ได้จับเงินล้านกับคนอื่นเค้าเสียที หลังจากเลิกปลูกยางพาราและข้าว แล้วหันมาปลูกแตงโมปลอดสารพิษ ที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 100 ไร่ ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ผลผลิต 3,000 กิโลกรัม ตอนเเรกเพื่อนบ้านไม่เห็นด้วย แต่สุดท้าย 2 ปีได้จับเงินล้าน

“เกาะแก้วฟาร์ม” อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแตงโมไร้เมล็ด คุณภาพดีแห่งหนึ่ง ที่ บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ จำกัด ได้เข้ามาส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรให้สามารถปลูกดูแลบ่มเพาะ เพื่อพลิกฟื้นจากผืนนากว่า 100 ไร่ ให้กลายเป็นไร่แตงโมคุณภาพขนาดใหญ่ บนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้สำเร็จในระยะเวลาเพียง 2 ปี

คุณภัคพล ชวีวัฒน์ เจ้าของเกาะแก้วฟาร์ม อยู่บ้านเลขที่ 147 หมู่ที่ 4 ถนนร้อยเอ็ด-โนนทอง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ภูมิลำเนาเดิมคุณภัคพลเป็นคนอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด แต่มีความตั้งใจอยากทำเกษตร จึงเดินทางมาที่อำเภอเสลภูมิ ซึ่งเป็นที่ของญาติสนิท เดิมปลูกยางพารา แต่พื้นที่ไม่อำนวย คุณภัคพลจึงเอ่ยปากขอมาบุกเบิกพื้นที่เพื่อปลูกแตงโมไร้เมล็ด

“ตอนเริ่มทำใหม่ๆ ชาวบ้านแถวนี้ก็หาว่าบ้ารึเปล่า ตัดยางพาราทิ้ง แล้วมาปลูกแตงโม แต่มานั่งคิดดูแล้วว่า ต้องเป็นไปได้ เพราะว่าคนอีสานไม่มีอะไรกิน ก็จะนึกถึงแตงโมไว้ก่อน กินแตงโมกับข้าวเหนียวบ้าง และบวกกับอากาศร้อนของประเทศไทย แตงโมจึงเป็นผลไม้ที่น่าสนใจ ผมจึงลองขาย ปรากฏว่าได้ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า บางวันรถจอดชนกันสามสี่คัน เพื่อมาจอดซื้อแตงโมที่ร้าน” คุณภัคพล เล่า

เส้นทางสู่เจ้าของ เกาะแก้วฟาร์ม แหล่งผลิตแตงโมไร้เมล็ดคุณภาพมาตรฐาน GAP

หลังจากเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ 10 ปี หันมาทำเกษตรสร้างตัว เริ่มจากการรับแตงโมจากจังหวัดนครพนม ทั้งกินนรี ตอร์ปิโด และไร้เมล็ดมาขาย ปรากฏว่าขายดีจนทางนครพนมส่งแตงโมขายให้ไม่ทัน ทำให้สินค้าขาดตลาด เกิดปัญหาคือโดนลูกค้าท้วงว่า “ไม่มีแตงโมขายแล้ว ทำไมไม่เอาป้ายลง” เป็นสิ่งที่คุณภัคพลช้ำใจมาก จึงเกิดความคิดที่อยากจะปลูกแตงโมคุณภาพเอง ซึ่งเขาพยายามเรียนถูกเรียนผิดมาตลอด

ช่วงแรกประสบปัญหาเมล็ดพันธุ์ไม่งอก เพราะใช้วิธีการผลิตที่ผิด ก็ได้รับคำแนะนำจาก คุณสุริยนต์ สุภาพ นักปรับปรุงพันธุ์และผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาเมล็ดพันธุ์แตงโมของสถานีวิจัยซินเจนทา ให้ความช่วยเหลือมาตลอด จนทุกวันนี้การผลิตถือว่าประสบผลสำเร็จ การเพาะ อัตราการงอกดีขึ้นมาก จึงได้มีการพัฒนาการผลิต จะสังเกตได้ว่าถ้าแตงโมไร้เมล็ดของที่อื่นจะปลูกบนดิน แต่เขาคิดแปลกปลูกในโรงเรือน พยายามควบคุมการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง

อันนี้เป็นสิ่งที่เขาคิด อันดับ 1 เพราะว่าลูกเขา ญาติพี่น้องของเขากินหมด เพราะฉะนั้นจึงต้องควบคุมเรื่องการใช้สารเคมีอยู่แล้ว และโชคดีตรงที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนที่ดีจากสำนักงานส่งเสริมเกษตรอำเภอเสลภูมิ ให้ความรู้ รวมถึงกรมวิชาการเกษตรในเรื่องของการใช้สารเคมี ว่าต้องใช้สารเคมีอย่างไร ช่วงไหนต้องลด อันนี้ก็คือผลงานที่เขาได้ GAP เป็นหลักฐานอ้างอิงว่า แตงโมผมปลอดสาร และซึ่งเขาก็ได้ชักชวนเพื่อนให้มาปลูก เพื่อสร้างเครือข่าย มีผลผลิตขายทุกเดือนไม่ขาดตลาด เน้นความปลอดภัย ส่งตลาดพรีเมี่ยม ช่วยแก้ปัญหาตลาดตัน

พลิกผืนนา ปลูกแตงโมแฮปปี้แฟมิลี่ 2 ปี จับเงินล้าน

คุณภัคพล เริ่มต้นด้วยเงินทุนส่วนตัว 300,000 บาท ลงทุนปลูกเมล่อนในโรงเรือนระบบน้ำหยดของตนเอง 2 โรงเรือน และได้สืบเสาะหาเมล็ดพันธุ์แตงโมไร้เมล็ด พันธุ์แฮปปี้แฟมิลี่มาปลูก ผลที่ได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง เนื่องจากเปอร์เซ็นต์การงอกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ได้คำแนะนำของตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์บอกว่า ให้คุณภัคพล ติดต่อเข้าไปที่ บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ จำกัด

ผู้ผลิตเมล็ดแตงโมพันธุ์แฮปปี้แฟมิลี่ในประเทศไทย หลังจากนั้น ซินเจนทาได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำการเพาะเมล็ดและการปลูก การบำรุง เพื่อให้แตงโมที่ได้มีขนาดและน้ำหนักตามมาตรฐานของพันธุ์ คุณภัคพลจึงปรับวิธีการปลูก การดูแล บำรุง ตามขั้นตอนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ของซินเจนทาควบคู่ไปกับเกษตรแนวใหม่ผสมผสาน จนวันนี้พื้นที่ 40 ไร่ ปลูกแตงโมทั้งหมด มีทั้งปลูกในโรงเรือนและพื้นที่ฟาร์มปิด

โดยคุณภัคพล เล่าถึงเส้นทางความเติบโตของฟาร์มว่า ด้วยคุณสมบัติของแตงโมไร้เมล็ด ตลาดมีความต้องการมาก แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าแตงโมพันธุ์อื่น แต่รสชาติที่สามารถควบคุมได้สม่ำเสมอ และน้ำหนักดี ทำให้ขายดีจนไม่พอขาย “แตงโมแฮปปี้แฟมิลี่ จะต้องใช้ความพิถีพิถันในการดูแลตั้งแต่การเพาะเมล็ด การแยก และการบำรุง มากกว่าแตงโมพันธุ์อื่น ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ต้องนำเกสรตัวผู้มาผสมกับเกสรตัวเมียทุกดอก

เพื่อให้ผลแตงโมที่ได้เป็นแตงโมไม่มีเมล็ด และต้องคอยลิดลูกที่อยู่ในตำแหน่งดอกที่ไม่สมบูรณ์ออก ให้คัดไว้เฉพาะลูกที่จะบำรุง จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิต เข้าใจง่ายๆ คือ 1 ต้น ต่อ 1 ลูก แต่เป็น 1 ลูก ที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 4-6 กิโลกรัม ราคาขายส่งอยู่ที่ 25 บาท ต่อกิโลกรัม ราคาขายปลีกหน้าฟาร์มอยู่ที่ กิโลกรัมละ 40 บาท โดยใน 1 ไร่ จะได้ผลผลิตต่อไร่อยู่ที่ 3,000 กิโลกรัม มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท

ที่ฟาร์มของผมจะปลูกได้ประมาณ 2-3 ครั้ง ต่อปี โดยจะพักดินประมาณ 15 วัน ในขณะที่หากปลูกข้าว ข้าวเปลือกจะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 7 บาท สภาพดินของพื้นที่อำเภอเสลภูมิ มีลักษณะดินร่วนปนทราย ไม่เหมาะกับการปลูกข้าว ปลูกได้เพียงครั้งเดียว เพราะมีปัญหาเรื่องน้ำอยู่แล้ว จึงยิ่งทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ แต่เมื่อหันมาปลูกแตงโมที่เหมาะสมกับสภาพดิน และใช้น้ำน้อย แถมยังได้ราคาดีกว่า ทำให้คนในพื้นที่หันมาปลูกแตงโมไร้เมล็ดมากยิ่งขึ้น” เจ้าของเล่า

นับจากวันที่คุณภัคพลเริ่มปลูกจนถึงวันนี้เป็นเวลา 2 ปี ก็สามารถสร้างมาตรฐานให้กับกลุ่มผู้ผลิตแตงโมเกาะแก้วฟาร์ม ด้วยมาตรฐานการดูแลการผลิต ควบคุมการใช้สารอารักขาพืช ตลอดจนความใส่ใจในการบำรุงด้วยฮอร์โมน และดูแลโรคแมลงด้วยวิธีการผสมผสาน จนทำให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ GAP และเกาะแก้วฟาร์ม ได้เป็นตลาดเกษตรประชารัฐของอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

โดยมีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมไร้เมล็ดเข้าร่วมวันนี้แล้ว พื้นที่รวมกว่า 100 ไร่ มีเกาะแก้วฟาร์มเป็นศูนย์การเรียนรู้การปลูกแตงโมไร้เมล็ดแฮปปี้แฟมิลี่ของจังหวัดร้อยเอ็ด ผลผลิตที่ออกในแต่ละครั้งแทบจะไม่พอขาย เพราะพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อผลผลิตถึงหน้าฟาร์ม คุณภัคพล จึงมีเป้าหมายในการให้ความรู้อบรมขยายผลให้แก่เกษตรกรที่สนใจในพื้นที่มาเรียนรู้การปลูก การดูแล ความรู้ในการใช้แนวเกษตรผสมผสาน ผลิตภายใต้มาตรฐาน GAP ทั้งหมด

-ขอขอบคุณ sentangsedtee