เด็กปั๊ม เจ้าของโรงฉายหนังจากผ้าปูที่นอน ผู้ช่วยเชฟ คนธุรกิจที่รักการทำงานตั้งแต่เล็กๆ น้อยคนจะรู้ว่าเจ้าสัววิชัยเริ่มหลงใหล และมีแพสชันการทำธุรกิจ หาลำไพ่พิเศษมาตั้งแต่เล็กๆ คุณแม่ประภาศรเล่าว่าเดิมทีบ้านของตนประกอบธุรกิจ ‘หล่อตัวพิมพ์’ ในสมัยที่วิชัยยังเด็ก

เป็นเด็กเรียบร้อย ชอบอ่านหนังสือ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน เป็นลูกคนที่ 3 ถูกส่งไปเรียนที่ไต้หวันตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ครั้งต้องเดินทางไปเรียนต่อจริงๆ คุณแม่ก็กลั้นน้ำตาความคิดถึงลูกชายเอาไว้ไม่อยู่ วิชัยจึงปลอบแม่ว่า “แม่ไม่ต้องร้องไห้ เดี๋ยวไปเรียนพอโตขึ้นรวยแล้วจะทำงานเลี้ยงแม่เอง”

วิชัยมักจะเกิดไอเดียหยิบจับสิ่งของรอบตัวมาปั้นเป็นธุรกิจได้เสมอ ตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งเขาเคยไปเช่าหนังจากร้านเช่าวิดีโอแล้วนำมาฉายขึ้นผ้าปูที่นอนให้เพื่อนๆ ได้ดูแล้วเก็บเงินทุกคน เมื่อย้ายมาเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา

ก็ไปทำงานที่ร้านอาหารเป็นเด็กเสิร์ฟ พนักงานทำความสะอาดโต๊ะ และผู้ช่วยเชฟโดยไม่เกี่ยงงาน พอคุณพ่อ (วิวัฒน์ รักศรีอักษร) ทราบเรื่องเข้าก็ถูกบังคับให้ลาออกจากงาน เพราะห่วงว่าจะเรียนได้ไม่เต็มที่ แต่จนแล้วจนรอด วิชัยก็ยังหาโอกาสกลับไปทำงานพิเศษในที่สุด

โดยไปสมัครงานเป็นเด็กปั๊มที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ถึงวันนี้ วิชัยจะจากโลกนี้ไปแล้วด้วยวัย 60 ปี แต่เมล็ดพันธ์ุความเป็นคนขยัน รู้จักสรรหาแนวคิดใหม่ๆ ที่ต่างจากคนอื่นมาประกอบธุรกิจตั้งแต่เล็กๆ จนผลของการเรียนรู้

และประสบการณ์ที่สั่งสมออกดอกออกผลงอกเงยสุกงอมเต็มที่พร้อมแก่การเก็บเกี่ยว คือบทเรียนที่ใครต่อใครก็สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตของตัวเองได้เสมอ ทั้งยังเป็นบทเรียนที่ส่งต่อให้กับคนรุ่นหลังได้ไม่รู้จบ…


.

.

.

.

.

-ขอขอบคุณ thestandard