เปิดภาพนักโทษหนีอีกมุม! ระดมกำลัง 400 นาย ค้นป่า ล่องทางน้ำล่าตัว เจอแล้วรอยเท้า

0
88

จากกรณีภาพกล้องวงจรปิดเผยเหตุการณ์ระทึก ที่เรือนจำหลังสวน พบว่ากลุ่มนักโทษชายได้พยายามหลบหนีการคุมขัง โดยทั้งหมดพยายามต่อสู้และวิ่งหนีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ กระทั่งเจ้าหน้าที่จับกุมได้ 1 คน บริเวณหน้าประตู และจับกดไว้กับพื้น พร้อมรีบปิดประตูเพื่อไม่ให้นักโทษที่เหลือหลบหนี แต่พบว่านักโทษคนดังกล่าวได้ชิงรถของเจ้าหน้าที่ และขับพุ่งชนประตูเหล็ก จนทับนักโทษอีกคน ที่นอนอยู่บริเวณหน้าประตูเรือนจำ และขับรถหลบหนีไปได้

วันที่ 11 ต.ค. 61 ทีมข่าวลงพื้นที่ยังบริเวณหน้าศาลจังหวัดหลังสวน ต.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร โดยพบว่าหน้าประตูรั้วเหล็กที่ผู้ต้องหาขับรถทับเมื่อเช้านี้นั้น ยังสามารถใช้งานเลื่อนเข้าออกเปิดปิดได้ตามปกติ แต่ยังพบร่องรอยการถูกรถทับอยู่บ้าง ที่ช่องเหล็กของประตูรั้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศาลไม่ขอให้รายละเอียด โดยระบุว่า ให้ต้องทำจดหมายมาที่ศาลจังหวัดหลังสวนก่อน ทีมข่าวสำรวจที่บริเวณใกล้เคียงกับศาลจังหวัดหลังสวน ฝั่งตรงข้ามศาล

เป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ผู้พิพากษา และบ้านเรือนประชาชน แต่ไม่มีคนอาศัยอยู่ภายในบ้าน จากการสอบถามชาวบ้านส่วนใหญ่ ให้ข้อมูลว่า ไม่เห็นเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วและไม่มีใครได้ทันสังเกต ทราบแต่เพียงข่าวในโทรทัศน์ นายณัชพนธ์ บูรณะถาวรสม และนางทัศนีย์ บูรณะถาวรสม ชาวบ้านที่เปิดร้านอาหารอยู่ใกล้กับศาลจังหวัดหลังสวน โดยระบุว่า เมื่อช่วงเช้า ไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์ตอนผู้ต้องหาวิ่งหลบหนีมา

แต่คาดว่าผู้ต้องหาน่าจะวิ่งมาไม่ถึงจุดนี้ เพราะตนได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จราจร เปิดไฟและเสียงไซเรน ซึ่งขณะนั้นตนทั้งสองคนยังไม่ทราบว่ามีนักโทษหนีเรือนจำ กระทั่งทราบข่าวในช่วงสายว่าเหตุเกิดใกล้กับบ้านตน ก็รู้สึกกลัว เกรงว่าคนร้ายจะหลบหนีเข้ามาในร้านอาหารของตน แต่ปกติร้านก็จะส่งข้าวให้กับญาติของผู้ต้องหาเป็นประจำ ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในเรือนจำจังหวัดหลังสวน

ตนก็อยากให้มีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำมากกว่านี้ เพื่อคอยป้องกันเหตุ และสามารถควบคุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเวลาเจ้าหน้าที่เรือนจำขับรถมาส่งผู้ต้องหา บางครั้งตนสังเกตเห็นว่ามาแค่ท่านเดียว และไม่มีอาวุธ ส่วนผู้ต้องหาที่นั่งอยู่ในรถกลับมีกันหลายคน ซึ่งค่อนข้างอันตรายกับเจ้าหน้าที่ จึงอยากให้มีความรัดกุมมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทราบว่าผู้ต้องหาที่วิ่งออกมากับผู้ต้องหาที่ ถูกประตูล้มทับนั้น ถูกจับได้แล้ว

ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายได้ขับรถหลบหนีไปได้ คาดว่าจะไปเส้นทางปากน้ำ และอำเภอทุ่งตะโก ซึ่งสามารถไปได้หลากหลายเส้นทาง นอกจากนี้ ทีมข่าวได้ภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถบันทึกเส้นทางหลบหนีของผู้ต้องหาไว้ได้ โดยนายประธาน จันทร์ภัคดี เจ้าพนักงานป้องกันชำนาญการเทศบาลเมืองหลังสวน ยืนยันข้อมูลว่า จากภาพของกล้องวงจรปิด สามารถทราบเส้นทางหลบหนีของผู้ต้องหาได้ พบว่าจากจุดหน้าศาลจังหวัดหลังสวน

ผู้ต้องหาได้ขับรถเลี้ยวซ้ายวิ่งไปถึงแยกวงเวียน ออกจากตัวเมืองหลังสวนไปยังถนนสายเอเชีย 41 กระทั่งหลบหนีไปถึงอำเภอทุ่งตะโก แล้วใช้วิธีการวิ่งหนีขึ้นเขา ทั้งหมดมีระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คาดว่าจะสามารถจับผู้ต้องหาได้โดยเร็ว เพราะผู้ต้องหามีตรวนที่เท้า และหลบหนีไปโดยไม่มีอาวุธติดตัว แต่ในระหว่างนี้ชาวบ้านจะต้องระมัดระวังตัวไว้ให้มาก หากยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า คาดว่าผู้ต้องหาปีนหลังคาเข้าไปในบ้าน ม.12 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ไม่มีเลขที่ ปลูกอยู่กลางสวนปาล์ม อยู่ห่างจากจุดที่ผู้ต้องหาทิ้งรถยนต์ของเรือนจำหลังสวน เกือบ 1 กม. เจ้าหน้าที่พบฝาผนังตัวบ้าน บริเวณปีกด้านขวาของตัวบ้าน มีรอยเท้าคนลักษณะปีนขึ้น เปรอะเปื้อนโคลน และพบกระเบื้องมุงหลังคา จำนวน 2 แผ่น ถูกถอดออกแล้วนำลงมาวางพิงไว้กับฝาผนังบ้านใกล้ห้องน้ำ

เจ้าหน้าที่จึงงัดหน้าต่างเข้าไป พบภายในบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย และพบสิ่วขนาด 2 นิ้ว และค้อน วางอยู่บนพื้นปูนในบ้าน สังเกตบริเวณปลายคมของสิ่ว เป็นรอยบิ่น พื้นปูน เป็นรอยยุบ คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นผู้ต้องหากำลังไล่ล่าอยู่ขณะนี้ ปีนเข้ามาแล้วใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตีสกัดตรวนที่ติดอยู่ที่ขาให้หลุดออก แต่ไม่สามารถจะสกัดออกได้ เนื่องจากตรวนมีความแข็งแรง ประกอบกับทั้งหมดคงได้ยินเสียงคน และมีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่เข้ามา

จึงเปิดประตูด้านหน้าวิ่งหนีออกไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังออกติดตามอย่างใกล้ชิด โดยพบหญ้าล้มราบเป็นทางยาวมุ่งหน้าไปเชิงเขาห้วยคล้า บ้านท่าทอง ต่อมาทีมข่าวรับแจ้งว่ามีชาวบ้านจาก ต.วังตะกอ พบผู้ต้องสงสัยหลบหนีเข้ามาในป่าของชาวสวน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศาลจังหวัดหลังสวนมาประมาณ 1 กิโลเมตร ทีมข่าวจึงลงพื้นที่มายังจุดดังกล่าว พบว่าเป็นพื้นที่ป่าสวนยาง ที่อยู่ติดกับเลียบแม่น้ำหลังสวน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปากน้ำ”

โดยจุดนี้ คือหนึ่งในเส้นทางที่รถของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ขับรถผ่าน ก่อนจะไปที่ อ.ทุ่งตะโก คาดว่า ผู้ต้องหาอาจใช้วิธีกระโดดลงจากรถ วิ่งเข้าป่าของชาวบ้าน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลังสวน ได้เข้าพื้นที่มาตรวจตราในจุดดังกล่าว โดยใช้มีดพร้าปูพรม ค้นหาในจุดที่คาดว่าผู้ต้องหาไปหลบอยู่ ซึ่งใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ในการค้นหา นางเปรี้ยว (นามสมมติ) ชาวบ้านที่อาศัยติดกับพื้นที่ป่าสวนยาง เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 16.30 น. ที่ผ่านมา

ตนสังเกตเห็นคนหลบอยู่ภายในป่าใกล้บ้าน โดยเห็นเป็นเสื้อคนสีคล้ายกับเสื้อของนักโทษ เมื่อสุนัขที่บ้านตนเห็นว่ามีคนอยู่จึงเห่าร้อง และกระโดดวิ่งเข้าไปในป่า ส่งผลให้ผู้ต้องหาเกิดความตกใจ และวิ่งกระโดดหนี ขณะนั้นตนจึงมั่นใจว่าต้องเป็นนักโทษที่กำลังหลบหนีอยู่ ตนจึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ และให้ชาวบ้านบางส่วนไปดักจับคนละทาง แต่ปรากฎว่าไม่เจอตัวผู้ต้องหาแล้ว ส่วนตัวยอมรับว่าค่อนข้างรู้สึกกลัว ไม่กล้าเดินเท้าเข้าไปในป่ารกร้าง

เพื่อตามหาร่วมกันกับชาวบ้านเพียงลำพัง จึงรอให้เจ้าหน้าที่มาถึงแล้วทำการเดินเท้าสำรวจ ทั้งนี้ พื้นที่ป่าดังกล่าวมีประมาณ 5-6 ไร่ และคิดว่าผู้ต้องหายังหลบหนีไปได้ไม่ไกลนัก ซึ่งเส้นทางป่าจุดนี้จะสามารถเชื่อมต่อไปยังบริเวณเลียบแม่น้ำหรือเลียบชายคลองได้ ซึ่งห่างกันเพียง 1 กิโลเมตร นางเปรี้ยว กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าผู้ต้องหายังคงอยู่ภายในพื้นที่ป่าจุดนี้ และคาดว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่หลบหนีมาจากเรือนจำ แล้วแอบใช้พื้นที่ป่าในการพรางตัว

ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมา จนถึงช่วงเย็น นอกจากนี้ ตอนที่ผู้ต้องหากระโดดหนีสุนัข ตนยังได้ยินเสียงโซ่ตรวนที่ดังกระทบกัน จึงคาดว่าผู้ต้องหาที่มีโซ่ตรวนไม่น่าจะหลบหนีไปได้ไกล ส่วนตัวยอมรับว่าหากคืนนี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถหาผู้ต้องหาได้ ก็คงรู้สึกกังวล เพราะบ้านตนติดกับป่ารถทึบ และมีคนในครอบครัวรวมถึงเด็กอาศัยอยู่ ซึ่งครอบครัวจะช่วยเจ้าหน้าที่เดินตามหาคนร้ายร่วมด้วย และเชื่อว่าจะเจอตัวผู้ต้องหาได้โดยเร็ว

ล่าสุด ช่วงค่ำทีมค้นหานักโทษชายทั้ง 3 ราย ยังไม่ยุติการค้นหา โดยมีเบาะแสว่านักโทษรายหนึ่ง หลบหนีมาอยู่ภายในพื้นที่ป่าสวนยาง ติดกับเลียบแม่น้ำหลังสวน ซึ่งทีมค้นหาได้ระดมกำลังกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหาร รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมกันกว่า 300-400 คน ออกตระเวนเดินเท้าเข้าไปในป่า และใช้การค้นหาทางเรือ ซึ่งใช้เวลาค้นหาตั้งแต่ช่วง 17.00 น. โดยเจ้าหน้าที่บางส่วน พบร่องรอยเท้าคน อยู่ในบริเวณเลียบแม่น้ำ จึงคาดว่านักโทษชาย อาจมีการใช้เส้นทางหลบหนีผ่านทางน้ำ ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการค้นหา

คลิป