เปิดภาพปรากฏการณ์สุดอัศจรรย์! ภาพคล้ายในหลวง ร.9 ทรงงานบริเวณหน้าผาเขาชีจรรย์

0
146

วันนี้ (21 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดสิ่งอัศจรรย์ที่สร้างความฮือฮาให้อก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเที่ยวชมบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังปรากฏภาพบริเวณเบื้องซ้ายของหน้าผาคล้ายรูปของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่กำลังยืนทรงงาน

ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันถ่ายภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ในโลกสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น สำหรับประวัติของพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์นั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตพระราชทานนามว่า

พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรืองสว่างประเสริฐ ดุจดังมหาวชิระ โดยในสมัยที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระญาณสังวร เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงเสียดายเขาชีจรรย์ ที่มีภูมิทัศน์ยิ่งใหญ่สง่างามตามธรรมชาติ แต่กลับถูกระเบิดทำลายทุกวัน

จึงทรงดำริที่จะอนุรักษ์เขาชีจรรย์ให้คงชื่ออยู่คู่กับเขาชีโอน ที่มีส่วนหนึ่งอยู่ในเขตสังฆาวาส ของวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ด้วยการสร้างพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ ให้เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย เลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตร ศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา มีขนาดความสูง 109 เมตร หน้าตักกว้าง 70 เมตร ฐานบัว หรือบัวบัลลังก์สูง 21 เมตร

รวมความสูงขององค์พระ และบัลลังก์ทั้งสิ้น 130 เมตร เป็นแบบนูนต่ำ ให้เป็นปูชนียสถานสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 ถึง พ.ศ.2533 เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้เป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินประจำรัชกาลที่ 9 ในวาระทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี แต่การก่อสร้างในครั้งนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก

เนื่องจากผิวหน้าผามีการแตกและช้ำมาก รวมทั้งฝนยังตกลงมาทำให้การทำงานมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ในที่สุดก็สามารถเสร็จลุล่วงได้ด้วยดี และในวันที่ 31 กรกฎาคม 2539 ได้จัดให้มีการประกอบพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเบิกพระเนตร และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระอุระของพระพุทธรูป เพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลสืบจากนั้นเป็นต้นมา

-ขอขอบคุณ mgronline