“สมคิด” นัดหารือ 2 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร หามาตรการลดราคาปุ๋ย ต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรเป้าหมายลดลง 30% พร้อมเสนอ ครม สัปดาห์หน้า ขณะที่การค้าออนไลน์ที่โต กระทบการค้าปกติ เร่งหางบสนับสนุนสินเชื่อ 1 หมื่นล้านยกระดับร้านโชห่วย ธงฟ้า เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า การประชุมครั้งนี้ร่วม 2 กระทรวง คือ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในประเด็นการค้าออนไลน์เข้ามาเริ่มมีผลกระทบต่อการค้าปกติ และการหาทางดูแลปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรตามที่ได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้เร่งรัดมา

เป้าหมายต้องการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรให้ได้ 30% และลดราคาปุ๋ยให้ได้ 30% พร้อมสรุปมาตรการเพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า เบื้องต้น ที่ประชุมเห็นชอบในการหามาตรการลดราคาปุ๋ยให้ได้ 30% จากราคาในปัจจุบัน โดยมีแนวทางร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ใช้สหกรณ์การเกษตรที่เข้มแข็งอำเภอละ 1 แห่ง หรือประมาณ 700 แห่ง

เป็นศูนย์กลางการผลิตปุ๋ยสั่งตัด และปุ๋ยผสม เพื่อกระจายให้กับสมาชิก ส่วนนอกสมาชิกจะใช้กลไกร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีอยู่ 3 หมื่นแห่ง เป็นจุดจำหน่ายปุ๋ยสั่งตัด ปุ๋ยผสม รวมถึงปุ๋ยสำเร็จรูป ที่กระทรวงพาณิชย์ จะประสานกับผู้ผลิตให้จัดส่งมาให้จำหน่ายในราคาถูก แต่ทั้งนี้ ด้วยความที่ส่วนใหญ่เกษตรกรซื้อปุ๋ยด้วยเงินสินเชื่อเป็นหลัก ที่ประชุมเห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)

และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านสินค้าเชื่อให้สามารถซื้อผ่านสหกรณ์และร้านธงฟ้าด้วย สำหรับเงื่อนไขการซื้อหรือขั้นตอนอาจจะต้องมีการพิจารณารูปแบบต่อไป “ปุ๋ยเป็นปัจจัยการผลิตหลักของการผลิตสินค้าเกษตรทั้งข้าว พืชสวน พืชไร่ของเกษตรกรที่มีอยู่กว่า 30 ล้านคนทั่วประเทศ ปัจจุบันการจำหน่ายปุ๋ยยังมีกลไกที่ซับซ้อน แม้ปุ๋ยจะป็นสินค้าควบคุม

แต่ก็ยังหามาตรการดูแลลำบาก เนื่องจากปุ่ญมีหลายชนิด ด้านกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน หามาตรการในการดูแลราคาปุ๋ยปลายทางไม่ให้เกินราคาเป้าหมาย หรือราคาสูงสุดที่กำหนดของแต่ละประเภทจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง” ปัจจุบันปุ๋ยที่ใช้ในพืชเกษตรมีอยู่ 3 ประเภท เช่น ปุ๋ยสำเร็จรูป ปุ๋ยสั่งตัดโดยปุ๋ยชนิดนี้รัฐบาลการรณรงค์ในการใช้ และปุ๋ยผสม

ที่เกษตรกรสามารถทำเองได้ สามารถลดต้นทุนได้ถึง 50% อย่างไรก็ดี การประชุมร่วมครั้งนี้ยังมีตัวแทนจากบริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) ด้วย เบื้องต้นแจ้งว่ากำลังศึกษาและสนใจที่จะผลิตปุ๋ย และอาจจะเป็นผู้ผลิตปุ๋ยรายใหม่ในตลาดด้วย โดยมั่นใจว่าจะผลิตปุ๋ยได้ในราคาที่ถูก เพราะมีวัตถุดิบบางตัว และในส่วนตัวอื่นก็สามารถนำเข้าเพื่อมาผสมในการผลิตได้

อย่างไรก็ตาม แต่ละหน่วยงานก็จะเร่งหาข้อสรุปและดำเนินงานในส่วนที่รับผิดชอบก่อนที่จะเสนอ ครมในสัปดาห์หน้า กระทรวงพาณิชย์ก้จะไปดำเนินการประสาหาร้านค้าธงฟ้าที่มีศักภาพ ก่อนที่จะไปขออนุญาตในการจำหน่ายปุ๋ยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประสานผู้ผลิตในการจำหน่ายปุ๋ยในราคาถูก และคาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ปัจจุบันมูลค่าตลาดปุ๋ยเคมีอยู่ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท

หากลดลง 30% จะลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรลงได้เกือบ 3 หมื่นล้านบาท นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการดูแลการค้าที่เติบโตเร็วจากข้อมูลพบว่าบริษัทขนส่งมีการค้าจาก 7-8 หมื่นล้านชิ้น เป็น 1 ล้านชิ้น ซึ่งโตแบบก้าวกระโดด โดยอาจจะกระต่อการค้าปกติ ประเด็นนี้กระทรวงพาณิชย์จะต้องเร่งในการยกระดับการค้า ร้านธงฟ้า ร้ายโชห่วยที่เป็นเป้าหมายให้โตเป็น 2-3 แสนราย

จากกว่า 3 หมื่นในปัจจุบัน โดยเป้าหมายคาดจะใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาทในการส่งเสริม ผ่านสถาบันทางการเงิน เช่น เอสเอ็มอี แบง๕ ในการช่วยเหลือสินค้า ดอกเบี้ยต่ำ และใช้ อูเล่ โมเดลเข้ามาสนับสนุนให้มีศักยภาพมากขึ้น และมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รวบรวมข้อมูลการค้าออนไลน์ในปัจจุบันด้วย

-ขอขอบคุณ prachachat