“ติ๊ก เจษฎาภรณ์” ลั่นฟังเพลง ประเทศกูมี แม้เพลงนี้ถูกหน่วยงานรัฐแบน

0
834

กลายเป็นกระแสดังเลยทีเดียว กับเพลง ประเทศกูมี เพลงแรปที่มีเนื้อหาสะท้อนสังคมในยุคปัจบัน แต่ทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาบอกว่า เสียใจที่เยาวชนทำเพลงแรปแบบนี้

เพราะคนที่เสียหายนั้น ไม่ใช่รัฐบาล แต่กลับเป็นประเทศไทย และได้มีการสั่งให้ตรวจสอบจนรู้ต้นตอแล้ว

แม้เรื่องนี้ จะเป็นประเด็นที่สุ่มเสี่ยง แต่ก็มีดาราคนหนึ่ง ที่กล้าออกมาบอกว่า ตนเองกำลังฟังเพลง ประเทศกูมี ซึ่งนั่นก็คือ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ พระเอกชื่อดัง ที่ทวิตข้อความสั้น ๆ ว่า “ตอนนี้ฟังเพลง #ประเทศกูมี อยู่ครับ”


บอกเลยว่าเพลงนี้ไม่ธรรมดาพุ่งทะยานขึ้นอันดับหนึ่ง

.

สำหรับเนื้อเพลง “ประเทศกูมี” ของกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship มีดังนี้

ประเทศที่เสือดำหน้าคะมำเพราะไรเฟิล

ประเทศที่พล่ามแต่ศีลธรรมแต่อาชญากรรมสูงกว่าไอเฟล

ประเทศที่กฎหมายไม่สู้พระธรรมหรือไบเบิล

ประเทศที่คนดี ๆ มี มีสดุดีเป็นไอดอล

ประเทศที่ตุลาการมีบ้านพักบนอุทยาน

ประเทศที่ใจกลางกรุงกลายเป็นทุ่งสังหาร

ประเทศที่ผู้นำทานอิฐทานปูนเป็นของหวาน

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศไร้คอร์รัปชันที่ไม่มีการตรวจสอบ

ประเทศที่นาฬิกา รมต. เป็นของศพ

ประเทศที่มีสภาเป็นห้องนั่งเล่นของนักรบ

ประเทศที่เขียนรัฐธรรมนูญให้กองทัพใช้ตีนลบ

ประเทศที่ศิลปินวางท่าเป็นขบถ

ประเทศที่ขบถเจออำนาจราดจนหัวหด

ประเทศที่ขบถเดินตามรัฐเป็นฝูงมด

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศที่มีคนใส่สูทเวลาติดคำพูดปากเขาว่าแล้วตาขยิบ

คนจนวิ่งตามนโยบาย ต้องตายเพราะไม่มีบัตรสามสิบ

ประเทศที่รวยอำนาจ เลยจับเสือป่ายังกะปลาดิบ

จับมือใครดมไม่ได้ ก็เอาเป็นว่างั้นกูไม่ผิด

ประเทศที่ฆ่าคนตายถ้ามีเงินก็ช่วยคดี

ประเทศที่กฎยืดได้ซะยิ่งกว่าแขนลูฟี่

คนแสร้งพูด จงทำดี จงทำดี

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศที่ปลายกระบอกคอยจ่อที่ปลายกระเดือก

ประเทศที่บอกเสรีแต่ดันไม่มีสิทธิ์เลือก

ประเทศที่ด่าไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ติดที่ปลายเหงือก

ประเทศที่สิ่งที่มึงทำผู้นำจะส่องตามเสือก

ประเทศที่อธิปไตย ถูกยึดไว้โดยคนสถุน

ประเทศที่มึงจะต้องเลือกจะอมความจริงหรืออมกระสุน

ประเทศที่ขุนกินเบี้ยมีเหี้ยและยิงเป็นฝูง

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศที่รัฐบาลไม่มีใครกล้าลบหลู่

ประเทศที่มีกฎหมายไว้ให้ตำรวจข่มขู่

ประเทศที่คนมีความคิดต้องแสร้งว่าหลับอยู่

และถ้ามึงไม่อยากอยู่ถ้าเกิดเขาบังคับมึงก็ต้องอยู่

ประเทศที่คนไม่อ่านหนังสือโดยเฉพาะผู้นำ อะ

ประเทศที่บอกให้อยู่เฉย ๆ ถ้าไม่อยากนอนเรือนจำ อะ

ประเทศที่คนมียศทุจริตแค่ไหนก็รอดทั้งวัน อะ

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศที่พรรคการเมืองเสือกแบ่งเป็นสองขั้ว

ประเทศที่พลเมืองในเมืองแม่งถูกแบ่งเป็นสองข้าง

ประเทศที่คนแม่งตาย ตาย ตาย ในม็อบทั้งสองขั้ว

ประเทศที่คนแม่งกลัว กลัว กลัว ทหารทั้งสองข้าง

ประเทศที่ 4 ปีแล้วไอ้สัสแม่งยังไม่เลือกตั้ง

ประเทศที่เสรีไอ้สัสแม่งบอกว่ากูน่ะเลือกได้

ประเทศที่เลือกนายกต้องให้ทหารมาเลือกให้

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศที่งบประมาณเกินค่าประมาณ

ประเทศที่อุกฉกรรจ์มีเงินคอยซุกตามบ้านข้าราชการ

เป็นประเทศที่ผู้นำค่อนข้างจะน่ารำคาญ

ประเทศที่มีกฎหมายแต่ใช้ปืนกลล้มหน้ากระดาน

ประเทศที่คนยังสุขสำราญแต่ใช้ชีวิตอยู่ในกะลา

4 ปีผ่านไปภายใต้บาทา ไม่มีใครเดินข้างในสภา

ประเทศที่แม่งน่าเอือมระอา ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ดี

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศที่มีทุกสิ่งยกเว้นหนึ่งสิ่งคือสามัญสำนึก

ขับเคลื่อนฟันเฟืองด้วยเงินตราเหมือนเป็นคาถาสารพัดนึก

เนิ่นนานจนตกผลึกอาจได้เป็นเพชรที่ส่องประกาย

ความชั่วบูชากันเป็นฝูงลิงบนแท่งศิลาของความเห็นแก่ตัว

มัวเมาจนไร้สมองที่โง่เขลาจนไร้การตอบสนอง

เพิกเฉยต่อความถูกต้องปล่อยให้สัตว์ชั่วเนิ่นนานยิ่งหยิ่งผยอง

ปกครองทุกสิ่งด้วยความมืดและความกลัว

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

(พวกคุณพร้อมรึยังถ้าพวกคุณพร้อม)

(ก็ชูนิ้วกลางให้พวกแม่งแล้วเดินมาด้วยกันกับเรา)

ประเทศที่ดีจังแบบว่าโคตรจะจีรัง

รุ่งโรจน์ไม่ยั่งยืนโดนลักเอาเปรียบมีคนที่เกลียดจนร่ำลือ

ประเทศโดนคว่ำบาตรแล้วมีคนลำบากทุกย่านเดิน

ประเทศในร่างมารมีรัฐประหารต้องทนและกล้ำกลืน

ประเทศที่ลั่นปืนใส่ผู้ชุมนุมในค่ำคืน

ประเทศเอากฎหมายแต่ไม่ศักดิ์สิทธิ์ฉิบหายแล้วบ้านเมือง

ประเทศที่ตั้งตาขยายพันธุ์แดกงบไปมากเปลือง

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศที่มีความสามารถเสกกฎหมายกลายเป็นข้ออ้าง

ประเทศที่ประชาชนแต่งกายด้วยความหวัง

เป็นท่อนบน และมีความจนเป็นท่อนล่าง

ประเทศที่ดูแล้วมันหูตึงจึงไม่ได้ยินประชาชนในช่องว่าง

ประเทศที่ต่างคนก็ต่างบอก ต่างก็ชอบรับฟัง

ประเทศที่เก็บบัญชีในข้อสอบ

ต่างก็แย่งกันตอบ เพราะต่างชอบนับตังค์

ประเทศที่ใส่สัญญาหลอก ๆ เป็นกระสุนลงกระบอก

สร้างระบอบหลอก บอกให้รักมัน

ประเทศที่แจกเก้าอี้เป็นคำตอบคงดูออก เราชอบนั่งนับวัน

ประเทศกูมี ประเทศกูมี

ประเทศกูมี

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.