ไม่สนแม้ถูกคนว่าตกอับ! ‘สายัณห์ นิรันดร’ จากนักร้องรองเท้าหน้าห้อง ผันตัวเป็นพ่อค้าส้มตำหาเลี้ยงชีพ

0
570

สายัณห์ นิรันดร หรือ นายสมศักดิ์ ภู่มาก นักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชนในแนวเสียง ของสายัณห์ สัญญา ผู้ล่วงลับมีพื้นเพเป็นชาวอำเภอจัตุรัส จ.ชัยภูมิ ในวัย 50 ปี จากผลงานที่สร้างชื่อเสียงและแจ้งเกิดกับเขาจนโด่งดังทั่วประเทศตั้งแต่ช่วงเมื่อปี พ.ศ.2535 นั่นคือ เพลงสุโขทัยระทม และตอกย้ำความสำเร็จด้วยบทเพลงสุดฮิต คือ รองเท้าหน้าห้อง

จากปลายปากกาของ ครูสลา คุณวุฒิ และมีผลงานออกมาต่อเนื่องกับ”ท็อปไลน์ มิวสิค”ค่ายเพลงต้นสังกัด ก่อนถึงช่วงขาลง เพราะเริ่มเกิดปัญหาสุขภาพ มีโรครุมเร้าหลายอย่างตามมา จนไม่สามารถออกรับงานเพลงได้และต้องเงียบหายออกไปจากวงการเพลง และกระทั่งเมื่อปี2559 มีกระแสข่าวว่านักร้องคนดังตกอับไปขับวินมอเตอร์ไซค์เลี้ยงชีวิตและเปิดเพิงเล็กๆขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครกับครอบครัว

โดยล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็มีข่าวอีกครั้งว่า สายัณห์ นิรันดร ป่วยหนักต้องกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านเกิดถือว่าเป็นช่วงลำบากและเป็นช่วงขาลงสุดของชีวิตนักร้องชื่อก้อง และได้หันหน้าเข้าขออาศัยผ้าเหลืองบวชที่บ้านเกิดในอ.จัตุรัส ของจ.ชัยภูมิ หลังจากนั้นข่าวคราวของสายัณห์ นิรันดร ก็เงียบหายไป จนกระทั่งล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบกับ

อดีตนักร้องดังอีกครั้งหนึ่งโดยบังเอิญเขาพาร่างที่กร้านดำร่างกายค่อนข้างผ่ายผอมในวัย 50 ปี กำลังตำส้มตำให้บริการลูกค้าอยู่ภายในร้านส้มตำชื่อว่า ครัวอิสาน ริมถนนสาย 201 ช่วงจัตุรัส-หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งทุกคนยังแทบจำไม่ได้ ถ้าเขาไม่เข้าไปทักทาย และแนะนำตัวว่า คือสายัณห์ นิรันดร เจ้าของเสียงร้องบทเพลงดัง ร้องเท้าหน้าห้อง ที่เคยโด่งดังในอดีตเมื่อเกือบ20ปีที่ยังครองใจคนคอเพลงลูกทุ่งมาจนถึงวันนี้

โดย สายัณห์ นิรันดร หรือพี่น้อย บอกว่า หลังจากงานร้องเพลงลดน้อยลง มีชีวิตค่อนข้างลำบากแต่ก็ไม่คิดยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตจึงไปขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่พักหนึ่งแต่ก็ต้องหยุดไปจึงไปหาที่เปิดเพิงร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในกทม. แต่ก็ไม่ประสพความสำเร็จอีก จึงเดินทางกลับบ้านตั้งหลักช่วงแรกก็ทำไร่มันสำปะหลังเลี้ยงชีพ ที่บ้านเกิดใน อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ’

‘กลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 10 กว่าปีแล้วหลังได้บวชเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ไม่นานพอเริ่มมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ซึ่งก็ต้องสึกของมาดูแลครอบครัว และทำไร่มันสำปะหลัง ทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แม้สภาพร่างกายดูหม่นหมองไม่มีสง่าราศีเหมือนสมัยเป็นขวัญใจมหาชน แต่พี่”น้อย” ยังยิ้มแย้มให้กับลูกค้าที่มาอุดหนุนและผู้คนที่พูดคุยด้วยได้อย่างสดใส เหมือนโลกทั้งใบยังเต็มไปด้วยความสวยงาม’

‘ผมทำใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เพราะไม่เคยยึดติดกับชื่อเสียง ไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง เป็นคนธรรมดาที่มีใจรักร้องเพลง พอกลับคืนสู่สามัญทุกอย่างก็เหมือนเดิม เหมือนตอนที่เรายังเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง เป็นเรื่องธรรมดา”มันจะเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไร ชื่อเสียงเราไม่ได้มีมาแต่เกิด ที่ได้เพราะแฟนเพลงเขาให้ เราเป็นคนธรรมดา ไม่เครียดอะไรชีวิตจะขึ้นหรือลง ญาติพี่น้องเขาเข้าใจ”

ซึ่ง สายัณห์ นิรันดร เล่าต่อว่า บังเอิญได้พบและรู้จักกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่งได้กรุณาเมตตายกที่ดินให้ปลูกร้านขายส้มตำซึ่งตอนแรกก็ทำเพิงร้านเล็กๆขายส้มตำแต่ต่อมาผู้ใหญ่ท่านนี้ก็มาลงทุนก่อสร้างร้านให้ใหญ่ขึ้นหมดค่าก่อสร้างไปหลายแสนบาทโดยที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนและไม่คิดค่าเช่าที่ดินแม้แต่บาทเดียวซึ่งขณะนี้ก็มีลูกค้าแวะเวียนมาทานที่ร้านครัวอิสานทั้งลูกค้าประจำและขาจร

ที่ร้านมีส้มตำก๋วยเตี๋ยวอาหารตามสั่งและอาหารอีสานบริการทุกวันซึ่งถ้าวันไหนว่างๆไม่มีงานร้องเพลงหรือติดธุระตนเองก็จะมาตำส้มตำให้ลูกค้าทานกันตลอดไม่ให้ขาด บางคนก็จำได้บ้างก็จะให้ร้องเพลงให้ฟัง อย่างไรก็ตามพี่น้อยยอมรับว่า ในใจลึกๆ ยังแอบหวังว่า จะมีโอกาสได้ทำเพลงจริงจังอีกสักครั้ง หากยังมีบุญมีวาสนา อยากกลับมาจับไมค์เดินสายมอบความสุขให้มิตรรักแฟนเพลงเหมือนเดิมอีกครั้งของชีวิตด้วยเช่นกัน


.

.

.

.

.

-ขอขอบคุณ SpringNews