กรณีโลกออนไลน์แชร์เพลงที่มีชื่อว่า “ครางชื่ออ้ายแน” ซึ่งขับร้องโดยศิลปิน ศรีจันทร์ วีสี Feat. ต้าร์ เพ็ญนภา แนบชิด จากค่ายเพลงท็อปไลน์ มิวสิค โดยเนื้อเพลงเป็นการตัดพ้อระหว่างหญิงสาวกับชายหนุ่มที่รักไม่มีทางสมหวังกัน โดยท่อนสุดท้ายของเพลง นางเอกวิดีโอเพลงต้องเข้าหอและล้มตัวลงบนที่นอน พร้อมกับส่งเสียงร้องที่ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

วันที่ 25 ต.ค. 61 นางสาวเพ็ญนภา แนบชิด หรือ ต้าร์ นักร้องสาว ที่ร่วมร้องกับนายศรีจันทร์ วีสี นักร้องนำ เปิดเผยว่า เพลงนี้ได้ปล่อยออกมาในช่องทางออนไลน์มานานแล้วกว่า 6 เดือน ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะที่ฝ่ายชายอกหักจากหญิงที่ตัวเองรัก ซึ่งหญิงสาวคนนั้นต้องไปแต่งงานกับชายอีกคนหนึ่งที่มีฐานะดีกว่า เพื่อให้ครอบครัวของฝ่ายหญิงได้สุขสบาย ทำให้ฝ่ายชายตัดพ้อว่า ถ้าจะแต่งงานก็ช่วยครางเรียกชื่อพี่หน่อยแล้วกันนะ

ซึ่งหลังจากที่ตนได้รับเนื้อร้องมา ครั้งแรกก็รู้สึกแปลกใจกับเนื้อร้อง แต่ด้วยความที่ตนเป็นศิลปินหมอลำซิ่ง และร้องเพลงแนววาไรตี้อยู่แล้ว จึงมองว่าเนื้อหาเพลงมีความสนุกสนาน จึงเลือกรับงานขับร้อง น้องต้าร์ยอมรับว่า ช่วงแรกกระแสของเพลงออกไปแนวทางลบ ซึ่งทำให้ตนรู้สึกเสียใจที่มีผลกระทบค่อนข้างเยอะ ตนเองจึงทำใจยอมรับว่าเพลงในลักษณะนี้ย่อมมีทั้งผลบวกและผลลบ

แต่อยากให้ทุกคนเปิดใจยอมรับด้วยว่าเพลงนี้แต่งมาเพื่อความสนุกสนาน เพื่อความบันเทิง ทีมงานก็ไม่ได้คิดว่าจะมีกระแสตอบรับมากขนาดนี้ ตนและทีมงานขอน้อมรับทุกคำติชม รวมถึงขอโทษสังคมออนไลน์ที่อาจจะไม่พอใจ ซึ่งตนก็อยากให้ทุกฝ่ายเปิดรับเพลงแนวหมอลำซิ่งที่อาจผสมผสานกับความทะลึ่งอยู่บ้าง ทั้งนี้ หากใครจะมองว่าเสียงครางนั้นคล้ายกับคนมีเพศสัมพันธ์กันก็ไม่ผิด เพราะเนื้อหาของเพลงก็ต้องการสื่อโดยตรงอยู่แล้ว

เพราะชื่อเพลงคือ ครางชื่ออ้ายแน จึงต้องมีเรื่องทำนองประมาณนี้อยู่บ้าง ส่วนการขับร้องช่วงคราง ก็เป็นการขับร้องในจังหวะทำนองที่สนุกสนาน ไม่ใช่การสื่อลามกอนาจาร ซึ่งก็ไม่มีคนฟังท่านใดมาต่อว่าตน อีกทั้งยังชื่นชอบและสามารถจดจำเพลงตนได้จากท่อน “อุ๊อุ๊ อิอิ” น้องต้าร์ยอมรับว่า เมื่อเกิดกระแสในแง่ลบ ลึก ๆ แล้วตนก็กลัวว่าเพลงจะถูกแบน ส่วนที่มีการแชร์กันในเฟซบุ๊กว่าการแสดงสดของเพลงตน

มีการใช้ฉากบังแล้วทำท่าลักษณะร่วมเพศนั้น ขอชี้แจงว่า ตนไม่ใช่ผู้ขับร้องและแสดงสดบนเวทีนั้น แต่เป็นทีมงานอีกวงดนตรีหนึ่ง ที่ซื้อลิขสิทธิ์เนื้อร้องของสัญญาค่ายไปใช้ในการแสดงสด เขาเป็นผู้ออกแบบการแสดงกันเอง ด้าน อาจารย์งัวน้อย กันทรลักษณ์ หรือ บิ๊กวัน ศิลปินผู้แต่งคำร้องและทำนอง เปิดเผยว่า ตนเองต้องการแต่งเพลงนี้ออกมาเพื่อเน้นไปที่ความสนุกสนานของหมอลำซิ่งอีสาน จึงมีเนื้อเพลงที่เน้นความฮา

ซึ่งตนเองก็ตั้งใจให้ออกมาเป็นเพลงสองแง่สองง่าม แต่เน้นไปที่ความสนุกสนานของเพลงมากกว่า อย่างเพลงนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ตนเล่นสื่อสังคมออนไลน์ มีการเขียนในเฟซบุ๊กว่า “เห็นซื่อ ๆ ครางชื่อได้ด้วย” ตนจึงลองนำมาเขียนเป็นภาษาอีสาน ได้ชื่อเพลงว่า “ครางชื่ออ้ายแน” และตนก็ลองให้ศิลปินนักร้องขับร้องคู่กันชายหญิง สำหรับท่อนร้อง “อิอิ อุ๊อุ๊ อ้ายอ้าย” ก็เกิดจากจินตนาการของตน

โดยเมื่อเอามาผสมกันก็เกิดความสนุก จึงลองปล่อยเพลงออกมาดู หลังจากปล่อยเพลงมาได้ 4-5 เดือน ก็เพิ่งจะมีกระแสเข้ามาด่าต่อว่า แต่ตนก็น้อมรับทุกกระแส เพราะเพลงถูกปล่อยออกมาแล้ว ซึ่งหากผิดพลาดประการใดก็ต้องขอโทษสังคมด้วย ขณะที่ นายชลธี ธารทอง นักแต่งเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า เพลงดังกล่าวไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการทำลายวัฒนธรรมเพลงลูกทุ่งโดยตรง

ตนอยากฝากถามถึงผู้ใหญ่ และหน่วยงานที่ดูแลบ้านเมืองว่า “ทำอะไรกันอยู่ เหตุใดมองไม่เห็นเพลงดังกล่าว” เนื่องจากเพลงในลักษณะแบบนี้ เป็นเพลงที่ทำลายบ้านเมือง และวัฒนธรรม เพราะสาเหตุที่คนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย ก็เพราะว่าเรามีวัฒนธรรมที่สวยงาม ไม่ลามกจกเปรตเหมือนเพลงดังกล่าว และที่สำคัญคือ สะเทือนวงการลูกทุ่งอย่างแรง เพราะว่าอะไรก็อ้างแต่ลูกทุ่ง

ซึ่งหากเป็นเพลงลูกทุ่งจริง ๆ จะไม่ทำแบบนี้ เพราะเพลงลูกทุ่งจะต้องรักษาวัฒนธรรม แต่เพลงดังกล่าวทำเพลงเหมือนเห็นแก่เงินมากไป อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตักเตือน ส่วนเรื่องฉากที่เป็นลักษณะคล้ายเงา แล้วมีนักร้องพร้อมกับนักเต้นทำท่าทางคล้ายกับการมีเพศสัมพันธ์กันอยู่หลังฉากนั้น อุบาทว์หนัก เหตุใดคนที่ทำโชว์แบบนี้ไม่นึกถึงบ้านเมือง หรือสังคม

หรือนึกถึงคนเก่าคนแก่ ช่วยกันดูแลความงดงามของวัฒนธรรม ไม่เคยมาทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมกลางที่แจ้ง นายชลธี กล่าวต่อว่า “เพลงครางชื่ออ้ายแน” ไม่ควรมีอยู่ในสารบบของเพลง ทำไมกระทรวงวัฒนธรรมจึงอนุญาตให้ปล่อยออกสู่สาธารณะ ตนจะต่อสู้ทุกรูปแบบ และขอให้หยุด และอย่าคิดจะทำซ้ำเพลงแบบนี้อีก ขอให้เห็นแก่บ้านเมือง

คลิป

-ขอขอบคุณ Amarin tv