หายหน้าจากหน้าจอทีวีไปนานเลยทีเดียว สำหรับตลกชื่อดัง ชูษี เชิญยิ้ม หรือ ชิติสรรค์ ไชยเสนา ที่ตอนนี้ได้ผันตัวเองไปขายแหนม ที่ร้านบะหมี่โหน่ง ชะชะช่า ทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่ง ชูษี ได้เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้อาชีพขายแหนม ได้กลายเป็นอาชีพหลักไปแล้ว ส่วนเรื่องการเล่นตลก หรือรับงานจ้างนั้น จะรับเป็นงานๆ ไป เนื่องจากตนเองเริ่มเบื่องานตลกแล้ว เพราะเล่นมาเกือบ 40 ปี ก็เริ่มหมดมุกไปบ้าง โดย พี่ชูษี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

“เรื่องสุขภาพ ดูแลตัวเองอยู่แล้ว กินพวกสมุนไพร เพราะอายุใกล้จะ 60 แล้ว มีพักผ่อนน้อยบ้าง ในวันหยุดก็จะไปขายแหนม ตั้งขายที่หน้าร้านบะหมี่โหน่ง ชะชะช่า ทุกเสาร์-อาทิตย์ ส่วนงานตลกก็จะรับบ้าง แต่จะไม่รับเสาร์-อาทิตย์ เพราะจะไปขายแหนม รับเหมือนกันแต่ต้องค่าตัวเยอะๆ ยอดขายแหนมก็ไปได้เรื่อยๆ ขายได้วันละ 300 ลูก ลูกละ 60 บาท แต่งานอีเวนต์ก็ดีกว่าอยู่แล้ว

บางทีคนเค้ามาไม่เจอเรา มันก็ขายออกยากใช่มั้ย ถ้าเกิดเราอยู่ร้านก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ ได้ขายบ้าง แหนมของเราสะอาด ไม่ใส่ดินประสิวทำสดวันต่อวัน อยากขยายฐานการขายนะ แต่กำลังการผลิตเราไม่เยอะ เพราะเราทำกันในครัวเรือน งานในวงการบันเทิง มีแต่งานละคร งานตลกพี่ไม่ค่อยรับ เพราะพี่เบื่อ มีคนโทรมาเยอะมาก ก็จะปฏิเสธเค้าแบบเบาๆ ไป บอกว่า เล่นไม่ไหว ไม่ทันเด็กรุ่นใหม่แล้ว

เลิกรับงานตลกมานานมากแล้วนะ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกคิดถึงอะไร เพราะเราเบื่อ การเป็นตลกที่ทำให้คนขำ มันยากมากนะ แล้วตลกสมัยนี้ มีโซเชียล มียูทูบ เราจะไปเล่นซ้ำซากมันไม่ได้ จะกลายเป็นความจำเจ สมัยนี้โลกโซเชียลมันแรงมาก เราไปเล่นตามก็ไม่ได้ เปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ได้ขึ้นไปแทน ถามว่าเราเล่นได้มั้ย เล่นได้นะ แต่เราเบื่อ มันใช้สมอง เราเหนื่อย เล่นเป็นครั้งคราวบ้าง ไม่ได้เล่นประจำเหมือนเมื่อก่อน

สมัยตอนที่เล่นประจำรายการต้องถ่ายกันหลายเดือน เทปนึงก็ใช้เวลาอัดทั้งวัน มันเหนื่อยนะ แล้วเราทำแบบนี้มา 20 ปี บางรายการเราก็ไม่ได้ว่านะ อย่างเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คุณก็ให้ผม 7,000-10,000 ปัจจุบันก็ยังให้ผมเท่าเดิม บางรายการก็ 3,000 จะบ้าเหรอ พี่นั่งขายแหนมดีกว่า เหมือนไม่เห็นคุณค่าของพวกเรากันเลย ละครบางเรื่องเค้ายังขึ้นค่าตัวให้เราบ้าง บางรายการกดราคาค่าตัวต่ำกว่านั้นอีก พวกตลกรุ่นเก่าเจอเยอะ

อย่าง นุ้ย เชิญยิ้ม ก็เคยเจอ ถึงไม่อยากมารายการนั้นไง เพราะถูกกดค่าตัว แต่จ้างคนอื่นเทปนึง 30,000-40,000 บาทได้ น้อยใจนะ ท้อ เสียความรู้สึก เค้าอาจจะเพิ่มให้แหละ แต่พี่ไม่ไป เพราะพี่เสียความรู้สึกแล้ว อย่างบางทีโทรนัดปุ๊บปั๊บเหมือนให้เราเป็นตัวเสียบ เพราะคนที่จ้างไว้ตั้งแต่แรกไม่ว่าง ไม่ให้เกียรติกันเลย เป็นวิกฤติที่ตลกรุ่นเก่าๆ เจอกันหลายคน

แต่เราก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะว่าเราไม่น่าจะดังไปมากกว่านี้แล้ว เราก็อยู่ได้ ไม่ได้เดือดร้อนสังคม ทำอย่างอื่นดีกว่า มีคนเคยถามนะว่า ทำไม ชูษี หายไปจากทีวี เราก็บอกว่า ไม่ไป เราเบื่อแล้ว แล้วตลกเด็กๆ สมัยนี้ก็มีเยอะมาก ถามว่ากลัวเด็กๆ มั้ย เราไม่เคยกลัวหรอก เพราะมุกที่เล่นๆ กัน ก็เป็นของพวกเราทั้งนั้น ตลกทุกคนจะรู้หมดว่าพี่ชูษี เป็นคนยังไง ใครจะมองว่าเราตกอับ เราไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ งานก็ยังมีทำ มีละครเล่นตลอดปี

พี่ยังดีหน่อยมีละครมาให้เล่นทุกปีไม่มีหาย อาจจะดรอปบ้าง เพราะแต่ก่อนมีปีละ 3-4 เรื่อง เพียงแต่ว่าเราไม่ได้อยู่ตามรายการเท่านั้นเอง พี่เข้าวงการตั้งแต่อายุ 13-14 ตอนนี้อยู่มา 40 กว่าปีแล้วเลยเริ่มรู้สึกเบื่อ กับตลกรุ่นใหม่ที่เข้ามาทุกวันนี้บางคนก็มีงาน บางคนก็ไม่มีงาน พี่ว่าน่าเห็นใจนะ ตลกสมัยนี้มันเยอะมาก

อย่างสมัยเราก็มีทีวี มีคาเฟ่ด้วยเลยโชคดีหน่อย จะไปว่าดวงว่าวาสนาก็ไม่ได้ อยู่ที่ความสามารถเราด้วย ตอนนี้ก็อายุเยอะแล้ว เราก็กะว่าจะทำไปเรื่อยๆ มีงานรับ ไม่มีเราก็มาขายของ แต่ทุกวันนี้เราก็ยังมีงานละคร ถ่ายละครช่วง จันทร์-พุธ ส่วนพฤหัส-ศุกร์ ก็จะหยุด แล้วเสาร์-อาทิตย์ไปขายแหนม”.

-ขอขอบคุณ ไทยรัฐ