เคยได้ยินไหม “ทุกข์ตกอยู่ที่คนเกลียด” กรรมตกอยู่ที่คนเคียดแค้น “ให้อภัยแต่ไม่สุงสิงด้วย”

0
137

ทุกข์ตกอยู่ที่คนเกลียด กรรมตกอยู่ที่คนเคียดแค้น ให้อภัยแต่ไม่สุงสิงด้วย

ทุกข์ตกอยู่ที่คนเกลียด กรรมตกอยู่ที่คนเคียดแค้น

คนที่ไม่ทุกข์ ไม่มีกรรม… คือ คนที่ไม่เกลียด ไม่เคียดแค้นใคร

.

ใครให้อภัยก่อน ก็มีความสุขในชีวิตก่อน

ให้อภัยแต่ไม่ให้โอกาส ให้อภัยแต่ไม่กลับไปคบ

คุณต้องเข้าใจก่อนว่า.. “ให้อภัย” กับ “ให้โอกาส” มันคนละส่วนกัน

.

การให้อภัย คือ การยกโทษทางจิตใจในสิ่งผิดที่เขาทำต่อเรา

ทำให้ความรู้สึกของความโกรธแค้นของเราบรรเทา

เรารู้สึกว่าเราให้อภัยเขาได้ เราจึงให้อภัย

.

ให้อภัยโดยไม่ขึ้นกับว่าคนที่ทำผิดนั้นจะเป็นอย่างไร

จะเสียใจ จะชดใช้ จะรับโทษหรือเปล่า เราไม่ต้องไปสน

แต่เราก็ให้อภัยเขาได้ เพื่อปลดปล่อยความโกรธ ออกจากใจเรา

.

บางครั้งเราไม่ให้อภัยบางคน เพราะ… คิดว่าเราทำไม่ได้

หรือไม่เราก็รู้สึกว่า เราไม่อยากให้อภัย เราจะเก็บความโกรธแค้นนี้ไว้

เพราะเขาไม่สมควรได้รับการให้อภัย แต่ในขณะเดียวกันนั้น

.

เรากลับไม่รู้ตัวว่าจิตใจที่โกรธแค้นนั้นมาพร้อมกับความทุกข์

และมันทำร้ายเราเสมอ คนที่ทำผิดกับเรา ไม่ได้มารู้สึกด้วยกับเราเลย

การให้อภัย ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องกลับไปดีกับเขา

.

แต่เป็นการทำให้เราพ้นจากจิตใจที่เคียดแค้นและเจ็บปวดต่างหาก

เคยได้ยินไหม.. “ให้อภัย” แต่.. “ไม่สุงสิงด้วย”

“ยกโทษให้” แต่… “ไม่กลับไปคบ”

.

ให้อภัยเขา เราสุข โกรธเขา เกลียดเขา เราก็ทุกข์เอง

ให้อภัยมันช่วยปลดปล่อยเราจาก.. ความทุกข์ และ ความแค้น

คนที่ทำได้คือคนที่ชนะไม่ใช่พ่ายแพ้

.

จริงๆ แล้วการให้อภัยกับการให้โอกาส

เป็นคนละส่วนกัน เราให้อภัยแต่ไม่ให้โอกาสได้

เพราะการให้อภัยคือการยกโทษทางจิตใจ

.

ที่ปลดปล่อยตัวเราจากการถูกทำร้ายทางใจ

แต่การให้โอกาสต้องมาพร้อมกับการพิสูจน์ตัวเองของคนทำผิด

ถ้าคนทำผิดไม่ได้กลับใจ ไม่ได้เสียใจ

เราไม่จำเป็นต้องให้โอกาสเสมอไป

และบางครั้งเขายังต้องรับโทษจากความผิดนั้น

แต่ส่วนของเรานั้น แค่ยกโทษให้เขา แล้วเดินหนีออกมา

.

เอาความสุขของเรากลับคืนมาใหม่เป็นของเรา

การให้อภัย ทำให้เราได้ชีวิต และ ความสุขของเรากลับมา