หลังจากที่กระแสเพลง ประเทศกูมี ที่บอกเล่าเรื่องราวเหตุบ้าน การเมืองของประเทศไทย อย่างตรงไปตรงมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง มีหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ “สมจิตร ตงจอหอ” นักมวยฮีโร่ โอลิมปิกของชาวไทย

ที่เจ้าตัวออกมาแต่งแร๊พโต้กลับเพลง ประเทศกูมี โดยบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ของเมืองไทยแต่กลับโดนดราม่ากระหน่ำ ล่าสุด สมจิตร จงจอหอ ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มี ธัญญ่า ธัญเรศ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ครั้งแรกที่ฟัง “ประเทศกูมี” ความรู้สึกเป็นยังไง?

สมจิตร : ผมฟังประมาณ 5 รอบ ก่อนที่จะทำอะไรลงไปนะครับ ผมฟังท่อนแรกแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมต้องมาด่าประเทศของเราเอง สุดท้ายแล้วก็เอาเรื่องราวของเหตุการณ์ปัจจุบันต่างๆ มารวมกัน อันนี้ฟังแล้วสะใจ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่ามันใช่ แต่งเพลงได้ดี สนุก เข้ากับเหตุการณ์มาก ฟังไปเรื่อยๆ

สุดท้ายแล้วก็มาลงคำว่า “ประเทศกูมี” โดยใช้น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด เหมือนมันมีในสิ่งที่ไม่ดี ผมก็เลยรู้สึกว่าทำไมไม่นำเสนอสิ่งดีๆ ออกไปบ้าง เพราะว่าการลง YouTube ออกไป คนอื่นก็จะรู้กันทั่วโลก มันเหมือนกับครอบครัวเราไม่ดี รู้สึกว่าสถาบันมันเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะคำว่าประเทศมันรวม ด้วย 3 สถาบันคือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผมก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ค่อยดีก็เลยเริ่มเขียนสิ่งที่ผมไปเจอจากทั่วประเทศ คือเจอสิ่งที่ดีๆ อะไรมาบ้างก็นำเสนอไปแค่นั้นเอง

ก่อนจะโพสต์ได้คิดถึงผลที่จะตอบกลับมาไหม?

สมจิตร : ไม่ได้คิดเลยครับ เพราะเราบริสุทธิ์ใจในสิ่งจะที่นำเสนอ ไม่ได้คิดและไม่ได้กลัวอะไรเลย เพราะว่าเราคิดดีทำดีไม่เคยกลัวครับ แต่เผอิญว่าบางคนเขาฟังแล้วอาจจะไปขัดแย้งกับเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองไป ผมใส่เสื้อขาว

เสื้อขาวนั้นบริสุทธิ์มากแต่ถ้าเกิดมีสิ่งเล็กๆหรือจุดดำๆ มาโดน เสื้อขาวนั้นก็จะเลอะแล้ว แต่ถ้าเกิดผมใส่เสื้อดำ แล้วมีจุดขาวๆกระเด็นมาโดนเสื้อดำนั้นก็จะเลอะแล้วเหมือนกันครับ มันก็แล้วแต่มุมมองครับ

หลังจากโพสต์ลงไป ใช้เวลานานไหมกว่าจะมีกระแสตอบกลับมา?

สมจิตร : ประมาณคืนเดียวครับ ผมกลับมาจากทำงานที่จันทบุรี ลงเครื่องเสร็จ ก็เข้าห้องน้ำแล้วก็นั่งพิมพ์ไปเรื่อยๆ เราก็ลง เช้าวันรุ่งขึ้นก็รู้เรื่องแล้ว ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ความรู้สึกตอนเห็นคอมเม้นท์ตอบกลับมา รู้สึกยังไงบ้าง?

สมจิตร : ผมว่ามันเป็นเรื่องราวที่ชี้ให้เห็นมากกว่า คุณลองค่อยๆคิดดู อันดับแรกต้องมีสติก่อนนะ ว่าเราอยู่กับอะไร พูดถึงเพลง เราก็พูดถึงเพลงอย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องอื่น คือบางสิ่งที่เพลงพูดผมก็เห็นด้วย เนื้อหาในเรื่องของการเมือง แต่ว่าคำร้องบางคำที่พูดออกมา มันเป็นคำที่ไม่ดีกับเมืองไทย แล้วสุดท้ายก็โยงไปถึงคำว่าประเทศกูมี คืออยากให้นำเสนอสิ่งดีๆ หรือมีความสามารถในการแต่งเพลงก็อยากให้แต่งสิ่งที่ดีๆบ้าง และอย่าเอาประเทศเข้ามาเกี่ยวแค่นั้นเอง

อยากบอกอะไรกับน้องๆกลุ่มที่แต่งเพลงบ้าง?

สมจิตร : อยากบอกน้องๆเลยนะครับว่า น้องมีความสามารถขนาดนี้ เชื่อเลยว่าฝีมือในการแต่งเพลง สามารถทำให้เป็นผลงานที่สร้างสรรค์ได้เยอะเลย เพราะฉะนั้นเวลาแต่งเพลงแล้ว ให้มาคิด วิเคราะห์ถึงผลกระทบก่อน

ว่ามันมีอะไรเสียหายเกี่ยวกับเรื่องของประเทศเราไหม สิ่งที่มันกระทบมีอะไรไหม คนดูที่ชอบเขาอาจจะสะใจ เฮฮาตาม แต่เชื่อว่าน้องมีความสามารถแบบนี้ อยากให้ลองแต่งเพลงที่เชิดชูสถาบัน เชิดชูประเทศแล้วน้องจะดังมากกว่านี้

หลายคนบอกว่าเรา “เกาะกระแส” ที่จะดังรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้?

สมจิตร : บอกตรงๆครับผมไม่รู้เลยว่าเขาดัง มีคนเอามาให้ฟังผมยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าเพลงมันดัง ฟังแล้วก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ค่อยดี คือฟังครั้งแรกผมก็รู้สึกน้อยใจว่าทำไมถึงว่าประเทศเราแบบนี้

เวลาผมไปต่างประเทศผมภูมิใจมากกับการที่ได้บอกว่าผมมาจากประเทศไทย ยิ้มสยาม ไปไหนก็จะบอกตลอดว่ามาจากเมืองไทย ผมก็เลยเขียนแบบหยอกๆไป หลังจากนั้นก็มีกระแสกลับมา ผมก็ตกใจเหมือนกัน

อยากจะบอกอะไรกับคนที่ดราม่าแล้วมาต่อว่าเราไหม?

สมจิตร : ผมว่าก็ไม่เป็นไรนะครับ เขาอาจจะมองเราอีกด้านหนึ่ง อยากจะบอกว่า อย่าเพิ่งดราม่าแล้วก็อย่าเพิ่งมองอะไรที่ภายนอก มองติดใจลึกๆหรือเจตนารมณ์ของเขาก่อนว่าเขาเจตนาอะไร หรือเขารักตรงไหนอย่างไร อย่าเพิ่งไปมองชอบสีดำก็เอาแต่สีดำ หรือชอบสีขาวก็เอาแต่สีขาว อยากให้มองว่าเจตนาผมคืออะไร แล้วผมสื่อความหมายอะไรแค่นั้นเองครับ

-ขอขอบคุณ MThai