ถ้าอยากลดน้ำตาลในเลือดก็ต้องหมั่นควบคุมอาหาร และทานยาเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด แต่ถ้าใครอยากรักษาด้วยธรรมชาติ ก็แค่ทำตามสูตรที่เรากำลังจะบอกนี้ รับรองว่าถ้าทำติดต่อกันอย่างถูกวิธีจะได้ผลแน่นอน

อาการของโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

อาการที่พบบ่อยในผู้เป็นเบาหวานมีเป็นอาการจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงโดยตรง และอาการเนื่องจากโรคแทรกซ้อน ได้แก่

1. ปัสสาวะบ่อยหิวน้ำบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย

2. แผลหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนังง่าย

3. เกิดฝีบ่อย ภาวะน้ำตาลสูง คันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อราง่าย

4. ตาพร่ามัว ชาปลายมือปลายเท้า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ การรับความรู้สึกลดลง เกิดแผลที่เท้าตามมา

หัวปลีกล้วยนํ้าว้า มีสรรพคุณในการแก้เบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด โรคกระเพาะ ลดคอเลสเตอรอล ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง

หัวปลีกล้วยนํ้าว้า มีธาตุเหล็กอยู่มาก ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร อุดมไปด้วย แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ และ ซี ในตำรายาพื้นบ้านของประเทศอินเดีย ได้ระบุว่า น้ำคั้นจากหัวปลีกล้วยมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ปลีกล้วยจึงเป็นอาหารสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ต้องใช้ “หัวปลีกล้วยนํ้าว้า” เท่านั้น หัวปลีจากกล้วยชนิดอื่นใช้ไม่ได้

วิธีทำ

1. ให้นำหัวปลีกล้วยนํ้าว้าจำนวน 1 หัว

2.ย่างไฟให้เปลือกชั้นนอกไหม้เกรียมแล้วต้มกับนํ้า กะจำนวนพอเหมาะจนเดือดดื่มต่างน้ำทั้งวันให้หมดหม้อ

3.รับประทานวันละ 1 หัว จนครบ 7 วัน

หากคนที่เป็นเบาหวานดื่มแล้วถูกทางยาดื่ม 1-2 วันแรกจะมีอาการรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายแทบทนไม่ไหวแสดงว่ายานี้ได้ผลต้มดื่มจนครบ 7 วัน ตามที่บอกข้างต้น โรคเบาหวานจะดีขึ้นและหายได้ สามารถต้มดื่มได้เรื่อยๆ แต่ไม่ จำเป็นต้องทุกวันเหมือนครั้งแรก

แต่ หากใครที่เป็นเบาหวานต้มดื่ม 3 วัน ไม่มี อาการตามที่กล่าวข้างต้นแสดงว่าไม่ได้ผล ไม่ถูกทางยาใช้สูตรนี้ไม่ได้ เลิกต้มดื่มได้เลย

– ชาวอินเดียใช้ดอกกล้วยต้มกินเอาน้ำ วิธีใช้ หัวปลี 1 กำมือล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำ 3 ถ้วยให้นาน 30 นาที กินครั้งละ 1 แก้ว เช้า- เย็น ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ( รักษาเบาหวาน ) ได้ หรือ โดยนำหัวปลีมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงเลียง ยำหัวปลี ต้มจิ้มน้ำพริก หรือใส่ในต้มยำ ต้มข่าไก่ ฯลฯ

คำสอนของปู่ย่าตายายหรือคนเก่าคนแก่ บอกไว้ว่า

“ผู้หญิงคนไหนอจยากจะให้หน้าอกโตเต่งตึ่ง ต้องกินหัวปลีของกล้วยน้ำว้า ถ้าเป็นแม่ลูกอ่อนจะมีน้ำนมดี กินหัวปลีน้ำนมไหลดี หน้าอกก็เต่งตึง กินได้ทั้งแบบดิบและสด

แบบดิบก็จะนำมาปรุงในรูปของผักที่เป็นเครื่องเคียง เช่นในผัดไทย รสชาติจะฝาดๆแต่ถ้านำไปปรุงให้สุก ไม่ว่าจะเป็นต้มยำหัวปลี แกงไก่ใส่หัวปลี รสชาติจะนุ่ม มีรสหวานนิดๆอร่อยดีในเรื่องประโยชน์ของหัวปลีนั้นก็มีหลายอย่าง เช่นถือว่าเป็นอาหารบำรุงน้ำนมของผู้หญิงที่กำลังมีลูก”

เพราะฉะนั้น คุณแม่ลูกอ่อนที่กำลังให้นมลูก จึงควรกินอาหารที่มีหัวปลีเป็นส่วนประกอบให้มากๆ แต่นอกจากหัวปลีจะเหมาะสมกับคุณแม่ลูกอ่อนแล้ว ในหัวปลียังมีแร่ธาตุมากมาย เช่น ธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง และยังมีความสามารถในการลดน้ำตาลในเลือด รวมไปถึงความสามารถในการรักษาโรคกระเพาะได้ด้วย

1. เหง้า ต้มทาท้องน้อย คนคลอดบุตรช่วยให้รกลอกภายหลังคลอดบุตร

2. ใบ รักษาโรคท้องเสีย บิด ห้ามเลือด แก้ผื่นคันตามผิวหนัง

3. ผล บำรุงกำลัง บำรุงเลือด แก้บิด แก้ท้องร่วง(ผลดิบ) สมานแผล แก้ท้องอืดเฟ้อ

4. เปลือกผล แก้ริดสีดวง

5. ยาง ห้ามเลือด

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา : ลดน้ำตาลในเลือด ต้านการบวม อ้างอิงข้อมูล : จากหนังสือ สมุนไพรบำบัดเบาหวาน