเป็นจริงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ธนาคารขอยืนยันว่า การเผยแพร่และแสดงความเห็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ยังคงนำไปเผยแพร่ในทางที่เสียหายต่อธนาคารและผู้เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้รับทราบหรือตรวจสอบข้อมูลที่แท้จริงอย่างรอบด้านและเป็นธรรม แต่เป็นการกล่าวอ้างและให้ข้อมูลที่เป็นการสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม ธนาคารจะดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและอาญาแก่ผู้กระทำการดังกล่าวต่อไป

 

อ่านต้นฉบับได้ที่ : https://www.thaipost.net