จากกรณี เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 61 คณะรัฐมนตรีมีมติให้แก้ไข พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ กำหนดให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องนำสัตว์เลี้ยงมาขึ้นทะเบียน เพื่อป้องกันปัญหาการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยง ต้องนำไปขึ้นทะเบียน

โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้คือ ค่าคำร้องขอขึ้นทะเบียนฉบับละ 50 บาท ค่าสมุดประจำตัวสัตว์ 100 บาท ค่าเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ตัวละ 300 บาท หากเจ้าของไม่ดำเนินการตามกฎหมาย รวมเบ็ดเสร็จ 450 บาท เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นของรัฐ

มีอำนาจเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 25,000 บาท และรายได้จากการเปรียบเทียบปรับจะเป็นรายได้ของท้องถิ่น ล่าสุดจากรายงานของ กรมปศุสัตว์ ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเรื่องพิษสุนัขบ้า โดยมีผลสำรวจจำนวนสุนัข และแมว ของปี 2561 พบว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ขึ้นทะเบียนสุนัข

และแมว แล้ว 7.3 ล้านตัว โดยยอดที่สํารวจสุนัข แมวในปีที่ผ่านมามี ประมาณ 10 ล้านตัว ทั้งนี้ ข้อมูลการสำรวจ ปี 2559 จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 77 จังหวัด พบว่า ประเทศไทยมีสุนัขและแมว จำนวน 10,395,961 ตัว โดยเป็นสุนัข จำนวน 7,380,810 ตัว และแมว

จำนวน 3,015,151 ตัว ในจำนวนนี้ไม่มีเจ้าของ 1,232,588 ตัว (สุนัข 785,446 ตัว และแมว จำนวน 474,142 ตัว) โดยหลังจากมติครม. เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

ซึ่งบางส่วนเห็นว่าค่าขึ้นทะเบียน 450 บาท เป็นจำนวนที่มากเกินไป บางส่วนก็โต้ว่า เป็นการพยายามหารายได้เข้ารัฐ เพราะเมื่อคำนวณจำนวนประชากรทั้งสุนัข และแมวล่าสุด (ที่มีเจ้าของ)

ก็มีประมาณ 10 ล้านตัว คือ 10 ล้าน X 450 = 4,500,000,000 บาท หรือ 4.5 พันล้านบาท ซึ่งถือว่า เป็นจำนวนเงินที่เยอะพอสมควร หากมีคนที่ต้องเสียค่าปรับอีก 25,000 บาท ตัวเลขก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน