เมื่อวันที่ 23 พ.ย. บีบีซี รายงานเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ผู้สื่อข่าวในสังกัดได้รับอนุญาตจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเป็นสื่อรายแรกให้เข้าไปในโรงแรมสุดหรูเคลือบทอง ริตซ์-คาร์ลตัน ซึ่งแปรสภาพเป็นเรือนจำที่กักขังบรรดาผู้ถูกกล่าวหาทุจริตมีทั้งเศรษฐีและสมาชิกในราชวงศ์ ในจำนวนนี้เป็นเจ้าชาย 11 พระองค์ ซึ่ง 2 พระองค์เป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน พัวพันกับการสอบสวนคดีคอร์รัปชั่นและยักยอกเงินของรัฐ

ตามนโยบายปราบปรามทุจริตของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ชันษา 32 ปี ผู้สื่อข่าวหญิง ไลส์ ดูเซ็ต แห่งบีบีซี เป็นนักข่าวคนแรกที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียเข้าไปในโรงแรมนี้ ด้วยเงื่อนไขห้ามบันทึกภาพใบหน้าและห้ามบันทึกเทปการสนทนา ภายในล็อบบี้โรงแรมห้าดาวที่ผู้สื่อข่าวหญิงเข้าไปในช่วงเช้า ยังคงมีแขกของโรงแรมนั่งจิบกาแฟตามปกติ

ในขณะที่ผู้ถูกกักขังได้รับความสะดวกสบายทุกอย่างในโรงแรมเคลือบทองที่มีทั้งสระน้ำ ร้านอาหาร ห้องฟิตเนส ห้องโยนโบว์ลิ่ง ขาดเพียงอิสรภาพ แต่ละคนต้องอยู่ในห้องตัวเอง ผู้สื่อข่าวหญิงได้พบผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง เผยว่าระหว่างถูกคุมขังอยู่นี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ปรึกษาหารือกับทนาย ส่วนผู้สอบสวนรายหนึ่งเผยกับผู้สื่อข่าวว่ายังไม่ตั้งการสอบสวนอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบ ตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการที่เป็นมิตร

ผู้ที่ถูกควบคุมตัวไว้สอบสวนหลายคนแสดงอาการโกรธ ไม่พอใจ บางคนคิดว่าเป็นแค่โชว์ฉากหนึ่ง และต้องการออกจากสถานที่นี้ ร้อยละ 95 จึงต้องการให้มีข้อตกลง เช่นคืนเงินให้รัฐบาลแลกกับการออกไปจากที่คุมขัง ขณะที่มกุฎราชกุมารทรงรับสั่งว่า ทุกคนจะได้เช็กเอาต์ออกไปในสิ้นปีนี้ ด้านเดลีเมล์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในซาอุดีอาระเบียว่า

มีผู้รับจ้างชาวอเมริกันด้านความมั่นคงของบริษัทเอกชนได้รับมอบหมายให้สอบเค้นข้อมูลจากบรรดาอีลิตผู้ต้องสงสัยในโรงแรมแห่งนี้ ด้วยการทารุณ ทั้งซ้อม ตบหน้า ทั้งจับแขวนห้อยศีรษะ ทั้งพูดเย้ยหยันเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยสติแตกและคายข้อมูลออกมา แต่บริษัทด้านความปลอดภัยชื่อ อคาเดมี ที่ตกเป็นข่าวปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมระบุว่า สหรัฐมีกฎหมายบัญญัติไว้ว่าหากชาวอเมริกันไปกระทำการทารุณผู้อื่นในต่างแดน จะต้องรับโทษจำคุกกว่า 20 ปี

คลิป