เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือเบี้ยยังชีพคนชรา เป็นเงินช่วยเหลือที่ภาครัฐจัดสรรไว้ให้กับผู้สูงอายุ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และในทุก ๆ ปี จะมีการเปิดให้ผู้สูงอายุรายใหม่ ๆ ที่มีสิทธิเข้ามาลงทะเบียน ซึ่งในปีนี้ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น กระปุกดอทคอม จึงรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ ของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2561 มาฝาก เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสที่ควรจะได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ไป

ใครบ้างมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

สำหรับผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

1. สัญชาติไทย

2. อายุ 59 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยการลงทะเบียนปี 2561 ต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2502 (ผู้สูงอายุที่ทะเบียนราษฎรระบุเฉพาะปีเกิด ให้ถือว่าเกิดวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้น ๆ)

3. ต้องไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ รวมถึงเงินอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐจัดให้เป็นประจำ

ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2561 ได้ที่ไหน อย่างไร

ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด หากอยู่ในกรุงเทพฯ สามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเอง หรือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นยื่นแทน ได้ที่สำนักงานเขตที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ส่วนต่างจังหวัดยื่นได้ที่สำนักงานเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561

ทั้งนี้ ในปี 2561 เป็นปีแรกที่ขยายระยะเวลาลงทะเบียนนานถึง 11 เดือน ทำให้คร่อม 2 ปีงบประมาณ จึงมีการแบ่งรอบลงทะเบียนออกเป็น 2 รอบ ดังนี้

1. ลงทะเบียนช่วงเดือนมกราคม ถึง กันยายน 2561 จะเริ่มได้รับเงินผู้สูงอายุงวดแรกในเดือนถัดไป จากเดือนที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์เลย เช่น เกิดเดือนสิงหาคม 2502 ก็จะเริ่มได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเดือนกันยายน 2562

2. ลงทะเบียนช่วงเดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายน 2561 จะเริ่มได้รับเงินผู้สูงอายุงวดแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

67616235 – asian couple senior playing with a jigsaw puzzle at home

หลักฐานในการลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

1. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่มีรูปถ่าย
2. ทะเบียนบ้านตัวจริง
3. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารตัวจริงพร้อมสำเนา (สำหรับผู้ขอรับเงินผ่านธนาคาร)

แต่หากผู้สูงอายุไม่สามารถมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นมายื่นคำขอรับเงินแทนได้ โดยต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

1. หนังสือมอบอำนาจ (แบบฟอร์มมอบอำนาจขึ้นอยู่กับการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

3. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

เคยลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพแล้ว ปีถัดไปต้องไปลงอีกไหม

การลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องไปลงทะเบียนใหม่ทุกปี ลงเพียงครั้งเดียวก็ได้รับสิทธิไปตลอด เว้นแต่กรณีที่ผู้สูงอายุย้ายที่อยู่ หรืออาจมีปัญหารายชื่อตกหล่น ถึงค่อยไปทำการยืนยันสิทธิ แก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้สมบูรณ์

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ได้เงินเท่าไหร่

การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบัน จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือนต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิต โดยเป็นอัตราเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดตามช่วงอายุ ดังนี้

– อายุ 60-69 ปี ได้รับเงิน 600 บาท/เดือน

– อายุ 70-79 ปี ได้รับเงิน 700 บาท/เดือน

– อายุ 80-89 ปี ได้รับเงิน 800 บาท/เดือน

– อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเงิน 1,000 บาท/เดือน

นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกด้วย ตามหลักเกณฑ์ คือ

– รายได้มากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี : ได้รับเงินเพิ่ม 50 บาท/เดือน

– รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี : ได้รับเพิ่ม 100 บาท/เดือน

แต่อย่างไรก็ตาม เงินผู้สูงอายุในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบื้องต้นได้กำหนดระยะเวลาจ่ายเงินไว้ 9 งวดเท่านั้น คือ เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคม 2562 ดังนั้น จึงมีเฉพาะผู้สูงอายุที่เกิดก่อนเดือนมีนาคม 2502 เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิได้รับเงินส่วนนี้

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รับเงินได้ทางไหนบ้าง

ผู้สูงอายุที่มีสิทธิสามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินเบี้ยยังชีพผ่านทางช่องทางไหนได้ตามนี้

1. รับเป็นเงินสดด้วยตนเอง

2. ให้ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจรับแทน

3. โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามของผู้สูงอายุ

4. โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามของผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านบัญชีธนาคาร ปัจจุบันยังให้สิทธิเฉพาะสูงอายุในเขตกรุงเทพฯ โดยเริ่มจ่ายครั้งแรกไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา

สำหรับผู้สูงอายุท่านใดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีความประสงค์จะรับสวัสดิการเบี้ยยังชีพ ก็อย่าลืมไปขึ้นทะเบียนกันให้เรียบร้อยนะ

เพราะนี่ก็เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วในการลงทะเบียนของปี 2561 ส่วนใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ เฟซบุ๊ก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


.

.

ทีมาบทความ