พื้นที่กว่า 5 ไร่ในหมู่ที่ 2 ต.บ้านรี อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นพื้นที่หลังบ้านของ นางสมจิตร หมายมั่น อายุ 65 ปี ซึ่งปรับเปลี่ยนจากสวนมะม่วงมาเป็นสวนกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น พันธุ์บอม // แวนด้า // แคทรียา เป็นต้น

นางสมจิตรเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นมาจากลูกชายตนที่เกรงว่าพ่อที่เกษียณราชการเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาจะเหงาเพราะไม่มีงานทำ ประกอบกับสวนมะม่วงที่บ้านประสบปัญหาถูกน้ำท่วมใหญ่ จึงเปลี่ยนมาทำสวนกล้วยไม้แทน พอปลูกได้ระยะหนึ่งก็เริ่มขยับขยายการปลูกครอบคลุมทั้งพื้นที่

โดยช่วงแรกซื้อหน่อพันธุ์ต่างๆ มาปลูก แต่หลังจากปลูกไปได้สักระยะ ก็สามารถที่จะเพาะต้นกล้าเองได้ ด้วยการนำต้นที่แก่ไม่สามารถออกดอกได้มาวางทิ้งไว้ให้แตกกิ่งก่อนแยกออกไปปลูกในแปลง ซึ่งได้ผลผลิตดี มีลูกค้าเดินทางมาซื้อทั้งต้นและดอกกล้วยไม้

โดยต้นกล้วยไม้ขายต้นละ 25 บาท ส่วนดอกกล้วยไม้ก็แล้วแต่ราคาในแต่ละช่วง นอกจากนี้ยังเก็บดอกไปกำขายเองอีกด้วย โดยจะไปขายตามที่ต่างๆ เช่น ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง โรงพยาบาลอ่างทอง สร้างรายได้ถึงเดือนละ 40,000 – 50,000 บาท นอกจากปลูกกล้วยไม้แล้ว

ด้านล่างโรงเรือนยังปลูกเตยเพื่อใช้ในการกำดอกไม้ขายเองอีกด้วย จะได้ไม่ต้องไปซื้อจากที่อื่น โดยที่เราสามารถทำสำเร็จไปขายได้เลยทันที ขณะที่พื้นที่โดยรอบยังมีสวนมะม่วง สวนกล้วย และบ่อน้ำที่ขุดไว้เพื่อใช้ในช่วงหน้าแล้งอีกด้วย

สำหรับในพื้นที่อ่างทองมีเกษตรกรหลายรายปรับเปลี่ยนจากการทำนา มาปลูกพืชเศรษฐกิจต่างๆ กล้วยไม้ถือเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี กล้วยไม้ของประเทศไทย

นอกจากจะเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศแล้ว แม้แต่ในประเทศไทยเองก็เป็นที่นิยมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นต้นพันธุ์หรือแม้แต่ช่อดอก จึงทำให้เกษตรกรกล้วยไม้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง