เป็นคู่ทุกข์คู่ยากที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 50 ปี สำหรับคู่ของ พ่อรอง เค้ามูลคดี กับแม่ทุม ปทุมวดี เค้ามูลคดี ซึ่งในปีนี้เป็นปีครบรอบแต่งงาน 50 ปี แต่พ่อรองบอกว่า ยังไม่แฮปปี้มากเท่าไร เพราะคู่ชีวิตยังนอนอยู่ในโรงพยาบาล

โดยล่าสุดได้เจอ พ่อรอง มาร่วมงานโครงการ “อาวุโส SMSRT AGEING” สัมมนาวิชาการ มหกรรมสูงวัย สมองใส ใจเกินร้อย ณ ห้องประชุมสยามมกุฎราชกุมาร ชั้น P3 แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี พ่อรองก็ได้บอกว่า คุณหมอเริ่มบอกให้ครอบครัวทำใจแล้ว เพราะอาการ แม่ทุม นั้น เริ่มที่จะทรุดลงเรื่อยๆ แม้ว่าภายนอกจะดูปกติอยู่

ปีนี้เห็นว่าครบรอบแต่งงาน 50 ปีแล้ว?

“ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมแล้ว แต่มันเป็นปีที่เราไม่ค่อยจะแฮปปี้เท่าที่ควร เพราะในขณะที่คู่ชีวิตของเรายังนอนอยู่ในโรงพยาบาล เราก็ต้องประคองกันไป ยังไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้ฉลองกันอีกหรือเปล่า”

ได้บอกอะไรกับ แม่ทุม ปทุมวดี บ้าง?

“ก็บอกไปว่าวันนี้ครบรอบแต่งงาน แต่เขาก็ไม่รู้เรื่องหรอก เราพูดกับเขาไป เขาก็มองเพดานอะไรของเขาไปเรื่อยเปื่อย เราแต่งงานกันมา ปีนี้น่าจะ 50 ปีแล้ว แต่ก็ยังถือว่ายังไม่ยาวนานหรอก เพราะเรากะว่า จะอยู่กันไป 60 – 70 ปี

แต่ ณ เวลานี้ มันมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกอย่างมันคลาดเคลื่อน และก็ไม่รู้ว่าจะได้อยู่กันอีกนานแค่ไหน แต่เราก็ทำดีที่สุดแล้ว พ่อบอกกับแม่ทุกวัน ไปถึงโรงพยาบาลจะต้องหอมแก้ม และบอกกับแม่ว่าพ่อรักแม่ที่สุด”

ระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา เราประคับประคองชีวิตคู่อย่างไรบ้าง?

“เราต่างให้กำลังใจกันและกัน ทุกวันนี้ไปถึงโรงพยาบาลก็หอมแก้มและบอกว่าพ่อรักแม่ที่สุด คุณหมอก็ชมแม่นะ ว่าแม่แข็งแรง แม่จะได้กลับบ้านแล้ว เขาก็จะรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ถ้าเขารู้เรื่องบ้าง เขาก็คงจะบอกว่าแกอย่ามาโกหกฉันเลย แกพูดแบบนี้มา 6 ปีแล้ว (หัวเราะ)”

แสดงว่าทุกวันนี้พ่อยังคิดถึงเสียงที่แม่ยังคอยบ่นว่าเราอยู่ใช่ไหม?

“ใช่ คือเราต้องพยายามให้กำลังใจเขา และเอาพลังบวกใส่เขา บอกเขาว่าจะหายแล้วนะ แม่อยากไปไหนแม่คิดไว้เลย เดี๋ยวพ่อจะพาไป แต่เขาไม่รู้เรื่อง คุณหมอบอกว่า ตอนนี้เขาไม่รู้เรื่องอะไรแล้วแหละ เขาไม่รับรู้อะไรแล้ว”

อาการตอนนี้แม่เป็นอย่างไรบ้าง?

“สภาพรวมตอนนี้อ้วนขาวนะ แต่คุณหมอบอกว่าคล้ายๆ กับระยะสุดท้าย คนหมอจะถามคนเฝ้า ว่าทางญาติทำใจกันไว้หรือยัง แต่เราก็คิดว่ามันยังไม่ถึงหรอก เพราะเราดูออกว่าเขายังอยู่ได้อีกนาน แต่มันก็เริ่มไม่รู้เรื่องแล้วแหละ

เพราะโรค ALS (โรค Amyotrophic lateral sclerosis เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ประสาทเกี่ยวกับควบคุมการเคลื่อนไหวตายไปก่อนอายุขัย) มันจะทำลายเซลล์ ทำลายประสาททุกส่วนหมด ซึ่งเวลานี้มันก็ทำลายเกือบหมดแล้ว จากส่วนล่างขึ้นมา ณ เวลานี้ก็ขึ้นถึงสมองแล้ว และหากต่อจากสมอง เราก็คงรู้ว่าคืออะไรนะ”

แสดงว่าตอนนี้ที่บ้านก็เริ่มทำใจไว้แล้วใช่ไหม?

“ทุกคนก็บอกให้ทำใจ แต่ถึงเวลานั้น มันจะทำได้หรือเปล่า มันทำไม่ได้หรอก เพราะคนที่ไม่เคยห่างกันเลย อยู่กันมา 50 ปี ถึงเวลานั้นมันก็ทำใจไม่ได้หรอก

อาการตอนนี้ เท่าที่พ่อดูด้วยตัวเองเขาก็ไม่ได้ทรุดนะ เขาคงที่เหมือนเดิม ปีที่แล้วดูยังไง ปีนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น แต่คุณหมอบอกว่าอาการเขาทรุดลง ทางการแพทย์ถือว่าเป็นระยะสุดท้าย แต่พ่อว่าไม่ใช่”

ถามถึงเรื่องค่ารักษาในโรงพยาบาล?

“ค่ารักษาพยาบาลเราอย่าไปพูดถึง เอาเป็นว่าทำยังไงจะให้คนที่เรารักที่สุด มีชีวิตรอดต่อไป ค่ารักษาช่างมัน เรายังหาได้ ยังมีแรงมีกำลังอยู่”

ได้สร้างกำลังใจให้ตัวเองอย่างไรบ้าง?

“พ่อพูดทุกวัน ว่าฉันต้องสู้ ฉันจะต้องอดทน ฉันจะเป็นอะไรไม่ได้ ถ้าเป็นอะไรไปใครจะดูคุณทุม เพราะฉะนั้นฉันต้องแข็งแรง ฉันต้องสู้ต่อไป เพื่อที่ให้คนที่ฉันรักที่สุดมีชีวิตรอดต่อไป”.