“เสี่ยโป้ อานนท์” ทำความดี ขนเงินสด-ข้าวสาร แจกกว่าครึ่งล้าน ชาวบ้านแห่ต่อคิวเพียบ

0
180

เป็นที่ฮือฮาอย่างมากเมื่อ เสี่ยโป้และน้องชายสวมเสื้อเหลือง ขนเงินกว่าครึ่งล้านแจกจ่ายชาวบ้านซอยเพชรเกษม 44 พร้อมด้วยข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในวันเกิดของน้องชายและถวายเป็นพระราชกุศล

เมื่อวานนี้ 13ต.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในซอยเพชรเกษม 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

เต็มไปด้วยชาวบ้านจากในชุมชนและใกล้เคียงที่ทราบข่าว ต่างสวมเสื้อสีเหลืองมาร่วมรับข้าวสารอาหารแห้ง จำนวน 1,000 ชุด และเงินสด 1,000 บาท จากมือของ นายอภิรักษณ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ อานนท์ และครอบครัว

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านต่างพาบุตรหลานมาต่อคิวเพื่อรับของแจก โดยมีทีมงานและจิตอาสาของชุมชนคอยจัดระเบียบเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย แต่ที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก คือการเข้าแถวรับเงินสด ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ที่เตรียมไว้กว่าครึ่งล้านจากมือของเสี่ยโป้ และ น้องชาย

โดยที่ทั้งสองพี่น้องยืนยันว่าแจกให้ครบทุกคน โดยมีข้อแม้ว่าต้องพาเด็กและเป็นผู้ยากไร้จริงๆ โดยมีทีมงานคอยนำตรายางพิมพ์ปั๊มที่ข้อมือเพื่อป้องกันการหมุนเวียน เนื่องจากมีประชาชนชนนำบุตรหลานมาต่อคิวจำนวนมาก

หนึ่งในชาวบ้านที่มารอเข้าแถวรับของแจก กล่าวว่า เดินทางมาจากชุมชนใกล้เคียงและรู้จักคนในชุมชนนี้จึงพาลูกและหลานมาเข้าแถมรับของแจกคือข้าวสารและอาหารแห้งจากเสี่ยโป้และน้องชาย และยังได้รับทุนการศึกษาของลูกและหลานอีกมาคนละ 1,000 บาท

ซึ่งตนเองก็เห็นและรู้จักทั้งสองคนมานานแล้ว ครอบครัวเสี่ยโป้ชอบมาทำบุญโดยเฉพาะเด็กๆ จะนำของและเงินมาแจกให้ประจำ

ซึ่งนายเขมทัต ชัชอานนท์ น้องชายของเสี่ยโป้ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของตน และเป็นวันคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9 สาเหตุที่ตนนำข้าวสารอาหารแห้งมาแจก พร้อมกับเงินสด เพราะคิดว่าชีวิตหนึ่งเกิดมาเป็นคนไทยและอยากทำความดี ตนจึงประกาศผ่านเฟซบุ๊ก

ทั้งนี้ ตนมองว่าถ้ามีโอกาสก็อยากทำแบบนี้อีก แม้จะถูกมองว่าเป็นการสร้างภาพ แต่ตนก็ไม่สนใจอะไร เพราะหากภาพที่ออกมาเป็นสิ่งสวยงาม และผู้คนมีแต่รอยยิ้ม ใครจะวิจารณ์อย่างไรก็ปล่อยวางไป

สำหรับวันเกิดถ้าขอพรได้ ก็อยากจะขอให้ครอบครัวมีความสุข อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ตลอดไป และเสี่ยโป้ อานนท์ ก็เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนเองเปลี่ยนชื่อและนามสกุลนั้น เพราะตนอยู่ในวงนี้ก็มีผิดมีถูก เราไม่อยากให้ครอบครัวเราเดือดร้อน

จึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ทั้งหมด การเปลี่ยนครั้งนี้คิดเองทำเองทั้งหมด เพราะไม่อยากให้พ่อและแม่เดือดร้อน

ที่มาข่าว : postjung.com