“จิ๊ก เนาวรัตน์” อดีตนางเอกหมายเลขหนึ่ง สู่นางฟ้าของร่างไร้วิญญาณ

0
562

ชีวิตเบื้องหน้าผ่านจอโทรทัศน์ อันสวยงาม ร่าเริง เฮฮา ของอดีตนางเอก จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ น้อยคนนักที่จะทราบว่า แท้จริงแล้ว ผู้หญิงคนนี้ยังมีเรื่องราวดีๆที่เป็นต้นแบบให้กับใครหลายๆคน วันนี้ taibann.com ขอนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังของชีวิตการเป็นผู้ให้ ในการดูแลผู้ป่วย และแต่งหน้าศพ ที่โรงพยาบาล

จิ๊ก เนาวรัตน์ ผันบทบาทจากนักแสดงมาทำหน้าที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในการดูแลผู้ป่วยทั้งเข็นรถ พาไปห้องเจาะเลือด พาไปวัดความดัน หวังว่าผู้ป่วยที่เห็นรอยยิ้มของเธอ จะช่วยให้ผู้ป่วยมีรอยยิ้มเช่นกัน กำลังใจเพียงวินาทีเดียว ก็ทำให้พวกเขามีความสุขได้ หายจากโรคที่เขามีทุกข์ไปชั่วขณะ

เพราะกำลังใจ เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง สำหรับใครที่กำลังตกอยู่ในความทุกข์ ทรมาน อย่างเช่นที่เธอเคยประสบพบเจอมาก่อนหน้านี้ จิ๊ก เนาวรัตน์ ทำอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ กว่า3-4 ปี แล้ว หากมีเวลาว่างก็จะแวะมาเสมอ เริ่มต้นจากเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งนี้

การที่มาเจอกับตัวเอง ก็เลยเข้าใจถึงความรู้สึกคนไข้จริงๆว่าลึกๆแล้ว คนไข้ต้องการอะไร ทรมานแค่ไหน ได้ไปไหว้ศาลกรมหลวงชุมพร เพื่อบนบานศาลกล่าวว่า

ขอให้ได้กลับมาเป็นชีวิตใหม่ ขอให้หายจากความเจ็บป่วยได้กลับมาใช้ชีวิตใหม่ อยากทุ่มเทชีวิต แลกกับการทำงานที่นี่ อยากจะดูแลทุกอย่าง ดูแลผู้ป่วย ทำงานทุกอย่างที่เคยเจอมากับโรงพยาบาลแห่งนี้

ใครจะเชื่อว่า ความสนุกสนาน ร่าเริงของ จิ๊กเนาวรัตน์ ยังมีมุมที่น่ายกย่องในความที่มีจิตใจเผื่อแผ่ ไม่เพียงแต่ผู้ที่มีชีวิต แต่ยังมอบความสวยงาม แต่งหน้าให้กับร่างไร้วิญญาณ ที่จากโลกไป

จิ๊ก เนาวรัตน์ กล่าวว่าเราไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่า เกิดแก่เจ็บตาย จะเกิดกับเราเมื่อไหร่ ทุกครั้งที่มาก็จะได้แต่งหน้าศพทุกครั้งไป สาเหตุที่มาแต่งหน้าศพเพราะว่า ถ้าเรามีจิตใจดีกับทุกๆคน ไม่แบ่งชั้นวรรณะ เราก็จะมีความสุข

“รู้สึกมีความสุข เพราะคนเราทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้เราก็ต้องช่วยคน อย่างน้อยการที่เราถูกคนช่วยมา มีชื่อเสียง อยู่บนโลกใบนี้อย่างสง่างาม ทุกคนสนับสนุนเราจนไปสู่จุดสุดยอด ก็อยากมอบให้คนอื่นๆบ้าง


ในฐานะผู้ให้ของ จิ๊ก เนาวรัตน์ คงจะเป็นต้นแบบให้กับใครหลายๆคน นำไปเป็นแบบอย่าง แม้ไม่ใช่เงินทอง ทรัพย์สินที่มากมาย แต่รอยยิ้ม ที่มอบให้ด้วยความจริงใจ กลับยิ่งใหญ่สำหรับใครบางคน และนั่นเองจะทำให้โลกสดใส น่าอยู่ขึ้นมาทันที

.

.

.

.

.

.

.

.